สุขภาพ

ไข้หวัดใหญ่ 2569 ยังสูง RSV พบมากในเด็ก 1-4 ปี ดูอาการและเมื่อไรควรหยุดเรียน

ไข้หวัดใหญ่ 2569 ยังสูงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ และ RSV พบมากในเด็ก 1-4 ปี ดูอาการ กลุ่มเสี่ยง และเมื่อไรควรหยุดเรียน

ไข้หวัดใหญ่ 2569 ยังสูง RSV พบมากในเด็ก 1-4 ปี ดูอาการและเมื่อไรควรหยุดเรียน

ไข้หวัดใหญ่ 2569 ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และ RSV ก็ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก ครูและผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็ก รวมถึงคนที่ดูแลผู้สูงอายุ ควรรู้ว่าอาการแบบไหนต้องพาไปพบแพทย์ กรมควบคุมโรค (Department of Disease Control, DDC) แถลงเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 ว่าผู้ป่วยโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น ทั้งไข้หวัดใหญ่และ RSV นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์ว่าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี และผู้ป่วย RSV เพิ่มขึ้น

กรมฯ ระบุว่าทั้งสองโรคมักระบาดตั้งแต่ฤดูฝนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูหนาว ถ้าไม่ป้องกันให้เหมาะสม โรคอาจแพร่ออกไปและเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ง่าย ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่บ้านและโรงเรียนต้องเฝ้าสังเกตอาการเด็กเป็นพิเศษ

ไข้หวัดใหญ่ 2569 สูงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ RSV พบมากในเด็ก 1-4 ปี

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่าในสัปดาห์ 11-17 ต.ค. 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 15,309 ราย ยอดสะสม 543,385 ราย ตัวเลขนี้สูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี และอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องมา 4 สัปดาห์แล้ว

ค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี คือค่ากลางของข้อมูลผู้ป่วยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เมื่อยอดผู้ป่วยสูงกว่าค่านี้ แปลว่าปีนี้มีผู้ป่วยมากกว่าที่เคยพบตามปกติในช่วงเวลาเดียวกัน และเมื่อสูงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยก็ยังไม่ได้ลดลงเอง

ส่วน RSV ในสัปดาห์เดียวกันมีผู้ป่วย 2,860 ราย ยอดสะสม 26,160 ราย กรมฯ ระบุว่าทั้งสองโรคยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดต่างกันเล็กน้อย ไข้หวัดใหญ่พบมากสุดในเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ 1-4 ปี และต่ำกว่า 1 ปี ส่วน RSV พบมากสุดในเด็ก 1-4 ปี รองลงมาคือต่ำกว่า 1 ปี และ 5-9 ปี ผู้ปกครองที่มีลูกอยู่ในช่วงอายุเหล่านี้จึงควรสังเกตอาการของลูกทุกวัน

ไข้หวัดใหญ่กับ RSV ต่างกันอย่างไร / ผู้ป่วยสัปดาห์ 15,309 ราย 2,860 ราย / ยอดสะสม 543,385 ราย 26,160 ราย / อายุที่พบมากสุด 5-9 ปี รองลงมา 1-4 ปี 1-4 ปี รองลงมาต่ำกว่า 1 ปี / อาการ ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ไข้ ไอ น้ำมูกไหล
ไข้หวัดใหญ่และ RSV มีผู้ป่วยมากในเด็กเล็ก แต่กลุ่มอายุที่พบมากสุดต่างกัน

อาการไข้หวัดใหญ่กับ RSV ที่แพทย์ต้องช่วยแยก

ไข้หวัดใหญ่มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ไอแห้ง และเจ็บคอ ส่วน RSV มักเริ่มจากไข้ ไอ และน้ำมูกไหล สองโรคมีไข้และไอเหมือนกัน การดูจากสองอาการนี้จึงบอกไม่ได้ว่าเด็กเป็นโรคไหน ต้องให้แพทย์ตรวจ

ในเด็กเล็ก RSV อาจมีอาการรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด กินนมได้น้อย ซึม หรือซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ กรมฯ แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการรุนแรง

ที่บ้าน ผู้ปกครองสังเกตได้จากการหายใจของลูก ว่าหายใจมีเสียงหวีดหรือไม่ หายใจเร็วกว่าปกติหรือไม่ และดูว่าลูกกินนมหรืออาหารได้น้อยลงหรือซึมลงกว่าเดิมหรือเปล่า ให้ดูการหายใจและการกินของเด็กควบคู่กับไข้ ถ้าเห็นอาการเหล่านี้ให้พาไปพบแพทย์ทันที

RSV ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ ส่วนเรื่องยาหรือวิธีดูแลของเด็กแต่ละคน ให้เป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร

กลุ่มเสี่ยงและหลักปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว บ้านที่มีทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุอยู่ด้วยกันควรระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมีสมาชิกคนอื่นในบ้านเริ่มมีไข้หรือไอ เพราะโรคแพร่ได้จากการคลุกคลีใกล้ชิดผู้ป่วย

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำหลัก ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด ซึ่งทำได้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • ปิด: สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไอจาม หรืออยู่ในที่แออัด
  • ล้าง: ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ
  • เลี่ยง: หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย
  • หยุด: เด็กมีไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือซึม ให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์

ในบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ถ้าสมาชิกคนใดมีอาการไอหรือจาม การสวมหน้ากากและล้างมือบ่อยๆ ช่วยลดโอกาสแพร่โรคไปยังคนกลุ่มเสี่ยง

เด็กมีไข้ ไอ หายใจลำบาก ต้องหยุดเรียนและพบแพทย์

เด็กในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กอยู่ใกล้ชิดกันตลอดวัน โรคจึงแพร่ต่อกันได้เร็ว เด็กที่มีอาการจึงควรอยู่บ้านและไปพบแพทย์ ผู้ปกครองที่ไม่แน่ใจว่าอาการของลูกควรกังวลแค่ไหน โทรสอบถามสายด่วน 1422 ได้

กรมฯ เตือนว่าโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานที่ชุมชน เป็นที่ที่โรคระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ง่าย เมื่อเด็กคนหนึ่งป่วยและยังมาเรียน โอกาสที่เพื่อนร่วมห้องจะรับเชื้อต่อก็เพิ่มขึ้น การให้เด็กที่มีอาการอยู่บ้านจึงช่วยป้องกันคนอื่นไปพร้อมกัน

ครูและผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็กใช้คำแนะนำชุดเดียวกันได้ คือสวมหน้ากากเมื่อไอจาม ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ และสังเกตเด็กที่มีไข้ ไอ หรือซึม เพื่อแจ้งผู้ปกครองให้มารับไปพบแพทย์ ในที่แออัด เช่น กิจกรรมรวมของโรงเรียน ควรสวมหน้ากากอนามัยตามหลักปิด

สิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และช่วงเวลาที่เปิดให้ฉีดแตกต่างกันตามสถานพยาบาล ให้สอบถามสถานพยาบาลที่ใช้บริการประจำว่ามีสิทธิอะไรบ้างและต้องเตรียมอะไร ก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนการรักษาใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ

ที่มา: ข่าวเพื่อสื่อมวลชนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา และตัวเลขชุดเดียวกันที่ไทยรัฐรายงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง