เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทำเองที่บ้าน อย่างน้ำขิง ชาเขียว และน้ำกระเจี๊ยบ ทำง่ายและดื่มได้ทุกวัน แต่ยังไม่มีสูตรไหนที่พิสูจน์ได้ว่ารักษาโรคหรือล้างพิษได้ ข้อมูลจากหน่วยงานสุขภาพสหรัฐและงานวิจัยไทยชี้ว่าแต่ละอย่างมีหลักฐานไม่เท่ากัน และสิ่งที่มักถูกมองข้ามคือน้ำตาลจากน้ำผึ้งและน้ำผลไม้ที่ใส่เพิ่มลงไป
เครื่องดื่ม 7 อย่างที่คนนิยมทำเองคือ น้ำมะนาวผสมขิง น้ำสมุนไพรน้ำผึ้งมะนาว น้ำแตงโม น้ำขิงมะพร้าว น้ำกระเจี๊ยบ ชาเขียว และน้ำมะพร้าวกับมะนาว บทความนี้แยกให้เห็นว่าส่วนผสมไหนมีข้อมูลจากหน่วยงานหรืองานวิจัยรองรับ ส่วนสรรพคุณที่เคยเล่ากันของมะนาว แตงโม และน้ำมะพร้าว เช่น ช่วยล้างพิษ เสริมภูมิคุ้มกัน หรือให้ความชุ่มชื้น ยังไม่มีข้อมูลจากแหล่งทางการรองรับ จึงไม่นำมาเล่าเป็นข้อเท็จจริงในบทความนี้ นอกจากเรื่องน้ำตาลที่มีแนวทางขององค์การอนามัยโลกอธิบายไว้
ขิง ผลจากงานวิจัยและผลข้างเคียง
ขิงเป็นส่วนผสมของน้ำมะนาวผสมขิงและน้ำขิงมะพร้าว ศูนย์สุขภาพเสริมและบูรณาการแห่งชาติของสหรัฐ (National Center for Complementary and Integrative Health หรือ NCCIH) ระบุว่างานวิจัยพบว่าขิงอาจช่วยอาการคลื่นไส้จากการตั้งครรภ์ แต่แทบไม่พบประโยชน์กับอาการเมารถเมาเรือ ส่วนอาหารเสริมขิงอาจช่วยลดอาการปวดประจำเดือนและอาการข้อเข่าเสื่อมได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเรื่องข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่ยังอ่อน และบางงานมีคุณภาพต่ำ
ข้อสังเกตที่ตรงกับเครื่องดื่มทำเองคือ งานวิจัยเรื่องอาการคลื่นไส้ส่วนใหญ่ทดสอบอาหารเสริมขิง ไม่ใช่ขิงในอาหารหรือเครื่องดื่ม ผลที่เห็นในงานวิจัยจึงอาจเทียบกับน้ำขิงที่ต้มดื่มเองตรงๆ ไม่ได้ หน้าข้อมูลขิงของ NCCIH ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการเผาผลาญไขมันหรือการลดน้ำหนัก ส่วนด้านความปลอดภัย การกินขิงอาจทำให้ปวดท้อง แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย และระคายเคืองปากและลำคอ ผู้ที่ใช้ยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนดื่มเป็นประจำ เพราะสมุนไพรบางชนิดมีปฏิกิริยากับยาได้
ชาเขียวดื่มได้ แต่ต้องระวังสารสกัดและยาบางตัว
NCCIH ระบุว่ายังไม่มีรายงานปัญหาความปลอดภัยของชาเขียวที่ดื่มเป็นเครื่องดื่มในผู้ใหญ่ แต่ชาเขียวมีคาเฟอีน หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรจำกัดคาเฟอีนในระดับปานกลางและปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณ ส่วนประโยชน์ที่พบ เช่น ลดน้ำหนักได้เพียงเล็กน้อย และลดคอเลสเตอรอลรวมกับ LDL ได้เล็กน้อย โดยงานวิจัยส่วนใหญ่ใช้สารสกัดในรูปอาหารเสริม ไม่ได้ใช้ชาที่ชงดื่ม และผลที่ได้ขึ้นกับองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
สารสกัดชาเขียวชนิดเม็ดหรือแคปซูลเป็นเรื่องต่างหาก NCCIH พบว่าอาจทำให้ตับบาดเจ็บได้ไม่บ่อย และอาจทำให้คลื่นไส้ ท้องผูก ไม่สบายท้อง และความดันโลหิตสูงขึ้น นอกจากนี้ ชาเขียวปริมาณสูงลดระดับและประสิทธิภาพของยา nadolol (ยาลดความดันและยาหัวใจ) และสารสกัดชาเขียวลดระดับยา atorvastatin (ยาลดคอเลสเตอรอล) ผู้ที่ใช้ยาสองกลุ่มนี้ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
น้ำกระเจี๊ยบ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ยังสรุปผลต่อความดันไม่ได้
น้ำกระเจี๊ยบมักถูกเล่าว่าช่วยลดความดัน แต่งานทบทวนอย่างเป็นระบบที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของไทยพบว่าหลักฐานยังไม่พอ งานนี้สืบค้นข้อมูลถึงเดือนตุลาคม 2563 และคัดงานวิจัยได้ 4 เรื่อง รวมผู้เข้าร่วม 160 คน ทั้งหมดทำในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมมีอายุเฉลี่ยราว 56 ปี และมีความดันเฉลี่ยตอนเริ่มราว 132/80 มม.ปรอท ผู้วิจัยสรุปว่าหลักฐานมีความแน่นอนในระดับต่ำมาก
ตัวเลขที่พบคือ ความดันตัวบนเปลี่ยนไปเฉลี่ยประมาณ 2.84 มม.ปรอท แต่ช่วงความเชื่อมั่นคร่อมค่าศูนย์ จึงบอกไม่ได้ว่าลดจริงหรือไม่ ส่วนความดันตัวล่างลดลงเฉลี่ยประมาณ 1.32 มม.ปรอท การศึกษาให้กระเจี๊ยบรวมประมาณ 90-300 กรัม ในช่วง 28-90 วัน อาการที่มีรายงานคือปัสสาวะบ่อยและถ่ายเหลว แต่มีข้อมูลเพียง 2 การศึกษา ผู้วิจัยจึงระบุว่ายังไม่มีข้อมูลพอจะแนะนำให้ใช้กระเจี๊ยบรักษาความดันสูง ผู้ที่ใช้ยาความดันอยู่จึงไม่ควรเลิกยาแล้วหันมาดื่มน้ำกระเจี๊ยบแทน
ล้างพิษและน้ำตาลที่แฝงในแก้ว
คำว่า "ล้างพิษ" มักติดมากับน้ำผักผลไม้และน้ำสมุนไพร NCCIH ระบุว่าหลักฐานที่สนับสนุนว่าดีท็อกซ์ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายมีน้อยและคุณภาพต่ำ งานทบทวนปี 2015 ไม่พบงานวิจัยที่น่าเชื่อถือพอ ส่วนงานทบทวนปี 2017 ระบุว่าน้ำหนักที่ลดในช่วงแรกมาจากการได้รับแคลอรีน้อย และมักกลับขึ้นมาเมื่อกลับไปกินอาหารปกติ ยังไม่มีการศึกษาผลระยะยาวของโปรแกรมดีท็อกซ์
อีกเรื่องที่ต้องดูคือน้ำตาล องค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) แนะนำให้รับน้ำตาลอิสระไม่เกิน 10% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน และถ้าลดให้ต่ำกว่า 5% จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเพิ่ม ซึ่งเท่ากับประมาณ 25 กรัมหรือ 6 ช้อนชาต่อวัน WHO นับน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม และน้ำผลไม้รวมอยู่ในน้ำตาลอิสระ แม้จะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ ดังนั้นน้ำสมุนไพรน้ำผึ้งมะนาว และน้ำแตงโมที่คั้นหรือปั่นเป็นน้ำผลไม้ จึงนับรวมในโควตานี้ได้ ถ้าจะทำดื่มเอง ควรลดน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมที่ใส่เพิ่ม
ผู้ที่ตั้งครรภ์ ใช้ยาประจำ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มหรือเปลี่ยนเครื่องดื่มสมุนไพรที่ดื่มเป็นประจำ
ที่มา: ศูนย์สุขภาพเสริมและบูรณาการแห่งชาติของสหรัฐ (NCCIH) หน้าข้อมูลขิง ชาเขียว และดีท็อกซ์ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนวทางลดการบริโภคน้ำตาล 2558 และงานทบทวนอย่างเป็นระบบเรื่องกระเจี๊ยบแดงกับความดันโลหิตในผู้ใหญ่ ในวารสารวิชาการของไทย







