ถ้าลาออกจากงานแล้วอยากส่งประกันสังคมต่อ การสมัครประกันสังคมมาตรา 39 ทำได้ โดยต้องเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ต้องยื่นใบสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน ค่าสมทบอยู่ที่ 432 บาทต่อเดือน และได้ความคุ้มครอง 6 กรณี แต่ไม่รวมเงินชดเชยกรณีว่างงาน
เรื่องนี้ต่างจากการเบิกเงินกรณีว่างงาน มาตรา 39 คือการรักษาสถานะผู้ประกันตนไว้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ความคุ้มครองที่สะสมมาหายไปหลังออกจากงาน คนที่เพิ่งลาออกจึงต้องตัดสินใจภายในเวลา 6 เดือน ว่าจะส่งต่อหรือไม่
ใครสมัครมาตรา 39 ได้ และต้องสมัครภายในกี่เดือน
ตามข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ผู้ที่สมัครมาตรา 39 ได้ต้องเข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ ข้อแรกคือเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ข้อสองคือต้องออกจากงานมาไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออก ข้อสามคือต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุน
เส้นตาย 6 เดือนสำคัญที่สุด เพราะ สปส. กำหนดให้ยื่นใบสมัครภายใน 6 เดือนเช่นกัน ถ้านับเดือนพลาดหรือเลื่อนไปเรื่อยๆ จนเกินกำหนด จะสมัครมาตรา 39 ไม่ได้ ควรนับจากวันที่ออกจากงานจริง แล้วเผื่อเวลาไว้ก่อนวันสุดท้าย
คนที่ส่งเงินสมทบมาไม่ถึง 12 เดือนจะยังไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองส่งมากี่เดือน ให้สอบถามที่สำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 1506 ก่อนตัดสินใจ

เอกสารและขั้นตอนสมัครที่สำนักงานประกันสังคม
การสมัครต้องไปยื่นด้วยตนเอง ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา หน้าบริการของ สปส. ระบุให้ยื่นด้วยตนเอง
สิ่งที่ต้องเตรียมมีไม่มาก ไล่เช็กตามนี้ได้เลย
- แบบ สปส.1-20 (ใบสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39)
- บัตรประชาชนหรือบัตรราชการที่มีรูปถ่าย
- สำเนาบัตรดังกล่าว
ก่อนไปยื่น อย่าลืมเช็กว่าวันที่ไปยังอยู่ในกรอบ 6 เดือนหลังออกจากงาน หลังสมัครแล้วต้องส่งเงินสมทบเป็นรายเดือนต่อเนื่อง เพราะถ้าหยุดส่งนานเกินเกณฑ์ สถานะจะสิ้นสุด
ส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาท ส่งวันไหน จ่ายได้ทางไหน
เงินสมทบมาตรา 39 อยู่ที่ 432 บาทต่อเดือน คิดจาก 9% ของฐานคงที่ 4,800 บาท และเท่ากันทุกคน ไม่ว่าเงินเดือนเดิมจะสูงหรือต่ำ ถ้าส่งครบทั้งปีจะเป็นเงิน 5,184 บาท ตัวเลขนี้อ้างตามข้อมูลหน้าเว็บ สปส. ซึ่งอัตราอาจปรับตามมาตรการของรัฐได้ ก่อนจ่ายจริงในปี 2569 ควรเช็กอัตราล่าสุดกับ สปส. หรือสายด่วน 1506 อีกครั้ง
ต้องส่งเดือนละครั้ง ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้าส่งช้า จะถูกคิดเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน การตั้งเตือนล่วงหน้าจึงช่วยได้มาก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีนายจ้างคอยหักเงินให้เหมือนตอนเป็นมาตรา 33
ช่องทางชำระที่หน้าเว็บ สปส. ระบุไว้มีหลายทาง เช่น ชำระด้วยแบบ สปส.1-11 ที่สำนักงาน หักบัญชีธนาคาร 7 แห่ง จ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีและธนาคารกรุงไทย จ่ายที่ 7-Eleven ส่งทางไปรษณีย์ จ่ายผ่านแอป Krungthai NEXT หรือเป๋าตัง รวมถึงธนาคารกรุงเทพ ธ.ก.ส. และ ShopeePay เลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดจะได้ไม่พลาดกำหนด
ค่าธรรมเนียมในแต่ละช่องทาง โดยเฉพาะที่ร้านสะดวกซื้อ ให้เช็กกับ สปส. หรือสายด่วน 1506 ก่อนจ่าย
ความคุ้มครอง 6 กรณี และสิ่งที่มาตรา 39 ไม่ครอบคลุม
มาตรา 39 ให้ความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจคือ กรณีว่างงานไม่อยู่ใน 6 กรณีนี้ คนที่ลาออกแล้วอยากได้เงินช่วยเหลือระหว่างว่างงาน จึงไม่ควรคาดหวังว่าการสมัครมาตรา 39 จะให้เงินชดเชยส่วนนี้ ส่วนตัวเลขเงินบำนาญ เงินก้อนชราภาพ ค่าคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์บุตรของมาตรา 39 ให้สอบถาม สปส. หรือสายด่วน 1506
ทำอย่างไรไม่ให้หลุดสถานะ และถ้าได้งานใหม่ต้องทำอะไร
สถานะผู้ประกันตนมาตรา 39 จะสิ้นสุดเมื่อเข้าข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ คือ เสียชีวิต กลับเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ลาออกจากมาตรา 39 ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือส่งเงินสมทบน้อยกว่า 9 เดือนในช่วง 12 เดือน
พูดง่ายๆ คือ ห้ามขาดส่ง 3 เดือนติดกัน และใน 12 เดือนต้องส่งให้ได้อย่างน้อย 9 เดือน ใครที่ตั้งใจส่งต่อระยะยาวควรจ่ายให้ครบทุกเดือนไปเลย สถานะจะสิ้นสุดตามเงื่อนไขข้างต้น ถ้าสถานะหลุดไปแล้วแต่อยากทำต่อ ให้สอบถาม สปส. หรือสายด่วน 1506
ถ้าได้งานใหม่กับนายจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม นายจ้างสามารถขึ้นทะเบียนให้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงาน หากยังมีเงินสมทบมาตรา 39 ค้างอยู่ ต้องไปยื่นแบบ สปส.1-21 เพื่อลาออกจากมาตรา 39 ด้วยตนเองที่สำนักงานที่สมัครไว้
สรุปสิ่งที่ควรทำสำหรับคนเพิ่งลาออก คือ นับวันที่ออกจากงาน ตรวจว่าส่งเงินสมทบมาครบ 12 เดือนหรือไม่ แล้วตัดสินใจก่อนครบ 6 เดือน ถ้าสมัคร ให้ตั้งเตือนส่งเงินก่อนวันที่ 15 ของทุกเดือน เมื่อมีงานใหม่ให้แจ้งลาออกจากมาตรา 39 ตามขั้นตอน ข้อมูลทั้งหมดอาจปรับเปลี่ยนได้ จึงควรเช็กกับ สปส. สายด่วน 1506 ก่อนดำเนินการ
ที่มา: สำนักงานประกันสังคม (สปส.) หน้ากองทุนประกันสังคม และหน้าบริการกองทุนประกันสังคม ที่เว็บไซต์ sso.go.th







