สุขภาพ

มะเร็งไส้ตรง dMMR MSI-H พบราว 3% ของระยะลุกลามเฉพาะที่ FDA อนุมัติยา Jemperli

มะเร็งไส้ตรงชนิด dMMR หรือ MSI-H พบราว 3% FDA อนุมัติยา Jemperli แบบมีเงื่อนไขให้กลุ่มนี้ แต่ผลที่ได้ยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น

มะเร็งไส้ตรง dMMR MSI-H พบราว 3% ของระยะลุกลามเฉพาะที่ FDA อนุมัติยา Jemperli

มะเร็งไส้ตรงระยะ 2 และ 3 ที่เนื้องอกมีลักษณะ dMMR หรือ MSI-H มีอยู่ราว 3% ของมะเร็งไส้ตรงระยะลุกลามเฉพาะที่ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA) อนุมัติแบบมีเงื่อนไข (accelerated approval) ให้ยา Jemperli (เจมเพอร์ลี) ชื่อสามัญ dostarlimab-gxly ของบริษัท GSK ใช้เดี่ยวในผู้ใหญ่กลุ่มนี้ที่ยังไม่เคยรักษา ผู้ป่วยและญาติที่ได้ยินข่าวว่ายานี้อาจทำให้ไม่ต้องผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัด ต้องรู้ก่อนว่ายาใช้ได้เฉพาะเนื้องอกที่ตรวจแล้วพบลักษณะนี้เท่านั้น

FDA เป็นหน่วยงานของสหรัฐฯ การอนุมัติครั้งนี้จึงมีผลกับการใช้ยาในสหรัฐฯ ส่วนการขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย ราคา สิทธิรักษา และหน่วยตรวจ MSI หรือ dMMR ในไทย ผู้ป่วยควรสอบถามจากทีมแพทย์ที่ดูแล บทความนี้อธิบายสิ่งที่ FDA ประกาศไว้ และเหตุที่การตรวจลักษณะของเนื้องอกสำคัญต่อการเลือกวิธีรักษา

มะเร็งไส้ตรงชนิด dMMR และ MSI-H คืออะไร

dMMR และ MSI-H เป็นสองคำที่ใช้บอกลักษณะเดียวกันของเนื้องอก คือความบกพร่องในการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นตอนเซลล์มะเร็งคัดลอกดีเอ็นเอ (DNA) ตามที่ FDA อธิบายไว้ เมื่อระบบซ่อมแซมตามปกติทำงานไม่ได้ ข้อผิดพลาดจะสะสมและทำให้เกิดโปรตีนที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจำได้ เนื้องอกแบบนี้จึงตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันบำบัดได้ดีกว่า

ข้อจำกัดสำคัญคือกลุ่มนี้มีน้อย FDA อ้างประมาณการที่ตีพิมพ์แล้วว่าราว 3% ของมะเร็งไส้ตรงระยะลุกลามเฉพาะที่เป็น dMMR หรือ MSI-H ผู้ป่วยอีกส่วนใหญ่ที่เหลือไม่เข้าเงื่อนไขของการอนุมัติครั้งนี้ ผู้ป่วยมะเร็งไส้ตรงจึงไม่ได้ใช้ยานี้ได้ทุกคน

เหตุผลที่ต้องตรวจก่อนรักษาจึงชัดเจน FDA ระบุว่าการใช้ยานี้ต้องยืนยันสถานะ dMMR หรือ MSI-H ด้วยชุดตรวจที่ FDA รับรอง ถ้าไม่ตรวจ ก็ไม่มีทางรู้ว่าเนื้องอกของผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มที่ยานี้ได้รับอนุมัติหรือไม่ นอกจากผลตรวจแล้ว ผู้ป่วยต้องอยู่ในระยะ 2 หรือ 3 และยังไม่เคยรักษามาก่อน เงื่อนไขทั้งสามข้อต้องครบพร้อมกัน

3 % ของมะเร็งไส้ตรงระยะลุกลามเฉพาะที่เป็น dMMR หรือ MSI-H / ใครเข้าเงื่อนไขใช้ Jemperli ตาม FDA / ผลตรวจเป็น dMMR หรือ MSI-H / มะเร็งไส้ตรงระยะ 2 หรือ 3 / ยังไม่เคยรักษามาก่อน
ยานี้ใช้ได้เฉพาะผู้ป่วยที่เข้าเงื่อนไขครบทั้งสามข้อ

ผลทดลองระยะ 2 ยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น

การอนุมัติอิงผลเบื้องต้นของการทดลองระยะ 2 ชื่อ AZUR-1 ในผู้ป่วย 154 คนที่เป็นมะเร็งไส้ตรงระยะลุกลามเฉพาะที่ชนิด dMMR หรือ MSI-H และยังไม่เคยรักษา ผู้ป่วยได้ยาไม่เกิน 9 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 สัปดาห์ รวมประมาณ 6 เดือน หลังติดตามผลเฉลี่ยเกิน 2 ปี เกือบ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยยังไม่ต้องผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัด

FDA ระบุถึงการศึกษาก่อนหน้าของศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering ซึ่งเป็นการศึกษาแยกต่างหาก ใช้ยาเดี่ยวกับผู้ป่วยลักษณะเดียวกัน 50 คน ผู้ป่วยทุกคนตรวจไม่พบมะเร็งหลังการรักษา และ 93% ปลอดมะเร็งอย่างน้อย 12 เดือน ในผู้ป่วย 27 คนที่ติดตามอย่างน้อย 3 ปี มีกลับเป็นซ้ำ 1 คน ที่บริเวณเดิม

ตัวเลขเหล่านี้ให้ภาพที่น่าสนใจ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน FDA ระบุเองว่าต้องติดตามต่อเพื่อดูว่าผลคงอยู่นานเท่าใดและมะเร็งกลับมาบ่อยเพียงไร การทดลอง AZUR-1 ที่ใช้เป็นฐานการอนุมัติเป็นผลเบื้องต้นของงานระยะ 2 ไม่ใช่ผลสรุประยะยาว จึงไม่ควรอ่านว่ายานี้รักษาให้หายขาด หรือว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ต้องผ่าตัดอีกต่อไป

ผลข้างเคียงและเงื่อนไขของการอนุมัติแบบมีเงื่อนไข

ยา Jemperli ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายหันไปทำร้ายอวัยวะและเนื้อเยื่อปกติได้ FDA ระบุว่าปฏิกิริยานี้อาจรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต ผลข้างเคียงที่พบบ่อยตั้งแต่ 15% ของผู้ป่วย ได้แก่ อ่อนเพลีย ผื่น ท้องเสีย และคัน การเลือกใช้ยานี้จึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่อาจได้กับความเสี่ยงที่แพทย์ต้องประเมินเป็นรายคน

การอนุมัติแบบมีเงื่อนไขหมายความว่า FDA อนุมัติจากข้อมูลเบื้องต้น และสั่งให้ GSK ต้องติดตามผู้ป่วยต่อ เพื่อพิสูจน์ว่าผลที่เห็นนำไปสู่ประโยชน์ทางคลินิกที่คงอยู่ได้จริง FDA ยังให้ยานี้อยู่ในการพิจารณาแบบเร่งด่วน (Priority Review) และสถานะ Breakthrough Therapy ซึ่งเป็นสถานะที่ FDA ให้กับยาที่มีแนวโน้มดี แต่ไม่ได้ลดความจำเป็นที่ต้องรอผลระยะยาว

สถานะในไทยและคำถามที่ควรเตรียมไปถามแพทย์

การขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย ราคา สิทธิรักษาพยาบาล และหน่วยตรวจ MSI หรือ dMMR ในไทย เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยควรสอบถามจากทีมแพทย์ที่ดูแลโดยตรง การอนุมัติของ FDA ไม่ได้หมายความว่ายาพร้อมใช้ในไทย และไม่ควรตัดสินใจจากข่าวต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

ผู้ป่วยหรือญาติที่อยากหารือเรื่องนี้กับแพทย์ อาจเตรียมคำถามเหล่านี้ไปถาม

  • เนื้องอกของผู้ป่วยเคยตรวจสถานะ dMMR หรือ MSI-H หรือยัง และผลเป็นอย่างไร
  • มะเร็งอยู่ในระยะที่ยาตัวนี้ได้รับอนุมัติหรือไม่ และเคยรักษาไปแล้วหรือยัง
  • ในไทยมียานี้หรือยาในกลุ่มเดียวกันสำหรับโรคนี้หรือไม่
  • ถ้าใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด ต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงอะไร และต้องแจ้งทีมแพทย์เมื่อใด

เรื่องนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากประกาศของ FDA ไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนแปลงการรักษาทุกครั้ง

ที่มา: ประกาศของ FDA สหรัฐฯ เรื่องการอนุมัติ Jemperli (dostarlimab-gxly) สำหรับมะเร็งไส้ตรงชนิด dMMR หรือ MSI-H

บทความที่เกี่ยวข้อง