สุขภาพ

ศัลยกรรมต่างประเทศ CDC พบติดเชื้อ NTM 5 ราย หลังผ่าตัดที่สถานพยาบาลเดียวในเม็กซิโก

ศัลยกรรมต่างประเทศ CDC พบติดเชื้อ NTM 5 ราย หลังผ่าตัดที่สถานพยาบาลแห่งเดียวในเม็กซิโก อาการโผล่ช้าหลายสัปดาห์ เช็กอะไรก่อนไปและหลังกลับ

ศัลยกรรมต่างประเทศ CDC พบติดเชื้อ NTM 5 ราย หลังผ่าตัดที่สถานพยาบาลเดียวในเม็กซิโก

ใครที่คิดจะไปทำศัลยกรรมต่างประเทศ ควรรู้ว่าการติดเชื้อหลังผ่าตัดอาจไม่ปรากฏทันทีที่กลับถึงบ้าน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) เผยแพร่รายงานเมื่อ 22 ต.ค. 2569 ว่าพบผู้ติดเชื้อ NTM ยืนยันแล้ว 5 ราย ใน 4 รัฐของสหรัฐฯ ทุกรายเกี่ยวข้องกับศัลยแพทย์และสถานพยาบาลเดียวกันในเมืองซาโปปัน (Zapopan) รัฐฮาลิสโก (Jalisco) ประเทศเม็กซิโก ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลถึงวันที่ 19 ต.ค. 2569 และการสอบสวนยังไม่จบ

CDC พบอะไรในผู้ป่วย 5 รายจากเม็กซิโก

ผู้ป่วยทั้ง 5 รายเป็นผู้อยู่อาศัยในสหรัฐฯ กระจายอยู่ในแคลิฟอร์เนีย (California) 2 ราย อิลลินอยส์ (Illinois) เท็กซัส (Texas) และฟลอริดา (Florida) รัฐละ 1 ราย รายงานของ CDC อยู่ในวารสาร MMWR ตอนหนึ่งของคอลัมน์ Notes from the Field ซึ่งเป็นรายงานการสอบสวนกลุ่มผู้ป่วยจริง ไม่ใช่การทดลองทางคลินิก จึงบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ แต่ยังบอกอัตราเสี่ยงของสถานพยาบาลโดยรวมไม่ได้

เชื้อที่พบคือ Mycobacterium abscessus 4 ราย และ M. fortuitum 1 ราย เมื่อตรวจลำดับพันธุกรรม ผู้ป่วย 3 รายที่ติด M. abscessus (แคลิฟอร์เนีย 2 ราย อิลลินอยส์ 1 ราย) เป็นสายพันธุ์ ST56 อีก 1 รายที่ติด M. abscessus เช่นกันเป็นสายพันธุ์ ST42 ส่วนรายสุดท้ายติด M. fortuitum ซึ่งเป็นเชื้อคนละชนิดและไม่อยู่ในกลุ่ม ST56 การสอบสวนร่วมระหว่าง CDC กับกระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโกยังดำเนินอยู่ และยังไม่สรุปแหล่งเชื้อ

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องเวลา ค่ามัธยฐานของเวลาจากวันผ่าตัดถึงวันเริ่มมีอาการอยู่ที่ 33 วัน โดยช่วงกว้างตั้งแต่ 4 ถึง 112 วัน ส่วนค่ามัธยฐานของเวลาจากผ่าตัดถึงวันเก็บตัวอย่างไปเพาะเชื้ออยู่ที่ 76 วัน (ช่วง 47-116 วัน) หมายความว่าผู้ป่วยรายหนึ่งอาจเริ่มมีอาการหลังกลับบ้านไปแล้วนานกว่าเดือน และกว่าจะได้เก็บตัวอย่างไปเพาะเชื้อก็ผ่านไปอีกพักใหญ่

CDC ระบุว่าการตรวจสถานพยาบาลเมื่อเดือน ก.พ. 2569 พบความบกพร่องในการฆ่าเชื้อเครื่องมือผ่าตัด ผู้ตรวจสั่งปิดพื้นที่ผ่าตัดและยึดเครื่องมือของศัลยแพทย์ รายงานฉบับเดียวกันยังไม่พบผู้เสียชีวิต แต่บางรายยังรักษาต่อเนื่อง การรักษาในกลุ่มนี้รวมถึงการใช้ยา การระบายของเหลว และการผ่าตัดแก้ไขแผลเป็นหรือความผิดปกติของรูปหน้า

NTM หรือวัณโรคเทียม เชื้อที่อาการโผล่ช้า

NTM ย่อมาจาก nontuberculous mycobacteria ชื่อเต็มแปลตรงตัวว่าเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่วัณโรค ภาษาไทยมักเรียกกันว่าวัณโรคเทียม CDC ชี้ว่าเชื้อกลุ่มนี้เคยเกี่ยวข้องกับการระบาดในสถานพยาบาล รวมถึงสถานที่ทำศัลยกรรมความงาม และยกเชื้อ M. abscessus เป็นตัวอย่าง

ในแง่การตรวจ CDC ระบุว่าเชื้อ NTM กลุ่มโตเร็วใช้เวลาเพาะเชื้อ 7-10 วัน อีกด้านหนึ่ง การติดเชื้อ NTM นอกปอดไม่ใช่โรคที่ต้องรายงานในระดับประเทศของสหรัฐฯ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อหลังผ่าตัดในต่างประเทศจึงอาจกระจายไปอยู่ตามรัฐต่างๆ โดยไม่มีใครเห็นภาพรวมได้ง่าย

ผู้ป่วยรายหนึ่งในรายงานเป็นตัวอย่างที่ชัด รายนี้ผ่าตัดยกหน้าเมื่อเดือน ก.ย. 2568 และเริ่มมีถุงน้ำคั่งใต้ผิวที่ใบหน้าและลำคอหลังผ่านไป 8 วัน ต้องใช้ยาต้านจุลชีพและระบายของเหลวถึง 4 ครั้ง ก่อนจะวินิจฉัยได้ว่าเป็นเชื้อ M. abscessus คำเตือนของ CDC ต่อแพทย์จึงตรงไปตรงมาว่าให้นึกถึง NTM ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อหลังผ่าตัด โดยเฉพาะหลังหัตถการเสริมความงาม

33 วัน ค่ามัธยฐานจากผ่าตัดถึงเริ่มมีอาการ ช่วงกว้างตั้งแต่ 4 ถึง 112 วัน / ไปศัลยกรรมต่างประเทศ ต้องเช็กอะไรบ้าง / ตรวจการรับรองสถานพยาบาล / ตรวจใบอนุญาตศัลยแพทย์ / ถามขั้นตอนฆ่าเชื้อเครื่องมือ / ถามเรื่องติดตามผลหลังกลับบ้าน / ขอสรุปประวัติผ่าตัดและการใช้ยา / สังเกตแผลต่ออีกหลายสัปดาห์
เช็กลิสต์ข้อควรถามก่อนไปและสิ่งที่ต้องสังเกตหลังกลับ ไม่ใช่คำแนะนำรายข้อของ CDC

ก่อนไปศัลยกรรมต่างประเทศ ควรเช็กอะไรบ้าง

ข้อมูลชุดนี้มาจากผู้ป่วยกลุ่มเดียวที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลแห่งเดียวในเม็กซิโก ซึ่งการตรวจพบว่าฆ่าเชื้อเครื่องมือบกพร่อง จึงไม่ได้แปลว่าสถานพยาบาลต่างประเทศอันตรายกว่าในประเทศ สิ่งที่ CDC เตือนนักท่องเที่ยวเพื่อการแพทย์คือมาตรฐานการรับรองสถานพยาบาลและการรับรองวิชาชีพบุคลากรทางการแพทย์ในต่างประเทศอาจต่างกัน เกณฑ์ที่ผู้ป่วยเคยคุ้นอาจใช้ไม่ได้เสมอไป ผู้ที่ตัดสินใจไปทำเองจึงต้องถามและตรวจสอบให้มากขึ้นก่อนจองคิว

เรื่องที่ควรถามให้ชัดก่อนตัดสินใจมีดังนี้ เช็กลิสต์นี้เป็นข้อควรถามทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำที่ CDC ระบุเป็นรายข้อ

  • สถานพยาบาลได้รับการรับรองจากหน่วยงานใด และตรวจสอบกับหน่วยงานนั้นโดยตรง
  • ศัลยแพทย์มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และตรวจสอบกับองค์กรวิชาชีพของประเทศนั้นได้หรือไม่
  • สถานพยาบาลมีขั้นตอนฆ่าเชื้อเครื่องมือผ่าตัดอย่างไร และเคยถูกตรวจหรือสั่งปิดหรือไม่
  • ถ้ามีปัญหาหลังกลับบ้าน ใครรับผิดชอบติดตามผล และติดต่อได้ทางใด
  • ขอสรุปประวัติการผ่าตัดและการใช้ยาเป็นเอกสารติดตัวกลับมา

ข้อเรื่องการฆ่าเชื้อเครื่องมือสะท้อนสิ่งที่การตรวจเมื่อเดือน ก.พ. 2569 พบในสถานพยาบาลแห่งนี้ การถามเรื่องนี้ก่อนผ่าตัดจึงเป็นวิธีเช็กพื้นฐานที่ผู้ป่วยทำได้เอง และใช้ได้ไม่ว่าจะเลือกทำที่ประเทศใด

หลังกลับบ้านต้องสังเกตอาการนานหลายสัปดาห์

บทเรียนจากกลุ่มผู้ป่วยนี้คือการไม่มีอาการในสัปดาห์แรกยังไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ผู้ป่วยบางรายเริ่มมีอาการเร็วเพียง 4 วัน แต่บางรายเกิน 3 เดือน ผู้ที่ผ่าตัดมาแล้วจึงควรสังเกตแผลและบริเวณผ่าตัดต่อไปอีกหลายสัปดาห์ และไม่ควรปล่อยให้อาการผิดปกติเรื้อรังโดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติหลังผ่าตัด

หากพบอาการผิดปกติที่บริเวณผ่าตัด เช่น มีถุงน้ำหรือของเหลวคั่ง ควรไปพบแพทย์และบอกให้ชัดว่าเพิ่งผ่าตัดที่ต่างประเทศ ที่ไหน และเมื่อใด ข้อมูลนี้ช่วยให้แพทย์นึกถึงเชื้อกลุ่ม NTM ซึ่งเป็นสิ่งที่ CDC แนะนำให้แพทย์ทำในผู้ป่วยที่ติดเชื้อหลังผ่าตัด นอกจากนี้ CDC เห็นว่าการใช้ระบบเฝ้าระวังการเดินทางเพื่อรักษาพยาบาล (Medical Tourism Surveillance System หรือ MTSS) จะช่วยให้การรายงานคล่องขึ้น และช่วยระบุการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกันได้

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล ผู้ที่สงสัยว่าตนเองติดเชื้อ หรือกำลังตัดสินใจทำหัตถการ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนการรักษาทุกครั้ง

ที่มา: ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) วารสาร MMWR ปีที่ 75 ฉบับที่ 41 รายงาน Notes from the Field เรื่อง Nontuberculous Mycobacteria Infections After Cosmetic Surgery Procedures in Mexico

บทความที่เกี่ยวข้อง