สุขภาพ

ศัลยกรรมต่างประเทศ ติดเชื้อหลังผ่าตัด CDC พบ NTM 5 ราย อาการโผล่ช้านับเดือน

ศัลยกรรมต่างประเทศ ติดเชื้อหลังผ่าตัดได้ช้านับเดือน CDC รายงานเชื้อ NTM 5 รายหลังศัลยกรรมที่เม็กซิโก พร้อมเช็กลิสต์ก่อนเดินทาง

ศัลยกรรมต่างประเทศ ติดเชื้อหลังผ่าตัด CDC พบ NTM 5 ราย อาการโผล่ช้านับเดือน

ศัลยกรรมต่างประเทศ ติดเชื้อหลังผ่าตัดได้โดยไม่แสดงอาการทันที บางคนเพิ่งรู้ตัวหลังกลับบ้านแล้วนานเป็นเดือน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ตีพิมพ์รายงานในวารสาร MMWR เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 ว่าพบผู้ป่วย 5 รายใน 4 รัฐของสหรัฐฯ ติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม NTM หลังผ่าตัดกับศัลยแพทย์คนเดียวที่โรงพยาบาลแห่งเดียวในรัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก รายงานเป็นกลุ่มผู้ป่วยศัลยกรรมความงาม รวมถึงยกกระชับใบหน้า (facelift) ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ผู้ป่วยบางรายยังต้องรักษาต่อ

เรื่องนี้เป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่คิดจะเดินทางไปทำหัตถการในต่างประเทศ เพราะการติดเชื้ออาจใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะแสดงอาการ และใช้เวลานานกว่านั้นอีกกว่าจะตรวจพบเชื้อ

CDC พบอะไรในกลุ่มผู้ป่วยที่ผ่าตัดในเม็กซิโก

ผู้ป่วยทั้ง 5 รายเป็นผู้อาศัยในสหรัฐฯ จากแคลิฟอร์เนีย 2 ราย อิลลินอยส์ 1 ราย เท็กซัส 1 ราย และฟลอริดา 1 ราย ทุกรายผ่าตัดกับศัลยแพทย์คนเดียวที่โรงพยาบาลเดียวกันในรัฐฮาลิสโก ระหว่างเดือน เม.ย. ถึง ก.ย. 2568 แล้วกลับมารักษาต่อในสหรัฐฯ รายงานระบุชัดว่า 3 ราย (ผู้ป่วย A, D และ E) ผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ส่วนผู้ป่วย B และ C ระบุเพียงว่าผ่าตัดเมื่อ ก.ค. 2568 โดยไม่บอกชนิดหัตถการ รายงานไม่ระบุชื่อโรงพยาบาลและศัลยแพทย์ โดยใช้คำว่า Facility X และ Surgeon X แทน

เชื้อที่พบมี 2 ชนิด ผู้ป่วย 4 รายติดเชื้อ Mycobacterium abscessus และอีก 1 รายติดเชื้อ Mycobacterium fortuitum ในกลุ่มแรกมี 3 รายเป็นสายพันธุ์ ST56 ที่ลำดับพันธุกรรมต่างกันเพียง 1-2 ตำแหน่ง ซึ่งชี้ว่ามาจากแหล่งร่วมกัน ส่วนอีก 1 รายเป็นสายพันธุ์ ST42 ที่ต่างออกไป แต่ผู้เขียนรายงานระบุว่าไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่เชื้อจะมาจากแหล่งร่วมในสิ่งแวดล้อมทางการแพทย์ เช่น แหล่งน้ำ

เมื่อ ก.พ. 2569 มีการตรวจโรงพยาบาลแห่งนี้ และพบความบกพร่องด้านการฆ่าเชื้อเครื่องมือผ่าตัด พื้นที่ผ่าตัดถูกปิด และเครื่องมือของศัลยแพทย์ถูกยึด ตัวเลข 5 ราย เป็นเพียงกรณีที่ CDC ตรวจพบและรายงานจนถึงวันที่ 19 ต.ค. 2569 ยังไม่ใช่ตัวเลขทั้งหมด เพราะการสอบสวนยังไม่จบ CDC ได้ขอรายชื่อผู้อาศัยในสหรัฐฯ ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ในช่วงเดียวกันเพื่อติดตามต่อ รายงานไม่ได้สรุปว่าสาเหตุการติดเชื้อมาจากการฆ่าเชื้อเครื่องมือโดยตรง บอกเพียงว่าพบความบกพร่อง และพันธุกรรมของเชื้อชี้ว่ามีแหล่งร่วม

NTM คืออะไร ทำไมอาการมาช้าและตรวจพบช้า

NTM ย่อมาจาก nontuberculous mycobacteria หรือแบคทีเรียกลุ่มไมโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค รายงานของ CDC ระบุว่าการติดเชื้อกลุ่มนี้เคยเกี่ยวข้องกับการระบาดในสถานพยาบาล รวมถึงสถานที่ผ่าตัดเสริมความงาม เชื้อ M. abscessus ที่พบในกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มที่เติบโตเร็ว คือเพาะเลี้ยงขึ้นภายใน 7-10 วัน และพบบ่อยในการติดเชื้อผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนหลังทำหัตถการ การติดเชื้อชนิดนี้อาจรุนแรงและกระทบหลายระบบในร่างกาย แม้ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ

จุดที่น่ากังวลที่สุดคือเวลา มัธยฐาน (ค่ากลางของกลุ่มผู้ป่วย) ของเวลาตั้งแต่ผ่าตัดจนเริ่มมีอาการอยู่ที่ 33 วัน โดยมีตั้งแต่ 4 วันไปจนถึง 112 วัน และมัธยฐานของเวลาจนเก็บตัวอย่างเพาะเชื้อได้อยู่ที่ 76 วัน ช่วง 47-116 วัน หมายความว่าผู้ป่วยบางรายอาจกลับถึงบ้านนานหลายสัปดาห์แล้วจึงเริ่มมีอาการ และอาจต้องรอถึง 2-3 เดือนกว่าจะรู้ว่าเป็นเชื้ออะไร

ที่ตรวจพบช้าเพราะการวินิจฉัยทำได้ยาก CDC ระบุว่าการเพาะเชื้อแบคทีเรียตามปกติมักไม่พอ มักต้องใช้การเพาะเชื้อเฉพาะแบบ acid-fast bacilli ซึ่งแพทย์ต้องสั่งตรวจเป็นพิเศษ ถ้าแพทย์ไม่รู้ว่าผู้ป่วยเพิ่งผ่าตัดมาจากที่ไหน อาจรักษาเหมือนการติดเชื้อทั่วไปก่อน CDC จึงแนะนำให้แพทย์นึกถึง NTM ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อหลังผ่าตัด โดยเฉพาะหลังหัตถการความงาม

ตัวอย่างจากรายงานคือผู้ป่วย A ที่มีก้อนน้ำ (seroma) หลายจุดบนใบหน้าและลำคอ เริ่มขึ้นหลังผ่าตัด 8 วัน ต้องรักษาด้วยยาต้านจุลชีพและระบายของเหลวออก 4 ครั้ง ส่วนผู้ป่วยบางรายในกลุ่มนี้ยังรักษาต่อด้วยยา การระบาย และการผ่าตัดแก้ไขแผลเป็นกับความผิดปกติของใบหน้า ใครที่กลับจากผ่าตัดแล้วแผลบวม มีก้อน มีหนอง หรือแผลไม่หายตามที่ควร ควรไปพบแพทย์ บอกประวัติว่าผ่าตัดที่ไหนและเมื่อไร และปรึกษาแพทย์โรคติดเชื้อ ไม่ควรวินิจฉัยหรือซื้อยาใช้เอง

ศัลยกรรมต่างประเทศ ติดเชื้อหลังผ่าตัด สิ่งที่ต้องเช็กก่อนไป

รายงานฉบับนี้ย้ำว่ามาตรฐานการรับรองสถานพยาบาลและใบรับรองของบุคลากรทางการแพทย์นอกสหรัฐฯ อาจต่างกัน คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของ CDC ในหน้า Medical Tourism ระบุว่าการรับรองไม่ได้การันตีผลลัพธ์ที่ดี และสถานพยาบาลบางแห่งอาจควบคุมการติดเชื้อได้ไม่เพียงพอ จนเคยมีการระบาดของแบคทีเรียและเชื้อราดื้อยาในกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มาก่อน สิ่งที่ควรเตรียมตามคำแนะนำของ CDC มีดังนี้

  • ไปพบแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนออกเดินทาง
  • ตรวจคุณสมบัติของแพทย์และข้อมูลการรับรองของสถานพยาบาล
  • วางแผนการสื่อสารกับทีมดูแลล่วงหน้า ถ้าไม่ได้พูดภาษาท้องถิ่น
  • ทำประกันเดินทางที่คุ้มครองการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์กลับประเทศ
  • วางแผนดูแลต่อเนื่อง รวมที่พักหลังผ่าตัด และเผื่อค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ประกันอาจไม่คุ้มครอง
  • เตรียมสำเนาเวชระเบียนและผลตรวจ แจ้งประวัติแพ้ยา และขอสำเนาเอกสารจากสถานพยาบาลก่อนกลับ

CDC ให้เลื่อนการเดินทางโดยเครื่องบินออกไป 10-14 วันหลังผ่าตัดใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความดันอากาศ อีกประเด็นหนึ่งที่ CDC เตือนคือการนั่งเครื่องบินหลังผ่าตัดเพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือด คำแนะนำเรื่องเลื่อนบินนี้ทำให้ต้องคิดเรื่องแผนดูแลหลังผ่าตัดให้รอบคอบ เพราะถ้าต้องอยู่ต่อก่อนบิน ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น ถ้ากลับบ้านแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน การรักษาต่อมักแพงและอาจยาวนาน

บทเรียนสำหรับผู้ที่วางแผนผ่าตัดนอกประเทศ

รายงานของ CDC ไม่ได้พูดถึงประเทศไทย และไม่ได้ระบุว่ามีผู้ป่วยกลุ่มนี้นอกสหรัฐฯ สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงคือบทเรียนทั่วไปสำหรับผู้ที่วางแผนไปศัลยกรรมหรือทำหัตถการนอกประเทศ ไม่ว่าจะไปที่ใด โดยไม่ได้หมายความว่าประเทศใดเสี่ยงเป็นพิเศษ

CDC ระบุว่า NTM ที่เกิดนอกปอดไม่ใช่โรคที่ต้องแจ้งระดับประเทศในสหรัฐฯ ทำให้การระบาดที่เชื่อมกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ตรวจจับได้ยาก จึงเสนอให้ติดตามผ่านระบบ Medical Tourism Surveillance System (MTSS) และให้ความรู้ทั้งผู้ป่วยและแพทย์เรื่องความเสี่ยง NTM หลังผ่าตัดความงาม เพื่อให้วินิจฉัยและรักษาได้เร็วขึ้น

ผู้อ่านที่เคยผ่าตัดในต่างประเทศแล้วมีอาการผิดปกติของแผลเป็นเดือนๆ ก็ไม่ควรมองข้าม ให้พบแพทย์และเล่าประวัติให้ครบ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนการรักษา

ที่มา: รายงาน Notes from the Field ในวารสาร MMWR ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ฉบับ 22 ต.ค. 2569 และหน้า Medical Tourism ของ CDC Travelers' Health

บทความที่เกี่ยวข้อง