ผู้ที่ถูกขู่แพร่ภาพส่วนตัวทางออนไลน์ อาจเจอบริการที่อ้างว่าช่วยระบุตัวคนขู่ได้ คดีล่าสุดในสหรัฐฯ ที่ FTC กล่าวหาว่าบริการแบบนี้หลอกเหยื่อ เป็นเหตุให้ต้องรู้ทันเรื่องนี้ เมื่อ 13 ต.ค. 2569 คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐฯ (Federal Trade Commission หรือ FTC) ประกาศฟ้องบริษัท ดิจิทัล ฟอเรนซิกส์ คอร์ปอเรชัน (Digital Forensics Corporation LLC) และดมิทรี เบลคิน (Dmitry Belkin) เจ้าของและซีอีโอ พร้อมบริษัทเครือข่ายอีกหลายแห่ง ที่ศาลแขวงภาคเหนือของโอไฮโอ FTC โหวต 2-0 ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังไม่ผ่านการพิจารณาของศาล
FTC กล่าวหาบริษัทนี้ว่าทำอะไร
FTC กล่าวหาว่าบริษัทหลอกให้เหยื่อเข้าใจว่าจะช่วยระบุตัวคนที่ขู่ได้ แล้วเรียกเงินจากเหยื่อรวมอย่างน้อย 60 ล้านดอลลาร์ แพ็กเกจแรกที่เรียกว่า Phase 1 มีราคา 1,499 ถึง 20,000 ดอลลาร์
ตามคำฟ้อง Phase 1 ควรรวมการติดตามตำแหน่งของผู้ขู่ การสื่อสารกับผู้ขู่ รายงานสืบสวนโดยละเอียด และการแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ FTC อ้างว่าบริษัทไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้จริงในหลายกรณี ทำอะไรเพียงเล็กน้อยหรือไม่ทำเลยเพื่อหยุดการข่มขู่ และใส่ข้อมูลปลอมในรายงานที่ส่งให้เหยื่อ FTC ยังอ้างว่าบริษัทไม่เคยติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแทนเหยื่อ
ในคำฟ้องยังมีข้อกล่าวหาเรื่องรีวิว โดย FTC อ้างว่าบริษัทปิดบังรีวิวเชิงลบและโพสต์รีวิวชมปลอมนับพันรายการ FTC กล่าวหาว่าพฤติกรรมเหล่านี้ฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ FTC Act, Telemarketing Sales Rule, Reviews and Testimonials Rule และ Gramm-Leach-Bliley Act
ผู้ถูกฟ้องมีทั้งบริษัท ดิจิทัล ฟอเรนซิกส์ คอร์ปอเรชัน เจ้าของและซีอีโอ และบริษัทเครือข่ายอีกหลายแห่ง ที่ FTC มองว่าเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจนี้ ศาลสหรัฐฯ อนุมัติคำขอของ FTC ให้ระงับกิจกรรมของผู้ถูกฟ้องไว้ชั่วคราวแล้ว คำสั่งนี้เป็นมาตรการระหว่างที่คดียังดำเนินอยู่ ไม่ใช่คำตัดสินว่าผู้ถูกฟ้องทำผิด
บริการอ้างช่วยเหยื่อมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง
สัญญาณเตือนต่อไปนี้มาจากข้อกล่าวหาของ FTC ในคดีนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าบริการทุกรายทำแบบเดียวกัน ข้อแรกคือบริการที่เรียกเงินก้อนใหญ่โดยอ้างว่าจะระบุตัวคนขู่ให้ได้ ซึ่งในคดีนี้ราคาแพ็กเกจแรกอยู่ที่ 1,499 ถึง 20,000 ดอลลาร์
ข้อสองคือบริการที่บอกให้เหยื่อไม่บล็อกผู้ขู่ และให้บริการเป็นฝ่ายสื่อสารกับผู้ขู่ต่อ ตามที่ FTC กล่าวหา FTC ระบุว่าคำแนะนำแบบนี้ขัดกับคำแนะนำของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation หรือ FBI) และผู้เชี่ยวชาญด้านบังคับใช้กฎหมาย
ข้อสามคือบริการที่อ้างว่าจะแจ้งเจ้าหน้าที่แทน FTC อ้างว่าในคดีนี้บริษัทไม่ได้ติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริง ก่อนจ่ายเงินให้บริการใด FTC แนะนำให้ค้นชื่อบริษัทคู่กับคำว่า scam, review หรือ complaint และระบุว่าผลค้นหาแบบเสียเงินไม่ได้บ่งบอกว่าบริษัทน่าเชื่อถือ

ถูกขู่แพร่ภาพส่วนตัว ควรทำอะไรและแจ้งที่ไหน
FTC แนะนำให้เพิกเฉยและบล็อกผู้ขู่ ไม่โต้ตอบ และไม่จ่ายเงิน รวมถึงคุยกับคนที่ไว้ใจ เช่น เพื่อน ญาติ หรือผู้ให้คำปรึกษา ส่วนผู้อยู่ในไทย ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าบริษัทที่ถูกฟ้องให้บริการในไทย และยังไม่มีช่องทางแจ้งของไทยที่ตรวจจากต้นทางโดยตรง จึงควรติดต่อหน่วยงานทางการของไทยโดยตรง
คำแนะนำนี้ตรงข้ามกับที่บริษัทในคดีถูกกล่าวหาว่าบอกเหยื่อให้ไม่บล็อกผู้ขู่ และเป็นเพียงคำแนะนำของ FTC ไม่ได้รับรองผลของวิธีใดวิธีหนึ่งว่าจะทำให้เรื่องจบ
FTC ชี้ช่องทางรายงานการโกงที่ ReportFraud.ftc.gov และแนะนำให้แจ้งตำรวจและ FBI ซึ่งเป็นช่องทางของสหรัฐฯ จึงใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น ไม่ใช่ช่องทางสำหรับผู้อยู่ในไทย
คำถามที่พบบ่อย
FTC กล่าวหาบริษัทนี้ว่าอย่างไร
FTC กล่าวหาว่าบริษัทหลอกให้เหยื่อเข้าใจว่าจะช่วยระบุตัวผู้ขู่ได้ แล้วเรียกเงินรวมอย่างน้อย 60 ล้านดอลลาร์
ศาลตัดสินแล้วหรือยังว่าบริษัทผิด
ยังไม่ตัดสิน ศาลสหรัฐฯ เพียงอนุมัติให้ระงับกิจกรรมของผู้ถูกฟ้องชั่วคราว และข้อกล่าวหายังไม่ผ่านการพิจารณาของศาล
คำแนะนำของบริษัทขัดกับ FBI อย่างไร
FTC ระบุว่าบริษัทบอกเหยื่อไม่ให้บล็อกผู้ขู่และให้บริษัทสื่อสารกับผู้ขู่ต่อ ซึ่งขัดกับคำแนะนำของ FBI
ที่มา: แถลงข่าวของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐฯ (FTC) เรื่องการฟ้องผู้ให้บริการช่วยเหยื่อ sextortion ประจำเดือนตุลาคม 2569 และคำเตือนผู้บริโภคของ FTC เรื่องบริการช่วยเหยื่อ sextortion ที่หลอกลวง






