ถ้าถูกขู่ปล่อยภาพโป๊ หรือที่เรียกว่า sextortion ให้ไม่จ่ายเงิน บล็อกคนร้าย เล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง และแจ้งตำรวจ ตามคำแนะนำของคณะกรรมการการค้าสหรัฐฯ (Federal Trade Commission หรือ FTC) FTC ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2569 ต่อบริษัท Digital Forensics Corporation LLC ว่าหลอกเหยื่อ sextortion ให้จ่ายค่าบริการอย่างน้อย 60 ล้านดอลลาร์ โดยไม่ได้ทำตามที่โฆษณา
ศาลแขวงสหรัฐฯ เขตเหนือรัฐโอไฮโอ สั่งระงับการดำเนินงานของบริษัทชั่วคราวตามคำขอของ FTC เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ศาลยังไม่ตัดสิน และ FTC ไม่ได้ระบุว่าบริษัทนี้ให้บริการผู้ใช้ในไทย รูปแบบที่ถูกกล่าวหาคือเข้าหาคนที่กำลังตกใจและกลัว แล้วขายความหวังราคาแพง ซึ่งเราควรรู้ไว้ก่อนต้องเจอเอง
สิ่งที่ FTC กล่าวหาว่าบริษัททำกับเหยื่อ
sextortion คือการที่คนร้ายขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพหรือคลิปส่วนตัวของเหยื่อ เพื่อบีบให้จ่ายเงินหรือทำตามที่สั่ง ตามคำฟ้องของ FTC บริษัทแห่งนี้เข้ามาในจังหวะที่เหยื่อหมดหนทางและกำลังค้นหาความช่วยเหลือ โดยโฆษณาบน Google, YouTube และ X ซึ่ง FTC ระบุว่ามีข้อความอ้างว่า 'track down cyber criminals across the world' หรือตามตัวอาชญากรไซเบอร์ได้ทั่วโลก
FTC กล่าวหาว่าเหยื่อต้องจ่ายค่าแพ็กเกจ "เฟส 1" ตั้งแต่ 1,499-20,000 ดอลลาร์ โดยแพ็กเกจนี้อ้างว่าจะรวมการตามตัวคนร้าย การติดต่อสื่อสารกับคนร้าย การทำรายงานสืบสวน และการแจ้งความ แต่ FTC ระบุว่าบริการจำนวนมากไม่ได้ถูกทำจริง หลังจากนั้นเหยื่อยังถูกกดดันให้ซื้อ "เฟส 2" เช่น การเฝ้าติดตามบัญชีต่อเนื่อง ซึ่ง FTC กล่าวหาว่าไม่ได้ทำเช่นกัน
FTC ยังกล่าวหาว่าบริษัททำบทสนทนาปลอม ใช้ข้อมูลสืบสวนที่แต่งขึ้น และไม่ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานขายทางโทรศัพท์ถูกกล่าวหาว่าใช้ความกลัวเฉพาะตัวของเหยื่อมากดดัน เช่น บอกทหารว่าเรื่องนี้อาจทำให้ถูกปลดออกอย่างไม่มีเกียรติ หรือบอกผู้ที่แต่งงานแล้วว่าคนร้ายจะไปหาคู่สมรสและญาติ
อีกประเด็นหนึ่งคือคำแนะนำที่ขัดกับแนวทางของเจ้าหน้าที่ FTC ระบุว่าบริษัทบอกเหยื่อไม่ให้บล็อกคนร้ายและให้บริษัทจัดการแทน ซึ่งขัดกับคำแนะนำของ FBI และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ทั้งที่เหยื่อบล็อกเองได้ FTC ยังกล่าวหาว่าบริษัทสร้างรีวิวเชิงบวกปลอมหลายพันรายการ ทั้งจ้างพนักงานในอินเดียเขียนรีวิว และซื้อรีวิวจากคนที่ไม่เคยใช้บริการ
คริสโตเฟอร์ มัฟฟาริจ (Christopher Mufarrige) ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคของ FTC ระบุว่าบริษัทเอาเปรียบผู้บริโภคที่อยู่ในภาวะวิกฤตอยู่แล้ว และใช้ความกลัวกดดันให้จ่ายเงิน FTC ฟ้องทั้งบริษัท นายดมิทรี เบลคิน (Dmitry Belkin) ซึ่งเป็นเจ้าของและซีอีโอ และบริษัทในเครืออีก 11 แห่ง มติให้ฟ้องคือ 2 ต่อ 0 FTC ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเหยื่อ

ถูกขู่ปล่อยภาพโป๊ ทำอย่างไรก่อน
ให้หยุดจ่ายเงินและหยุดตอบโต้คนร้ายก่อน ตามคำแนะนำของ FTC สำหรับผู้ถูกขู่ ซึ่งสรุปเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
- ไม่จ่ายเงินให้คนขู่
- ไม่ยื่นอุปกรณ์หรือให้คนร้ายเข้าถึงบัญชีการเงินของเรา
- ไม่ตอบโต้ และปิดกั้นหรือบล็อกบัญชีคนร้าย
- เล่าให้คนที่ไว้ใจฟัง เช่น เพื่อน คนในครอบครัว หรือที่ปรึกษา
- แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การบล็อกบัญชีคนร้ายเป็นเรื่องที่เหยื่อทำเองได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินให้ใคร
ถ้าภาพถูกเผยแพร่ไปแล้ว FTC อธิบายว่าในสหรัฐฯ ผู้เสียหายขอให้แพลตฟอร์มลบภาพได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามกฎหมาย Take It Down Act ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ลบภาพส่วนตัวภายใน 48 ชั่วโมงหลังได้รับคำขอ ถ้าไม่ลบสามารถรายงาน FTC ที่เว็บ TakeItDown.ftc.gov ได้ ข้อนี้เป็นกฎหมายสหรัฐฯ ถ้าอยู่ในไทย สิทธินี้ไม่ครอบคลุมโดยอัตโนมัติ ให้ดูช่องทางรายงานของแพลตฟอร์มที่ภาพถูกเผยแพร่โดยตรง
กรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ FTC ให้รายงานผ่านระบบ CyberTipline ของศูนย์ช่วยเหลือเด็กหายและถูกแสวงหาประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ (National Center for Missing and Exploited Children หรือ NCMEC) และผู้เยาว์สามารถขอความช่วยเหลือจากศูนย์นี้ได้ฟรี
สัญญาณเตือนของบริการ "กู้ภัยออนไลน์" ที่อาจหลอกซ้ำ
บทความเตือนผู้บริโภคของ FTC ระบุว่าสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งคือบริการที่เสนอทางลัดแลกกับเงินแต่ไม่ทำตามสัญญา เมื่อประกอบกับพฤติกรรมที่ FTC กล่าวหาในคดีนี้ เราสรุปเป็นข้อสังเกตสำหรับตรวจบริการที่เสนอช่วยเหลือได้ตามรายการนี้ ซึ่งเป็นข้อสังเกตของเราเอง ไม่ใช่รายการที่ FTC ประกาศ
- อ้างว่าตามตัวคนร้ายได้ทั่วโลก หรือรับประกันผล
- บอกไม่ให้บล็อกคนร้าย
- อ้างว่าจะแจ้งตำรวจแทนโดยไม่ให้เราแจ้งเอง
- เสนอแพ็กเกจต่อเนื่องที่ราคาพุ่งสูงขึ้นทีหลัง
- มีรีวิวดีผิดปกติ ทั้งที่ชื่อบริษัทแทบไม่มีข้อมูลอื่น
ข้อที่ตรงกับคำฟ้องของ FTC โดยตรงคือการบอกไม่ให้บล็อก การอ้างว่าตามตัวคนร้ายได้ทั่วโลก และการใช้รีวิวปลอม ข้อที่เหลือเป็นการสังเกตจากพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้หมายความว่าบริการที่มีลักษณะเหล่านี้จะผิดกฎหมายทุกราย แต่ถ้าเห็นข้อใดข้อหนึ่ง ควรหยุดและตรวจสอบก่อนจ่ายเงิน
FTC แนะนำว่าก่อนจ่ายเงินให้บริษัทที่เสนอลบภาพโดยคิดค่าบริการ ให้ค้นชื่อบริษัทร่วมกับคำว่า 'scam' 'review' หรือ 'complaint' และไม่ควรคลิกผลโฆษณาที่ขึ้นเป็นลำดับแรก เพราะคดีนี้ FTC ระบุว่าโฆษณาเป็นช่องทางที่บริษัทใช้ดึงเหยื่อ ในจังหวะที่เหยื่อค้นหาความช่วยเหลือพอดี
ช่องทางแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ
ผู้เสียหายในสหรัฐฯ รายงานคนขู่ได้ที่ตำรวจท้องถิ่นและ FBI ผ่านเว็บ tips.fbi.gov ส่วนการรายงานบริการหลอกลวงทำได้ที่ ReportFraud.ftc.gov ซึ่งเป็นช่องทางที่ FTC ระบุไว้ในแถลงข่าว หน่วยงานเหล่านี้เป็นช่องทางสำหรับผู้อยู่ในสหรัฐฯ ถ้าเราตกเป็นเหยื่อบริการที่เป็นบริษัทสหรัฐฯ อาจรายงานเพิ่มได้
ในไทย หน่วยงานที่ดูแลอาชญากรรมออนไลน์คือศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Technology Crime Suppression Center, Royal Thai Police) เว็บไซต์ของศูนย์ฯ อยู่ที่ thaipoliceonline.go.th ช่องทางและขั้นตอนแจ้งเหตุให้ดูจากหน้าเว็บของหน่วยงานโดยตรง ไม่ควรเชื่อเพจหรือบัญชีที่อ้างว่ารับแจ้งความหรือช่วยกู้ภัยแทนตำรวจ โดยเฉพาะเพจที่มาทักหลังเราโพสต์ขอความช่วยเหลือ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่มีวิธีใดรับประกันได้ว่าภาพจะไม่ถูกเผยแพร่ ผู้ที่ถูกขู่หรือได้รับผลกระทบทางใจ ควรปรึกษาผู้ที่ไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสุขภาพจิตก่อนตัดสินใจ
ที่มา: แถลงข่าวของ FTC เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2569 เรื่องการฟ้อง Digital Forensics Corporation, บทความเตือนผู้บริโภคของ FTC เรื่องวิธีหลีกเลี่ยงบริการช่วยเหลือ sextortion ที่หลอกลวง และเว็บไซต์ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ







