การเรียนรู้ด้วยตัวเองคือการที่คนเราลงมือหาความรู้เพราะอยากรู้ ไม่ใช่เพราะมีใครสั่งหรือมีข้อสอบรออยู่ ทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory) ซึ่งศึกษาแรงจูงใจของมนุษย์ ชี้ว่าแรงจูงใจแบบนี้เกิดได้ดีเมื่อคนรู้สึกว่าได้เลือกเอง รู้สึกว่าทำได้ และรู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น เรื่องนี้เกี่ยวกับผู้เรียน พ่อแม่ ครู และคนทำงานที่ต้องเรียนทักษะใหม่ไปตลอดชีวิต
แรงจูงใจจากภายในคืออะไร
แรงจูงใจจากภายใน (intrinsic motivation) คือการทำสิ่งหนึ่งเพราะความพึงพอใจที่ได้ทำสิ่งนั้นเอง ไม่ได้ทำเพราะหวังรางวัลหรือกลัวถูกลงโทษ ทฤษฎีการกำหนดตนเองมีส่วนที่เรียกว่าทฤษฎีประเมินเชิงปัญญา (Cognitive Evaluation Theory) ซึ่งศึกษาว่าสภาพแวดล้อมทางสังคม เช่น รางวัล การควบคุม และการเอาตัวตนไปผูกกับผลลัพธ์ ส่งผลต่อแรงจูงใจแบบนี้อย่างไร
เว็บไซต์ของทฤษฎีนี้อธิบายว่า ถ้าอยากให้แรงจูงใจจากภายในเติบโต ต้องทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองมีอิสระในการเลือก (autonomy) และรู้สึกว่าตัวเองทำได้ (competence) เรื่องนี้สำคัญในหลายวงการ ทั้งการศึกษา ศิลปะ และกีฬา

ความต้องการพื้นฐาน 3 อย่างที่ทำให้อยากเรียน
ตามเว็บไซต์ selfdeterminationtheory.org มนุษย์มีความต้องการทางจิตใจพื้นฐาน 3 อย่าง ได้แก่ อิสระในการเลือก (autonomy) ความรู้สึกว่าทำได้ (competence) และความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่น (relatedness) เมื่อสภาพแวดล้อมสนับสนุนทั้งสามอย่าง คนจะมีแรงจูงใจที่เกิดจากความสมัครใจและมีคุณภาพสูงที่สุด แต่ถ้าความต้องการข้อใดข้อหนึ่งถูกขัดขวาง ความเป็นอยู่ที่ดีของคนคนนั้นจะได้รับผลเสีย
ลองนึกถึงผู้เรียนที่ได้เลือกหัวข้อที่อยากรู้ ได้ลองจนรู้สึกว่าเริ่มทำได้ และมีครู เพื่อน หรือครอบครัวคอยสนับสนุน นั่นคือสภาพแวดล้อมแบบที่ทฤษฎีนี้อธิบาย ในแวดวงนี้มีงานวิจัยที่เทียบสภาพแวดล้อมแบบควบคุมกับแบบสนับสนุนอิสระในการเลือก โดยดูผลต่อการทำงานและความพยายามต่อเนื่องของผู้เรียน
แรงจูงใจจากภายนอกไม่ได้เลวร้ายเสมอไป
ทฤษฎีนี้ไม่ได้มองว่าทุกอย่างที่มาจากภายนอกเป็นเรื่องไม่ดี คนจำนวนมากถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยภายนอก เช่น ระบบรางวัล เกรด และการประเมินผล และแรงจูงใจจากภายนอกก็อยู่บนช่วงต่อเนื่องของการซึมซับเข้าเป็นของตัวเอง (internalization) ยิ่งซึมซับมากเท่าไร คนก็ยิ่งทำสิ่งนั้นด้วยความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
บริบททางสังคมช่วยหรือขัดขวางการซึมซับนี้ได้ โดยการสนับสนุนอิสระในการเลือกและความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นสำคัญเป็นพิเศษ ส่วนความแตกต่างระหว่างบุคคล เว็บไซต์ของทฤษฎีแบ่งแนวโน้มไว้ 3 แบบ คือแบบที่ยึดความเป็นตัวของตัวเอง แบบที่ยึดการควบคุมโดยให้ความสำคัญกับรางวัล ผลประโยชน์ และการยอมรับ และแบบที่ไม่มีแรงจูงใจ เกรดและข้อสอบจึงยังเป็นแรงผลักที่คนจำนวนมากเจออยู่จริง สิ่งที่ต่างกันคือผู้เรียนรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนเลือกและเข้าใจเหตุผลของสิ่งที่เรียนหรือไม่
ระบบการศึกษาพูดถึงการเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างไร
แนวคิดนี้ปรากฏในงานขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ด้วย แอนเดรียส ชไลเชอร์ (Andreas Schleicher) ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและทักษะของ OECD เขียนบทความเมื่อปี 2562 เกี่ยวกับกรอบการเรียนรู้ที่ OECD เรียกว่า Learning Compass 2030 เขาเขียนว่าความสำเร็จทางการศึกษาคือเรื่องของอัตลักษณ์ การลงมือทำด้วยตนเอง (agency) และเป้าหมายในชีวิต รวมถึงความอยากรู้อยากเห็น ความเห็นอกเห็นใจ และความกล้าที่จะนำทรัพยากรทางความคิด สังคม และอารมณ์ไปใช้จริง
ในบทความเดียวกัน เขาระบุว่าโรงเรียนควรช่วยให้นักเรียนคิดเองเป็น และมีเครื่องมือพอจะเดินหน้าในโลกที่ซับซ้อน ผันผวน และคาดเดายาก เขามองว่าความสามารถในการรับมือกับความไม่ชัดเจนกลายเป็นเรื่องสำคัญ และเขียนด้วยว่าการศึกษาต้องช่วยให้คนเข้าใจความคิดและประสบการณ์ของตัวเอง ก่อนที่อัลกอริทึมจะเป็นฝ่ายกำหนดความคิดให้ ชไลเชอร์ยังย้ำว่า Learning Compass เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป
อย่าตีความเกินกว่าที่ทฤษฎีบอก
ทฤษฎีการกำหนดตนเองเป็นกรอบอธิบายแรงจูงใจของมนุษย์ ไม่ได้วัดว่าการเรียนด้วยตัวเองให้ผลดีกว่าการเรียนในระบบกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนแนวคิดของ OECD เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายว่าผู้เรียนควรมีบทบาทต่อการเรียนของตนมากขึ้น ไม่ได้สรุปว่าห้องเรียน การสอบ หรือครูไม่จำเป็น สิ่งที่ทั้งสองแหล่งชี้ตรงกันคือ สภาพแวดล้อมที่เปิดให้เลือก ให้ลองจนรู้สึกว่าทำได้ และมีคนสนับสนุน ช่วยให้แรงจูงใจจากภายในเติบโต
สำหรับผู้เรียนและผู้ปกครอง ประเด็นที่นำไปคิดต่อได้คือ เด็กหรือตัวเราเองได้มีโอกาสเลือกเรื่องที่อยากรู้ในชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน และคนรอบตัวช่วยให้รู้สึกว่าทำได้ หรือกดดันให้ต้องทำ สำหรับโรงเรียนและผู้กำหนดนโยบาย Learning Compass 2030 ของ OECD เป็นหนึ่งในกรอบที่ใช้อ้างอิงได้เมื่อคุยกันถึงบทบาทของผู้เรียนในห้องเรียน
ที่มา: หน้าทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory) ของเว็บไซต์ selfdeterminationtheory.org และบทความของแอนเดรียส ชไลเชอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและทักษะ OECD ในเว็บไซต์ OECD Education Today







