เงินช่วยเหลือน้ำท่วม 2569 จะมีงบจ่ายเพิ่มอีกรอบ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2569 อนุมัติกรอบวงเงินเพิ่มเติม 10,508,876,400 บาท จากงบกลางเพื่อจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มอีก 1,481,401 ครัวเรือน ผู้ประสบภัยอยู่ใน 66 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร (กทม.)
ครม. ยังรับทราบชุดมาตรการสินเชื่อและพักชำระหนี้ที่ผู้ประสบภัยขอได้ ตั้งแต่สินเชื่อซ่อมบ้าน สินเชื่อเกษตรกร สินเชื่อผู้ประกอบการ ไปจนถึง Soft Loan สำหรับ SMEs วงเงิน 30,000 ล้านบาท ใครลงทะเบียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้เงิน หรือกำลังหาเงินทุนซ่อมแซม ควรอ่านรายละเอียดด้านล่างก่อนตัดสินใจ
เงินช่วยเหลือน้ำท่วม 2569 จ่ายจากงบกลาง ผ่านธนาคารออมสิน
งบก้อนใหม่มาจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบ และจ่ายเงินให้ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารออมสิน
ผู้มีสิทธิต้องอยู่ในพื้นที่ที่ทางการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และภัยต้องเกิดระหว่าง 15 พ.ค.-30 ก.ย. 2569 ถ้าบ้านของผู้อ่านอยู่นอกพื้นที่ประกาศ หรือเกิดความเสียหายนอกช่วงเวลานี้ สรุปมติ ครม. ไม่ได้บอกว่าจะเข้าเกณฑ์
สรุปมติ ครม. ไม่ได้ระบุวันที่เงินจะเข้าบัญชีของ 1,481,401 ครัวเรือนกลุ่มใหม่ และไม่ได้บอกว่าผู้ประสบภัยแต่ละรายจะได้เงินครบตามจำนวนที่ขอหรือไม่ ผู้อ่านจึงยังนับวันรับเงินไม่ได้ ต้องรอหน่วยงานที่จ่ายเงินแจ้งต่อไป
ตัวเลขผู้ลงทะเบียน เงินที่จ่ายแล้ว และงบที่ขอเพิ่ม
ตัวเลขชุดแรกคือผู้ที่ลงทะเบียนและเข้าเกณฑ์ 2,096,152 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 15,800,532,000 บาท ตัวเลขชุดที่สองคือเงินที่จ่ายไปแล้ว จนถึงวันที่ 14 ต.ค. 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ่ายแล้ว 390,393 ครัวเรือน รวม 3,047,545,000 บาท ข้อมูลชุดเดียวกันระบุผู้เสียชีวิต 5 ราย
งบที่ ครม. อนุมัติไว้เดิมคือ 5,281,655,600 บาท เมื่อนำ 15,800,532,000 บาทมาหักงบเดิม 5,281,655,600 บาท และเงินสมทบของ กทม. 10,000,000 บาท จะเหลือ 10,508,876,400 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ขอเพิ่มรอบนี้พอดี
ตัวเลขทั้งสามชุดไม่ได้บวกกันตรงๆ ถ้านำ 390,393 ครัวเรือนที่จ่ายแล้วมาบวกกับ 1,481,401 ครัวเรือนที่ได้งบเพิ่ม จะไม่เท่ากับ 2,096,152 ครัวเรือนที่ลงทะเบียนและเข้าเกณฑ์ สรุปมติ ครม. ไม่ได้อธิบายส่วนต่างนี้ จึงยังบอกไม่ได้ว่าครัวเรือนในส่วนต่างอยู่ในสถานะใด
ลงทะเบียนแล้วยังไม่ได้เงิน สถานะรับเงินที่ยังไม่มีช่องทางตรวจ
สรุปมติ ครม. ระบุเพียงว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้จ่ายผ่านธนาคารออมสิน ยังไม่ระบุวิธีตรวจสถานะรับเงิน จึงยังไม่มีช่องทางตรวจสถานะที่ยืนยันได้จากต้นทาง
ระหว่างรอ สิ่งที่ทำได้คือเก็บหลักฐานการลงทะเบียนของครัวเรือนไว้ให้พร้อม เพราะตัวเลขของ ครม. ยังเป็นระดับภาพรวม ไม่ได้บอกว่าครัวเรือนใดอยู่ในกลุ่ม 1,481,401 ครัวเรือนที่ได้งบเพิ่ม เรื่องนี้เป็นข้อแนะนำทั่วไปของเรา ไม่ใช่ขั้นตอนทางการ

สินเชื่อและพักหนี้ที่ผู้ประสบภัยขอได้
เงินช่วยเหลือจากรัฐเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ครม. รับทราบมาตรการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) 7 แห่ง ได้แก่ ออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. ธอท. ธพว. ธสน. และ บสย. ที่มีทั้งพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาชำระหนี้ ผู้ที่มีหนี้กับธนาคารเหล่านี้ควรสอบถามธนาคารที่ตนเป็นลูกหนี้ว่าเข้าเงื่อนไขแบบไหน
สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เงินใหม่ เงื่อนไขหลักตามเอกสารมีดังนี้
- สินเชื่อซ่อมที่อยู่อาศัยของธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0-1.99% ต่อปี กู้ได้ไม่เกิน 40 ปี
- สินเชื่อเกษตรกรของ ธ.ก.ส. ไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ใน 6 เดือนแรก กู้ได้ไม่เกิน 15 ปี
- สินเชื่อผู้ประกอบการของธนาคารออมสิน ธอท. และ ธพว. ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0-3.25% กู้ได้ไม่เกิน 7 ปี
- Soft Loan GSB วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท สำหรับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบและเป็นลูกหนี้ที่ไม่ใช่ NPL
Soft Loan GSB มีเงื่อนไขละเอียดกว่าเจ้าอื่น วงเงินสูงสุดต่อรายรวมทุกสถาบันการเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท โครงการไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ยที่ผู้กู้จ่ายไม่เกิน 3.5% ในปีที่ 1-2 และไม่เกิน 5% ในปีที่ 3-5 ยื่นขอได้ถึง 30 มิ.ย. 2570 ส่วนสินเชื่อรายการอื่น สรุปมติ ครม. ไม่ได้ระบุเส้นตายยื่นขอ จึงควรถามธนาคารโดยตรงก่อนวางแผนกู้
ตัวเลขดอกเบี้ยข้างต้นเป็นอัตราเริ่มต้นตามที่ ครม. รับทราบ อัตราจริงของแต่ละรายขึ้นกับการพิจารณาของธนาคาร ใครกำลังเทียบว่าจะซ่อมบ้านด้วยเงินกู้หรือรอเงินช่วยเหลือ ควรดูทั้งเพดานวงเงินและระยะเวลาผ่อนของแต่ละสินเชื่อ เพราะสินเชื่อซ่อมที่อยู่อาศัยผ่อนได้นานถึง 40 ปี แต่สินเชื่อผู้ประกอบการผ่อนได้ไม่เกิน 7 ปี
เรื่องที่ต้องติดตามต่อ
สิ่งแรกคือประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและธนาคารออมสินเรื่องกำหนดจ่ายเงินและวิธีตรวจสถานะ สรุปมติ ครม. ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ สิ่งที่สองคือคำอธิบายส่วนต่างของจำนวนครัวเรือน สรุปมติ ครม. ไม่ได้ระบุเช่นกัน
สิ่งที่สามคือเส้นตายของสินเชื่อ ใครเข้าเงื่อนไข Soft Loan GSB ควรยื่นก่อน 30 มิ.ย. 2570 ส่วนผู้ที่ต้องการพักหนี้ควรติดต่อธนาคารเจ้าหนี้ให้เร็วที่สุด เพราะเงื่อนไขพักชำระของแต่ละธนาคารยังต้องสอบถามรายละเอียดเอง
ที่มา: สรุปมติคณะรัฐมนตรี 20 ต.ค. 2569 หน้า 16-18 (สำเนาสรุปมติ ครม.)







