พ่อแม่ที่มีลูกอายุ 2 ถึง 12 เดือนพาไปฉีดวัคซีน PCV ฟรีได้แล้ว ในฐานะบริการภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 (สคร.11) จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมควบคุมโรค ระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขเริ่มให้บริการวัคซีนนี้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2569 โดยไปรับได้ที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
เด็กทั่วไปฉีด 3 เข็มที่อายุ 2, 4 และ 12 เดือน ส่วนเด็กกลุ่มเสี่ยงฉีด 4 เข็มที่ 2, 4, 6 และ 12 เดือน เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 เป็นต้นไปและยังไม่ได้ฉีด ตามไปฉีดย้อนหลังได้
PCV ป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสที่รุนแรงในเด็กเล็ก
PCV ย่อมาจาก Pneumococcal Conjugate Vaccine เป็นวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcal disease) ชื่อประกาศของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเรียกวัคซีนนี้ว่า วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต ผู้ปกครองจึงอาจเห็นทั้งคำว่า PCV และชื่อเต็มนี้ในเอกสารของหน่วยบริการ
สคร.11 ระบุว่าโรคนี้ทำให้เกิดปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยการติดเชื้อชนิดรุนแรงมีอัตราการเสียชีวิตสูงและอาจทำให้พิการทางสมองได้ นี่คือเหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุขนำวัคซีนนี้เข้าสู่บริการสำหรับเด็กเล็ก
กลุ่มเป้าหมายของบริการคือเด็กอายุ 2 ถึง 12 เดือน ช่วงอายุนี้ครอบคลุมตั้งแต่เข็มแรกที่ 2 เดือนไปจนถึงเข็มกระตุ้นที่ 12 เดือนตามตารางของทั้งเด็กทั่วไปและเด็กกลุ่มเสี่ยง พ่อแม่จึงควรนับเดือนตามอายุลูกจริง แล้วเทียบกับตารางในหัวข้อถัดไปเพื่อวางนัดให้ตรงกำหนด

ตารางฉีดวัคซีน PCV ฟรีของเด็กทั่วไปและเด็กกลุ่มเสี่ยง
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดตารางฉีดมาตรฐาน 2 แบบ แบบแรกสำหรับเด็กทั่วไปใช้สูตร 2p+1 รวม 3 เข็ม เข็มที่ 1 ฉีดตอนอายุ 2 เดือน เข็มที่ 2 ตอนอายุ 4 เดือน และเข็มกระตุ้นตอนอายุ 12 เดือน เด็กส่วนใหญ่ใช้ตารางนี้
แบบที่สองสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ใช้สูตร 3p+1 รวม 4 เข็ม ฉีดที่อายุ 2, 4, 6 และ 12 เดือน ตัวอย่างเด็กกลุ่มนี้ตามที่ สคร.11 ระบุคือเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กที่ไม่มีม้าม และเด็กที่มีโรคเรื้อรัง ความต่างของสองสูตรคือเด็กกลุ่มเสี่ยงได้เข็มเพิ่มตอนอายุ 6 เดือน ส่วนเข็มอื่นอยู่ที่อายุเดียวกัน ถ้าไม่แน่ใจว่าลูกเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ ควรถามแพทย์หรือหน่วยบริการที่ดูแลลูกอยู่
วัคซีนฉีดครั้งละ 0.5 มิลลิลิตร เข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นขา สคร.11 ให้พ่อแม่นำสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก หรือสมุดบันทึกการได้รับวัคซีนไปทุกครั้งที่พาลูกไปฉีด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูประวัติวัคซีนของลูกได้ครบ
เด็กที่เกิดก่อนเริ่มโครงการหรือพลาดนัดตามฉีดย้อนหลังได้
สคร.11 ระบุว่ากลุ่มเป้าหมายคือเด็กอายุ 2 ถึง 12 เดือน และกรณีมารับล่าช้าคือเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป ถ้าลูกเกิดในช่วงนี้และยังไม่เคยฉีด PCV หรือฉีดไม่ครบ ให้พาไปที่หน่วยบริการใกล้บ้านเพื่อถามว่าควรเริ่มหรือต่อเข็มที่เท่าไร สคร.11 ขอให้พ่อแม่ตรวจประวัติวัคซีนของลูกก่อนไปทุกครั้ง
ถ้าลูกเคยฉีดที่อื่นมาก่อน หรือไม่แน่ใจเรื่องสิทธิและระยะห่างระหว่างเข็ม ให้สอบถามหน่วยบริการที่จะไปฉีด หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ก่อนวันนัด การถามล่วงหน้าช่วยให้พ่อแม่ได้คำตอบที่ตรงกับกรณีของลูกจริง และไม่ต้องเสียเที่ยวไปโดยไม่ได้ฉีด
สิ่งที่ควรทำก่อนพาลูกไปฉีด
- ตรวจประวัติวัคซีนของลูกในสมุดบันทึก
- นำสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก หรือสมุดบันทึกการได้รับวัคซีนไปด้วยทุกครั้ง
- ไปที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
- ถามหน่วยบริการเรื่องกลุ่มเป้าหมายและวิธีให้บริการในพื้นที่
- โทร 1422 ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติม
ประกาศ สปสช. ในราชกิจจาฯ เป็นที่มาของสิทธิ
สิทธิฉีด PCV ฟรีมีฐานจากประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีบริการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต พ.ศ. 2569 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศนี้เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2569 ประกาศให้วัคซีน PCV เป็นบริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต และเป็นสิทธิที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569
ประกาศฉบับเดียวกันมีข้อกำหนดเรื่องบริการที่ให้ไปก่อนแล้ว คือให้นับการฉีดวัคซีน PCV ที่ให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2569 จนถึงวันก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ ว่าเป็นบริการตามประกาศนี้ ประกาศมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รักษาการตามประกาศ พร้อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในการปฏิบัติ
ความคืบหน้าล่าสุดของการให้บริการ
จนถึงวันที่ 5 พ.ย. 2569 สคร.11 ยังเชิญชวนพ่อแม่และผู้ปกครองให้ตรวจประวัติวัคซีนของลูก แล้วพาเด็กกลุ่มเป้าหมายไปรับวัคซีน PCV ตามกำหนดที่หน่วยบริการใกล้บ้าน การให้บริการเริ่มแล้วทั่วประเทศ ส่วนรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ให้สอบถามหน่วยบริการนั้นๆ
ถ้าอยากรู้เงื่อนไขเฉพาะของลูก เช่น กรณีที่ฉีดมาก่อนหน้านี้ หรือหน่วยบริการที่ให้บริการในพื้นที่ ให้โทร 1422 หรือสอบถามหน่วยบริการอีกครั้งก่อนไปฉีด ก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนแผนการฉีดวัคซีนของลูก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ที่มา: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ข่าวที่ 4/2570 และประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา







