ข้อกล่าวหาเรื่องเว็บรับทำพาสปอร์ตหลอกในสหรัฐฯ เกิดขึ้นเมื่อ 22 ต.ค. 2569 เมื่อคณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ยื่นฟ้องบริษัท GovAssist LLC, Entry LLC และนายสก็อตต์ ซัคเกอร์แมน (Scott Zuckerman) ที่ศาลแขวงสหรัฐฯ เขตเปอร์โตริโก FTC กล่าวหาว่าเว็บรับทำพาสปอร์ตและวีซ่าของจำเลยแสดงตัวเหมือนมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลสหรัฐฯ และโฆษณาราคาต่ำกว่าที่ผู้ใช้ต้องจ่ายจริง คดีนี้ศาลยังไม่ตัดสิน
เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับทุกคนที่ต้องยื่นเอกสารเดินทางออนไลน์ ไม่ว่าจะกับสหรัฐฯ หรือประเทศอื่น ว่าเว็บที่ขึ้นเป็นผลโฆษณาในหน้าค้นหาอาจไม่ใช่เว็บของหน่วยงานรัฐเสมอไป แถลงข่าวของ FTC ไม่ได้ระบุจำนวนผู้เสียหายหรือมูลค่าความเสียหาย การมีตัวกลางรับทำเอกสารไม่ผิดกฎหมายโดยตัวมันเอง หากตัวกลางเปิดเผยว่าเป็นเอกชนและบอกค่าบริการครบถ้วน
FTC กล่าวหาอะไร และใครคือจำเลย
FTC ระบุว่าจำเลยมี 3 ราย คือ GovAssist LLC, Entry LLC และนายซัคเกอร์แมน ซึ่งเป็นเจ้าของและสมาชิกรายเดียวของทั้งสองบริษัท เว็บที่เกี่ยวข้องคือ GovAssist.com, Entry.com และ IVS.us FTC กล่าวหาว่าเว็บเหล่านี้เสนอบริการพาสปอร์ต ใบสมัครวีซ่า และการต่อวีซ่ามาตั้งแต่อย่างน้อยเดือน ต.ค. 2566 คณะกรรมการ FTC โหวต 2-0 ให้ยื่นฟ้อง
FTC กล่าวหาว่าจำเลยซื้อโฆษณาบน Google เพื่อให้เว็บของตัวเองไปอยู่ในที่ที่ผู้คนคาดว่าจะเจอบริการของรัฐ และกล่าวหาว่าจำเลยแสดงตนเหมือนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พร้อมอ้างว่าออกพาสปอร์ตสหรัฐฯ ได้เอง
FTC กล่าวหาว่าในความเป็นจริง ผู้ใช้บริการมักได้เพียงใบสมัครที่กรอกข้อมูลให้แล้ว ซึ่งขอได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ FTC ยังกล่าวหาว่านายซัคเกอร์แมนดำเนินการนี้ขณะอยู่ภายใต้คำสั่งของ FTC จากคดีก่อนหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกัน (คดี Support King LLC ซึ่งเกี่ยวกับซอฟต์แวร์สอดแนมและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล) และกล่าวหาว่าจำเลยฝ่าฝืนกฎหมาย FTC Act, กฎว่าด้วยการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ (Impersonation Rule) และกฎหมาย Gramm-Leach-Bliley แถลงข่าวไม่ได้ระบุว่า FTC ขอให้ศาลสั่งอะไร ระบุเพียงว่าศาลจะเป็นผู้ตัดสินคดี
ราคาที่โฆษณากับราคาจริงต่างกันเท่าไร
จุดที่ FTC ให้น้ำหนักคือเรื่องราคา FTC กล่าวหาว่าจำเลยโฆษณาว่าบริการ "เริ่มต้นที่ $89" แต่ราคาต่ำสุดจริงคือ $119 บวกค่าจัดส่ง $29 รวม $148 FTC ยังกล่าวหาว่าจำเลยไม่บอกหรือลดความสำคัญของค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพิ่มอีกต่างหาก และระบุว่าผู้บริโภคอาจต้องจ่ายซ้ำ
ตามข้อกล่าวหา ราคาที่ต้องจ่ายจริงสูงกว่าที่โฆษณา $59 ก่อนรวมค่าธรรมเนียมรัฐ ส่วนต่างนี้คือ $148 ลบ $89 ผู้ที่ตัดสินใจจ่ายตั้งแต่ราคาแรกที่เห็นจึงควรเลื่อนอ่านจนถึงหน้าสรุปราคาสุดท้ายก่อนยืนยัน
ด้านความเร็ว FTC กล่าวหาว่าจำเลยสัญญาว่าจะออกพาสปอร์ตด่วนได้ใน 6-10 วันทำการ หรือ 3-4 วันทำการ FTC ว่าคำสัญญานี้เป็นเท็จ เพราะเร็วกว่าบริการด่วนที่เร็วที่สุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่ง FTC เรียกว่าเป็นแหล่งเดียวที่ออกพาสปอร์ตสหรัฐฯ
ระวังเว็บรับทำพาสปอร์ตหลอก เช็กอะไรก่อนจ่ายเงิน
FTC กล่าวหาว่าจำเลยโชว์คะแนน 'excellent' จาก Trustpilot ซึ่ง FTC ระบุว่ามาจากรีวิวบวกปลอมจำนวนมาก คะแนนรีวิวอย่างเดียวจึงไม่พอใช้ตัดสินว่าเว็บน่าไว้ใจ ควรดูควบคู่กับว่าเว็บบอกชัดหรือไม่ว่าตัวเองเป็นบริการเอกชน และรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมดไว้ตรงไหน
วิธีแยกเว็บทางการกับเว็บตัวกลางเริ่มจากโดเมน เว็บทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ ลงท้ายด้วย .gov และเว็บพาสปอร์ตของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คือ travel.state.gov ส่วนหน่วยงานรัฐไทยใช้ .go.th ให้พิมพ์ที่อยู่เว็บเองหรือเข้าจากเว็บหน่วยงาน ไม่คลิกจากโฆษณาในหน้าค้นหา เว็บสถานทูตก็ต้องเช็กโดเมนก่อนกรอกข้อมูลหรือจ่ายเงินเช่นกัน ส่วนช่องทางยื่นเองและค่าธรรมเนียมทางการ ให้ดูจากเว็บของหน่วยงานผู้ออกเอกสารโดยตรง
เช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงินให้เว็บที่อ้างว่ารับทำพาสปอร์ตหรือวีซ่า
- เข้าเว็บของหน่วยงานผู้ออกเอกสารโดยตรง ซึ่งสำหรับพาสปอร์ตสหรัฐฯ FTC ชี้ว่าใบสมัครมีให้ฟรี
- ระวังผลค้นหาที่ขึ้นเป็นโฆษณาแล้วใช้ชื่อหรือภาพคล้ายหน่วยงานรัฐ
- เทียบราคาในโฆษณากับราคาในหน้าสรุปยอด และดูว่ามีค่าส่งหรือค่าบริการแยกหรือไม่
- ตรวจว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้หน่วยงานรัฐถูกบอกชัดหรือไม่
- ไม่เชื่อสัญญาว่าจะได้เอกสารเร็วกว่าช่องทางด่วนของหน่วยงานเอง
- ตรวจรีวิวหลายแหล่ง และถ้าจะจ่ายด้วยบัตร ควรเช็กโดเมนกับชื่อเว็บอีกครั้งก่อนกดยืนยัน
คดีนี้ FTC กล่าวหาเรื่องการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ราคาที่ทำให้เข้าใจผิด และรีวิวปลอม ข้อกล่าวหานี้ใช้กับจำเลยในคดีเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าตัวกลางรายอื่นเป็นเว็บหลอกลวง
ถ้าเจอหรือสงสัยว่าถูกหลอก
คำแนะนำทั่วไปของ FTC คือ FTC จะไม่เรียกเก็บเงิน ขู่ หรือบอกให้โอนเงิน หากเจอกรณีที่น่าสงสัยในสหรัฐฯ สามารถแจ้งได้ที่ ReportFraud.ftc.gov
ผู้ที่จ่ายเงินไปแล้ว ไม่ว่าอยู่ในไทยหรือประเทศอื่น ควรติดต่อธนาคารหรือผู้ออกบัตรโดยเร็ว เพื่อสอบถามเรื่องการระงับหรือโต้แย้งรายการ พร้อมเก็บหลักฐานการจ่ายเงินและภาพหน้าเว็บไว้ แล้วสอบถามหน่วยงานผู้ออกเอกสารตัวจริงก่อนจ่ายเพิ่ม
คดีนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาของ FTC ศาลยังไม่ตัดสินว่าจำเลยกระทำผิด ติดตามผลคดีได้จากหน้าข่าว FTC
ที่มา: แถลงข่าวคณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (Federal Trade Commission) ว่าด้วยการฟ้อง GovAssist LLC, Entry LLC และนายสก็อตต์ ซัคเกอร์แมน เผยแพร่ 22 ต.ค. 2569







