ผู้โดยสารที่ใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 จะเจอการตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อยกระดับความปลอดภัยในสนามบิน ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ Airports of Thailand (AOT) มีคำแนะนำทั่วไปว่าการเตรียมสัมภาระล่วงหน้าช่วยลดเวลาในขั้นตอนตรวจค้นได้ แต่คำแนะนำนี้ไม่ได้ออกมาคู่กับมาตรการของดอนเมืองโดยเฉพาะ
ตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือที่ดอนเมือง รายละเอียดที่ยังรอประกาศ
กำหนดเริ่มใช้วันที่ 1 พ.ย. 2569 และเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ ยังไม่มีประกาศฉบับเต็มของท่าอากาศยานดอนเมืองเผยแพร่ออกมารองรับ
รายละเอียดอื่นยังไม่มีการเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสารกลุ่มไหนจะถูกตรวจ ตรวจที่จุดไหนของสนามบิน เจ้าหน้าที่จะตรวจผู้โดยสารทุกคนหรือเฉพาะบางราย และเครื่องตรวจโลหะที่ใช้อยู่เดิมจะเปลี่ยนไปหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีข้อมูลว่าสนามบินอื่นของ AOT จะใช้วิธีเดียวกันหรือไม่
ระหว่างนี้ผู้โดยสารมีแค่วันเริ่มใช้ กับคำแนะนำทั่วไปของ AOT และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยที่สรุปไว้ในหัวข้อถัดไป ส่วนรายละเอียดเชิงปฏิบัติของดอนเมืองต้องรอประกาศจากท่าอากาศยานโดยตรง
AOT แนะเตรียมสัมภาระล่วงหน้าให้ผ่านเร็ว
AOT ระบุไว้ในหน้ามาตรการตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่องว่า 'เราสามารถลดระยะเวลาขั้นตอนการตรวจค้น ด้วยการเตรียมสัมภาระล่วงหน้า เดินทางไม่มีสะดุด' ข้อความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปที่ AOT เผยแพร่ในหน้าเดียวกับมาตรการตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่อง หน้านี้ไม่ได้ระบุว่าต้องเตรียมอะไรบ้างหรือเตรียมอย่างไร และไม่ได้พูดถึงมาตรการของดอนเมืองโดยเฉพาะ
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) ให้คำแนะนำที่ใช้เตรียมตัวได้จริงอีกข้อ คือให้ผู้โดยสารตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามหรือที่ต้องตรวจเป็นพิเศษก่อนเดินทาง เพราะอาจมีการตรวจเพิ่มเติมได้ทั้งที่ประเทศต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง
สิ่งที่ผู้โดยสารเตรียมได้ตามคำแนะนำของสองหน่วยงานมีดังนี้
- จัดสัมภาระให้พร้อมก่อนถึงสนามบิน ตามที่ AOT แนะนำ
- ตรวจรายการสิ่งของต้องห้ามหรือที่ต้องตรวจเป็นพิเศษก่อนออกเดินทาง
- ใช้กุญแจล็อกกระเป๋าที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock สำหรับกระเป๋าที่เช็กอิน
ข้อสุดท้ายเกี่ยวกับกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง ไม่ใช่การตรวจตัวผู้โดยสาร แต่ กพท. แนะนำไว้เพราะเรื่องนี้เพิ่งมีมาตรการใหม่ ซึ่งสรุปไว้ด้านล่าง
มาตรการตรวจกระเป๋าเช็กอินของ กพท. เป็นอีกเรื่องที่เพิ่งมีผล
ขอแยกให้ชัดว่าเป็นมาตรการคนละเรื่องกับการตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ กพท. ออกประกาศเรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569 ประกาศนี้อ้างข้อ 9(14) ของข้อกำหนด กพท. ฉบับที่ 113 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 120 และให้เวลาผู้ดำเนินการสนามบิน สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมบุคลากร ระบบงาน และการสื่อสารกับผู้โดยสารก่อนบังคับใช้
ตามแถลงข่าวของ กพท. การเปิดกระเป๋าไม่ใช่การตรวจกระเป๋าผู้โดยสารทั่วไป แต่ทำเฉพาะกรณีที่เครื่องเอกซเรย์ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งของที่อาจกระทบความปลอดภัยการบิน การเปิดตรวจต้องทำในพื้นที่ที่กำหนด มีการบันทึกภาพและจัดเก็บหลักฐานทุกขั้นตอน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครดำเนินการและพบสิ่งใด และผู้โดยสารต้องได้รับแจ้งภายหลังว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระ
กพท. ให้เหตุผลว่ามาตรการนี้ยกระดับความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ประเทศในตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันการนำสิ่งของอันตรายขึ้นอากาศยาน และลดความล่าช้าจากการต้องตามหาเจ้าของกระเป๋ามาเปิดก่อนออกเดินทาง
ในประกาศแนะนำของ กพท. ฉบับก่อนหน้า (CAAT 8/2569 เผยแพร่ 24 ก.พ. 2569) กพท. ขอให้ผู้โดยสารเลือกใช้อุปกรณ์หรือระบบล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock ล็อกประเภทนี้เปิดได้ด้วย Master Key หรือ TSA Master Tool เจ้าหน้าที่จึงเปิดตรวจได้เมื่อจำเป็นโดยไม่ต้องตัดหรือทำลายล็อก และไม่ก่อความเสียหายต่อกระเป๋าที่ฝากใต้ท้องเครื่อง
ถ้ากระเป๋าถูกเปิดตรวจ สนามบินจะจัดเก็บหลักฐานและแจ้งผู้โดยสารผ่านเอกสารแจ้งการตรวจค้นสัมภาระ หากพบวัตถุต้องห้าม พนักงานตรวจค้นมีอำนาจยึดวัตถุนั้นไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารที่พบปัญหาหรือความเสียหายจากการตรวจ แจ้งผ่านสายการบินที่ใช้บริการ หรือยื่นเรื่องต่อ กพท. ผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียนของ กพท. ที่ complaint.caat.or.th ได้
ที่มา: Airports of Thailand (หน้ามาตรการตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่อง), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT NEWS 28/2569, CAAT 8/2569 และประกาศเรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569) ส่วนกำหนดวันเริ่มตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือที่ท่าอากาศยานดอนเมืองอ้างตามหัวข้อที่เจ้าของสำนักข่าวแจ้ง







