เซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย กรมการปกครอง (Department of Provincial Administration) แนะนำให้ขีดเส้นคู่ขนาน 2 เส้นทับหน้าบัตร เขียนวัตถุประสงค์การใช้ ใส่วัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อทับบริเวณรูปถ่ายด้วยปากกาหมึกดำ ควรถ่ายสำเนาเฉพาะด้านหน้า ไม่ต้องถ่ายด้านหลัง ส่วนจะต้องเขียนอะไรบ้างและเขียนตรงไหน ไล่เป็นขั้นตอนไว้ด้านล่างแล้ว วิธีนี้ใช้ได้ทุกครั้งที่ต้องส่งสำเนาบัตรให้บริษัทหรือหน่วยงาน เพราะสำเนาบัตรมีข้อมูลที่อาจถูกนำไปสวมรอยได้
กรมการปกครองให้เหตุผลของแต่ละข้อไว้ต่างกัน การเขียนวัตถุประสงค์และคร่อมด้วยเครื่องหมาย # มีไว้เพื่อกันการต่อเติมหรือแก้ไขข้อความ ส่วนวัน เดือน ปี มีไว้เพื่อยืนยันว่าสำเนานั้นใช้ในวันใด ข้อมูลบนบัตรอย่างชื่อ เลข 13 หลัก วันเกิด และที่อยู่ อาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบหรือสวมรอยได้ จึงควรทำตามขั้นตอนทุกครั้งที่ส่งสำเนาให้ผู้อื่น
ขั้นตอนเซ็นรับรองสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
กรมการปกครองแนะนำให้ทำสำเนาบัตรประชาชนตามนี้ทุกครั้งที่ต้องส่งให้ผู้อื่น
- ถ่ายสำเนาเฉพาะด้านหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล
- ขีดเส้นคู่ขนาน 2 เส้นจากมุมล่างซ้ายไปมุมบนขวา
- เขียนวัตถุประสงค์การใช้สำเนา ปิดท้ายด้วยคำว่า เท่านั้น และคร่อมข้อความด้วยเครื่องหมาย # ทั้งหน้าและหลัง
- เขียนวัน เดือน ปี กำกับทุกครั้ง
- เขียนคำรับรอง
- ลงลายมือชื่อทับบริเวณรูปถ่าย โดยใช้ปากกาหมึกดำ
ตัวอย่างเช่น ถ้าส่งสำเนาไปสมัครงาน อาจเขียนวัตถุประสงค์ว่า #ใช้สมัครงานเท่านั้น# แล้วตามด้วยวันที่ที่ส่งจริง ข้อความนี้เป็นเพียงตัวอย่างประกอบการอธิบาย ให้เปลี่ยนเนื้อความตามเรื่องที่ใช้สำเนาจริงในแต่ละครั้ง และเขียนวันที่ทุกครั้งที่ใช้
ควรรู้ด้วยว่าทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำจากกรมการปกครอง ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมายที่บังคับให้ต้องเขียนข้อความหรือจัดรูปแบบแบบใดแบบหนึ่ง บางหน่วยงานหรือบริษัทอาจมีวิธีรับสำเนาของตนเอง ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามผู้ที่ขอเอกสารก่อนว่าต้องการรูปแบบอย่างไร

เหตุผลของวัตถุประสงค์ เครื่องหมาย # และวันที่
การเขียนวัตถุประสงค์ปิดท้ายด้วยคำว่า เท่านั้น แล้วคร่อมด้วยเครื่องหมาย # หน้าหลัง กรมการปกครองระบุว่ามีไว้เพื่อกันการต่อเติมข้อความ
ส่วนวัน เดือน ปี ที่เขียนกำกับ กรมการปกครองให้เหตุผลว่าเพื่อยืนยันวันที่ใช้งาน จึงควรเขียนวันที่จริงที่ใช้สำเนาทุกครั้ง ไม่ควรเว้นว่างไว้
การลงลายมือชื่อทับบริเวณรูปถ่ายก็มีเหตุผลเฉพาะ คือกันการสลับรูป ส่วนปากกาหมึกดำที่กรมการปกครองแนะนำ ก็เพื่อกันหมึกซีดหรือถูกลบและแก้ไขภายหลัง ทั้งสองข้อนี้เป็นเหตุผลที่หน้าแนะนำของกรมการปกครองระบุไว้
ที่มาของคำแนะนำและเมื่อไรที่ยังต้องใช้สำเนา
หน้าแนะนำของกรมการปกครองอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2561 ว่าด้วยการไม่เรียกขอสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน หน้าเดียวกันระบุว่าเหตุผลของมติคือการลดภาระประชาชนด้านขั้นตอน เวลา และค่าใช้จ่าย หน่วยงานรัฐจึงไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้ และมีบางหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เลิกใช้สำเนาบัตรแล้ว
แต่ก็ยังมีบริการบางอย่างที่ใช้สำเนาบัตรเป็นเอกสารยืนยันตัวตน เช่น การรับมอบอำนาจ ถ้าต้องส่งสำเนาบัตรในกรณีแบบนี้ ก็ควรเซ็นรับรองตามขั้นตอนข้างต้นทุกครั้ง หน้าเดียวกันระบุด้วยว่าหากหน่วยงานใดยังต้องใช้สำเนาบัตรจริง เจ้าหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกเพื่อลดภาระประชาชน ใครสงสัยเรื่องมติหรือการใช้สำเนาบัตร สอบถามเพิ่มได้ที่ Call Center 1548 ตามที่หน้าดังกล่าวระบุ
ถ่ายเฉพาะด้านหน้า รหัสหลังบัตรไม่ใช่ CVV
รหัสด้านหลังบัตรประชาชนเป็นรหัสควบคุมบัตรสำหรับหน่วยบริการของกรมการปกครอง ไม่ใช่รหัส CVV ตามที่กรมการปกครองชี้แจง
ดังนั้นให้ถ่ายสำเนาเฉพาะด้านหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ต้องถ่ายด้านหลัง การถ่ายเฉพาะด้านหน้ายังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำสำเนาด้วย เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลด้านหลัง ก็ไม่ต้องถ่ายส่งไปให้ใคร
ก่อนส่งสำเนาให้บริษัทหรือหน่วยงาน ควรถามอะไร
สิ่งแรกที่ควรถามผู้รับคือ ต้องการสำเนาบัตรไปใช้ทำอะไร และมีรูปแบบการรับรองสำเนาที่กำหนดไว้หรือไม่ คำตอบข้อแรกช่วยให้เขียนวัตถุประสงค์ได้ตรงกับการใช้จริง ส่วนคำตอบข้อหลังช่วยกันปัญหาถูกส่งกลับมาแก้ เพราะแต่ละแห่งมีข้อกำหนดของตนเอง ไม่มีใครบอกแทนได้ว่าที่ไหนรับหรือไม่รับสำเนาแบบใด
อีกเรื่องที่กรมการปกครองย้ำคือ ห้ามให้ผู้อื่นใช้บัตรแทนตนเอง เพราะข้อมูลบนบัตร เช่น ชื่อ เลข 13 หลัก วันเกิด ที่อยู่ บาร์โค้ด และเลขคำขอ (เลขใต้รูป) อาจถูกนำไปสวมรอยได้ โดยบาร์โค้ดและเลขคำขอเป็นข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวบุคคลเบื้องต้น จึงควรระวังการเผยแพร่ ถ้าบัตรหาย ให้แจ้งความและขอทำบัตรใหม่โดยเร็ว
ที่มา: กรมการปกครอง (Department of Provincial Administration) หน้าแนะนำขั้นตอนทำสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย







