ถ้าคนใกล้ตัวปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัดขึ้นมากะทันหัน นี่คืออาการหลอดเลือดสมองที่ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอดูอาการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช (สคร.11) ย้ำเรื่องนี้ในข่าววันที่ 28 ต.ค. 2569 ก่อนถึงวันหลอดเลือดสมองโลก 29 ต.ค. และขอให้ผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที
อาการหลอดเลือดสมองที่ต้องโทร 1669 ทันที
อาการที่ สคร.11 ให้โทร 1669 คือ ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง ชา หรือพูดไม่ชัด ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเห็นแล้วให้โทรสายด่วน 1669 และพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี (สคร.4) เผยแพร่อินโฟกราฟิกเมื่อ 26 ต.ค. 2569 ที่ขยายสัญญาณเตือนให้ละเอียดขึ้น และย้ำว่าแม้มีอาการเดียวก็ให้โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอให้ครบทุกอาการ
สัญญาณเตือนที่ทั้งสองหน่วยงานระบุ เรียงตามที่ผู้อ่านเช็กได้ทีละด้านมีดังนี้
- การทรงตัว: เวียนศีรษะ เดินเซ หรือเสียการทรงตัว
- ดวงตา: ตามัวหรือเห็นภาพซ้อนฉับพลัน
- ใบหน้า: หน้าเบี้ยว มุมปากตก
- แขนขา: อ่อนแรงข้างเดียว หรือชา
- การพูด: พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ออก
- เวลา: รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
สคร.4 สรุปไว้ท้ายอินโฟกราฟิกว่า รู้ทันอาการ รีบรักษา เพิ่มโอกาสรอด ลดความพิการ

เวลาทอง 4 ชั่วโมงครึ่ง นับจากตอนที่เริ่มมีอาการ
เวลาทองนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ สคร.4 ระบุว่าควรพบแพทย์ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งนับจากเริ่มมีอาการ ส่วน สคร.11 เขียนเป็น 4 ชั่วโมง 30 นาที กรอบเวลาจึงตรงกัน และเป็นเวลาที่ควรไปถึงโรงพยาบาล ไม่ใช่เวลาที่เริ่มโทรหรือเริ่มตัดสินใจ
สิ่งที่ต้องไม่ทำคือรอดูว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นฉับพลันจะหายไปเองหรือไม่ สคร.4 เตือนไว้ตรงๆ ว่าอย่ารอ และให้โทร 1669 ทันที แม้จะมีอาการเดียวก็ตาม
เหตุผลที่ต้องรีบคือ สคร.11 เตือนว่าถ้าไปพบแพทย์ช้า อาจเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ ทุกนาทีที่ผ่านไปจึงนับรวมอยู่ในกรอบ 4 ชั่วโมงครึ่งนี้ ส่วนการรักษาแบบใด เป็นเรื่องที่แพทย์ประเมินจากผู้ป่วยแต่ละราย
ธีมรณรงค์ปี 2569 ขององค์การโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Organization) ที่ สคร.11 นำมาเผยแพร่ คือ "ทุกวินาทีมีค่า สังเกตไว ทำทันที ช่วยชีวิตได้" ข้อความนี้ตรงกับสิ่งที่กรมควบคุมโรคย้ำ คือสังเกตอาการให้ทัน และโทร 1669 ทันที กรมควบคุมโรคยังขึ้นแบนเนอร์วันหลอดเลือดสมองโลกบนหน้าแรกของเว็บไซต์ด้วย
ตัวย่อจำสัญญาณเตือนที่สองหน่วยงานใช้
สคร.11 ใช้ตัวย่อ B.E.F.A.S.T คือ Balance (การทรงตัว) Eyes (ดวงตา) Face (ใบหน้า) Arm (แขน) Speech (การพูด) และ Time (เวลา) ส่วน สคร.4 ใช้ตัวย่อ B.E.F.A.T.S ในอินโฟกราฟิกของตัวเอง สองตัวย่อนี้เป็นของแต่ละหน่วยงานที่เผยแพร่ ไม่ใช่ตัวย่อมาตรฐานเดียวกัน ถ้าเห็นตัวย่อเรียงต่างกันตามสื่อต่างๆ ก็ไม่ต้องสับสน
สองหน่วยงานระบุสัญญาณชุดเดียวกัน คือการทรงตัว ดวงตา ใบหน้า แขนขา การพูด และเวลา วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ เห็นอาการใดอาการหนึ่งในหกด้านนี้ก็โทร 1669 ได้ทันที ไม่ต้องรอให้ครบ ถ้าอยากสอบถามข้อมูลโรคเพิ่มเติม กรมควบคุมโรคมีสายด่วน 1422
ปัจจัยเสี่ยงและวิธีป้องกันที่ทำได้เอง
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตามที่ สคร.11 ระบุ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงคือ กินหวาน มัน เค็ม สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ดื่มแอลกอฮอล์ ขาดการออกกำลังกาย และเครียด อินโฟกราฟิกของ สคร.4 มีรายการใกล้เคียงกัน และเพิ่มภาวะอ้วนเข้ามาด้วย
แนวทางป้องกันที่ สคร.11 แนะนำคือ คุมความดัน น้ำตาล และไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รักษาน้ำหนัก กินอาหารที่ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังควรพบแพทย์ต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังแนะนำให้งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดใช้สารเสพติดทุกชนิด หลีกเลี่ยงความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ
หลายข้อเริ่มได้ทันทีในชีวิตประจำวัน เช่น ลดอาหารหวาน มัน เค็ม และเลิกบุหรี่ ส่วนการตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้รู้ค่าความดัน น้ำตาล และไขมันของตัวเองก่อนที่จะมีอาการ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือสงสัยว่าตัวเองเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์
ที่มา: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช (ข่าว 28 ต.ค. 2569), สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 สระบุรี (อินโฟกราฟิก 26 ต.ค. 2569), กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข







