Advertisement
สุขภาพ

ใครไม่ควรนวดแผนไทย 5 กลุ่มที่แพทย์เตือนให้เลี่ยงหรือถามหมอก่อน

ใครไม่ควรนวดแผนไทย ดูข้อควรระวังของผู้ที่กระดูกพรุน ป่วยมะเร็ง กินยาละลายลิ่มเลือด ตั้งครรภ์ หรือมีไข้ ก่อนไปนวด

ใครไม่ควรนวดแผนไทย 5 กลุ่มที่แพทย์เตือนให้เลี่ยงหรือถามหมอก่อน

คนที่ไม่ควรนวดแผนไทยมี 5 กลุ่มหลัก คือ ผู้ที่กระดูกบางหรือกระดูกพรุน ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้หรือติดเชื้อ รายการนี้มาจากโพสต์เตือนภัยของนายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊ก "หมอเจด" และมีผู้จัดการออนไลน์นำเสนอซ้ำ นายแพทย์เจษฎ์ระบุว่า "การนวดก็ไม่เหมาะกับทุกคน" ข้อควรระวังส่วนใหญ่สอดคล้องกับเอกสารองค์ความรู้เรื่องการนวดแผนไทยบนเว็บไซต์ของกรมอนามัย ใครอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ควรถามแพทย์ก่อนไปร้านนวด

การนวดแผนไทยช่วยให้กล้ามเนื้อคลายและรู้สึกผ่อนคลายได้จริง เอกสารบนเว็บไซต์กรมอนามัยเล่าประโยชน์ของการนวดไว้ 10 ข้อ เช่น ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่ใช้งานหนัก และช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น แต่เอกสารฉบับเดียวกันก็เตือนว่า "ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับประโยชน์จากการนวด" โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เพราะอาจได้รับผลกระทบจากการนวด

5 กลุ่มที่ไม่ควรนวดแผนไทยตามคำเตือนของแพทย์

กลุ่มแรกคือผู้ที่กระดูกบางหรือกระดูกพรุน นายแพทย์เจษฎ์อธิบายว่ากระดูกของคนกลุ่มนี้เปราะและแตกง่าย การนวดที่ใช้แรงมาก กดจุด หรือดัดตัว อาจทำให้กระดูกหักโดยที่ผู้ถูกนวดไม่รู้ตัว ผู้สูงอายุที่ปวดเมื่อยและอยากให้หมอนวดช่วยคลายปวดควรระวังเป็นพิเศษ เพราะการนวดแรงๆ อาจทำให้เจ็บหนักกว่าเดิมจนต้องเข้าโรงพยาบาล เอกสารของกรมอนามัยก็จัดผู้ป่วยกระดูกพรุนขั้นรุนแรง ผู้ที่มีภาวะกระดูกบาง กระดูกแตกหัก และผู้ที่เพิ่งผ่าตัดกระดูกมาไม่นาน เป็นกลุ่มที่ต้องระวังเช่นกัน

กลุ่มที่สองคือผู้ป่วยมะเร็ง นายแพทย์เจษฎ์แนะนำให้ผู้ที่มะเร็งกระจายไปกระดูกหรือกำลังรับเคมีบำบัดงดนวดโดยสิ้นเชิง เขาระบุว่ากระดูกบริเวณที่มะเร็งลุกลามมักอ่อนแอเป็นพิเศษ การกดหรือดัดอาจทำให้ปวดมากขึ้น กระดูกแตกร้าว หรือติดเชื้อในกระดูกได้ เอกสารของกรมอนามัยเขียนไปในทางเดียวกันว่า ผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ที่มีเนื้องอกในร่างกายควรหลีกเลี่ยงการนวดกดจุด และควรได้รับการยืนยันจากแพทย์ก่อนว่านวดได้โดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ

กลุ่มที่สามคือผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด นายแพทย์เจษฎ์ยกตัวอย่างยาแอสไพรินและยากลุ่มวาร์ฟาริน ว่ายากลุ่มนี้ทำให้เลือดออกง่ายและหยุดยาก หากแรงกดหรือไม้กดจุดทำให้เส้นเลือดฝอยแตก อาจเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิวหนังที่ร่างกายจัดการเองไม่ได้ ในบางกรณีต้องไปโรงพยาบาล เอกสารของกรมอนามัยระบุผู้ที่อยู่ในช่วงรับประทานยาละลายลิ่มเลือด รวมถึงผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน โรคเลือด และผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำอย่างรุนแรง ไว้ในกลุ่มที่ต้องระวัง

กลุ่มที่สี่คือหญิงตั้งครรภ์ นายแพทย์เจษฎ์เตือนว่าการกดจุดบางจุด เช่น เท้า หลังส่วนล่าง หรือท้อง อาจกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว เสี่ยงแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด ถ้าอยากนวดจริงควรเลือกหมอนวดที่เชี่ยวชาญการดูแลคนท้อง หลีกเลี่ยงการกดจุดแรงๆ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกและช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ ส่วนเอกสารของกรมอนามัยแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ปรึกษาแพทย์ก่อนหากต้องการนวด เพื่อความปลอดภัยของทารกและตัวแม่

กลุ่มที่ห้าคือผู้ที่มีไข้หรือติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด ไข้เลือดออก ลำไส้อักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย นายแพทย์เจษฎ์แนะนำให้พักผ่อนและเลี่ยงการนวด เพราะอาจกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น เขายกตัวอย่างผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ปวดเมื่อยตัวจนอยากไปนวด แต่การนวดอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตกง่ายขึ้นและเสี่ยงตกเลือด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต เขาแนะนำให้รักษาไข้หรือการติดเชื้อให้หายก่อน แล้วค่อยพิจารณาการนวดเมื่อสุขภาพกลับมาดี

5 กลุ่ม ที่ไม่ควรนวดแผนไทย หรือควรถามแพทย์ก่อน / ใครไม่ควรนวดแผนไทย / ผู้ที่กระดูกบางหรือกระดูกพรุน / ผู้ป่วยมะเร็ง / ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด / หญิงตั้งครรภ์ / ผู้ที่มีไข้หรือติดเชื้อ
5 กลุ่มที่แพทย์เตือนให้เลี่ยงการนวดแผนไทยหรือถามแพทย์ก่อน

ข้อควรระวังเพิ่มเติมจากเอกสารของกรมอนามัย

นอกจากกลุ่มข้างต้น เอกสารองค์ความรู้เรื่องการนวดแผนไทยบนเว็บไซต์ของกรมอนามัยยังระบุกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากการนวดไว้อีก ผู้อ่านที่ตรงกับข้อใดควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่เพิ่งรับประทานอาหารหรือยังรู้สึกอิ่มอยู่
  • ผู้ที่มีแผลไหม้หรือแผลที่ยังไม่หายดี
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
  • ผู้ที่ใส่อวัยวะเทียม
  • ผู้ที่มีภาวะข้อต่อหลวม

เอกสารฉบับเดียวกันยังย้ำว่า ผู้ที่ต้องการนวดควรคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและหญิงตั้งครรภ์ และ "ห้ามใช้การนวดทดแทนการรักษาทางการแพทย์" เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง ใครมีอาการป่วยควรเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ก่อน และสอบถามแพทย์หากอยากใช้การนวดควบคู่ไปกับการรักษา รวมถึงการใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพรร่วมด้วย

ก่อนนวดควรบอกอะไรกับหมอนวด

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรบอกหมอนวดทุกครั้งว่ามีโรคประจำตัวอะไร กินยาอะไรอยู่ และตั้งครรภ์หรือไม่ นายแพทย์เจษฎ์แนะนำให้ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดแจ้งหมอนวดก่อนเริ่มนวดทุกครั้งและเลือกการนวดแบบเบา ส่วนเอกสารของกรมอนามัยแนะนำให้รับการนวดจากผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการนวดที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้รู้สึกปวดเมื่อยหลังนวดหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ถ้าระหว่างนวดรู้สึกเจ็บปวดผิดปกติ เอกสารของกรมอนามัยให้แจ้งผู้ที่นวดทันที และถ้ามีอาการเจ็บตามมาในภายหลัง ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้อาการอาจรุนแรงขึ้น

ทางเลือกสำหรับคนที่นวดไม่ได้

คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงยังมีทางดูแลอาการปวดเมื่อยได้ นายแพทย์เจษฎ์แนะนำให้หาวิธีผ่อนคลายหรือบรรเทาปวดที่เหมาะสมกว่า และปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาที่ปลอดภัย ส่วนผู้ที่มีไข้หรือติดเชื้อให้รักษาให้หายก่อน แล้วค่อยพิจารณาการนวดเมื่อสุขภาพกลับมาดี

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ใครมีโรคประจำตัว กินยาประจำ หรือตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนการรักษา และก่อนตัดสินใจไปนวด

ที่มา: โพสต์เฟซบุ๊ก "หมอเจด" ของนายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตามที่ผู้จัดการออนไลน์นำเสนอ และเอกสารองค์ความรู้เรื่องการนวดแผนไทยที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

บทความที่เกี่ยวข้อง