ภัยธรรมชาติ

เอลนีโญแรง NOAA ให้โอกาสเกิน 83% ว่าจะแรงถึงแรงมากไปถึงต้นปี 2570

เอลนีโญแรง NOAA ประเมินโอกาสเกิน 83% ถึงต้นปี 2570 อ่านตัวเลข ภาพเทียบ NASA และผลต่อไทยที่ต้องรอกรมอุตุฯ และ สทนช.

เอลนีโญแรง NOAA ให้โอกาสเกิน 83% ว่าจะแรงถึงแรงมากไปถึงต้นปี 2570

เอลนีโญแรงกำลังเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก และอาจอยู่ในระดับแรงถึงแรงมากไปจนถึงต้นปี 2570 ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA Climate Prediction Center หรือ CPC) ออกประกาศสถานะ El Niño Advisory เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 พร้อมระบุว่าโอกาสที่เอลนีโญจะแรงถึงแรงมากต่อเนื่องไปถึงช่วง ม.ค.-มี.ค. 2570 ยังสูงกว่า 83% ส่วนผลต่อไทย NOAA และ NASA ไม่ได้ระบุไว้ คนที่ติดตามเรื่องน้ำและฤดูแล้งจึงต้องรอการประเมินจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

เอลนีโญแรงขึ้นไปถึงขั้นไหนแล้ว

ค่า Niño-3.4 ในประกาศฉบับนั้นอยู่ที่ +2.1°C และสถานะที่ NOAA ใช้อยู่ตอนนี้คือ El Niño Advisory NOAA คาดว่าเอลนีโญระดับแรงถึงแรงมากจะต่อเนื่องไปถึงช่วง ม.ค.-มี.ค. 2570 โดยในเอกสารเขียนว่า 'remaining greater than an 83% chance' หรือโอกาสยังคงสูงกว่า 83%

ตัวเลข 83% ที่ถูกพูดถึงมีสองที่ ความหมายต่างกัน ที่แรกอยู่ในข้อความสรุปของ NOAA คือโอกาสที่เอลนีโญจะแรงถึงแรงมากต่อเนื่องไปถึง ม.ค.-มี.ค. 2570 ที่สองอยู่ในตารางความน่าจะเป็น คือโอกาสที่ค่า RONI จะถึง +2.5°C ขึ้นไปในช่วง ต.ค.-ธ.ค. ตารางเดียวกันให้ตัวเลขช่วงอื่นไว้ด้วย คือ 54% สำหรับช่วง ก.ย.-พ.ย. และ 70% สำหรับช่วง พ.ย.-ม.ค. ถ้าอ่านตัวเลขสองตัวนี้ปนกัน จะเข้าใจผิดว่า NOAA ให้โอกาส 83% ในเรื่องเดียว

ตัวเลขเหล่านี้เป็นความน่าจะเป็นที่ NOAA ประเมิน ไม่ใช่ค่าที่วัดได้แล้ว สิ่งที่วัดได้จริงในตอนนี้คือค่า Niño-3.4 ที่ +2.1°C ส่วนตัวเลข 54% 83% และ 70% เป็นการคาดการณ์ว่าค่า RONI ในแต่ละช่วงจะไปถึงระดับ +2.5°C ขึ้นไปหรือไม่ เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ตัวเลขเหล่านี้อาจขยับขึ้นหรือลงได้ การอ้างตัวเลขจึงควรบอกด้วยว่ามาจากประกาศฉบับไหน

ตัวเลข NOAA เอลนีโญ อ่านให้ไม่สับสน / 2.1 °C ค่า Niño-3.4 ที่วัดได้ / 54 % โอกาส ก.ย.-พ.ย. / 83 % โอกาส ต.ค.-ธ.ค. / 70 % โอกาส พ.ย.-ม.ค.
ตัวเลข 83% มีสองที่ ความหมายต่างกัน และมีเพียงค่า Niño-3.4 ที่เป็นค่าวัดจริง

NASA เทียบภาพเอลนีโญปี 2540 กับ 2569

ห้องปฏิบัติการ NASA Earth Observatory เผยแพร่ภาพเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2569 โดยใช้ข้อมูลระดับน้ำทะเลจากดาวเทียมสามดวงต่างยุค ได้แก่ TOPEX/Poseidon ของปี 2540 Jason-2 ของปี 2558 และ Sentinel-6 Michael Freilich ของปี 2569 ทั้งสามภาพเป็นข้อมูลช่วงกลางเดือน ต.ค. ของแต่ละปี ใช้ดูว่าน้ำอุ่นที่สูงขึ้นกว่าปกติแผ่ไปไกลแค่ไหนในแปซิฟิก

ภาพของปี 2540 และ 2569 คล้ายกัน คือมีแนวน้ำระดับสูงทอดยาวจากแปซิฟิกตอนกลางไปถึงตะวันออก จนถึงฝั่งอเมริกาใต้ ส่วนปี 2558 น้ำระดับสูงเข้าไปถึงอเมริกาใต้น้อยกว่า จุดที่ต่างของปี 2569 คือเกิดฉับพลันกว่า NASA ไม่ได้ให้ค่าความสูงของน้ำเป็นตัวเลขในบทความ

ผู้ให้ความเห็นในบทความคือ จอช วิลลิส (Josh Willis) นักวิทยาศาสตร์โครงการภารกิจวัดระดับน้ำทะเลของห้องปฏิบัติการ JPL เขาบอกว่าดาวเทียมวัดระดับน้ำทะเลชุดที่เกือบเหมือนกันมาต่อเนื่องราว 35 ปี จึงเทียบเอลนีโญครั้งนี้กับปี 2540 ได้ และกล่าวว่า 'right now, this one is on track to be even bigger' หรือตอนนี้เหตุการณ์นี้กำลังมุ่งไปสู่ความใหญ่กว่า

ประโยคนี้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ผลวัดจริง และไม่ใช่การประกาศของ NASA หรือ NOAA ว่าเอลนีโญครั้งนี้ใหญ่กว่าปี 2540 วิลลิสเตือนเองว่า 'there's always a bit of a dice roll' หรือมีความเสี่ยงเหมือนทอยลูกเต๋าเสมอ การที่เอลนีโญครั้งนี้ดูคล้ายปี 2540 ไม่ได้แปลว่าจะเหมือนกันทุกอย่าง และเขาเรียกภาพเทียบนี้ว่าเป็นการเดาที่ดีที่สุดในตอนนี้ NASA ยังระบุด้วยว่าสัญญาณของเอลนีโญอาจสับสนมากขึ้นเมื่อไปไกลกว่าเขตร้อน

ผลต่อไทยยังต้องรอการประเมินจากหน่วยงานไทย

NOAA ไม่ได้ระบุผลรายภูมิภาค และบทความของ NASA ก็ไม่ได้พูดถึงไทยโดยตรง ปริมาณฝน น้ำต้นทุนในเขื่อน ภัยแล้ง และผลต่อราคาพืชผลในไทย จึงยังไม่มีตัวเลขยืนยันจากต้นทางที่นำมาเล่าได้ในตอนนี้ การคาดเดาเกินกว่านี้อาจทำให้เตรียมตัวผิดทาง

วิลลิสพูดไว้ในบทความของ NASA ว่าการหา "เอลนีโญแบบฉบับ" เป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละครั้งต่างกันทั้งตำแหน่งที่เกิดและผลที่ตามมา ข้อนี้ช่วยให้เห็นว่าแม้ภาพดาวเทียมของปี 2569 จะคล้ายปี 2540 ผลที่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้รับก็ต้องดูจากการประเมินของหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นโดยตรง

สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมาก และผู้ที่ต้องวางแผนการผลิตช่วงต้นปี สิ่งที่ควรรอคือพยากรณ์ฤดูกาลและตัวเลขน้ำต้นทุนจากกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. และกรมชลประทาน ควรใช้ตัวเลขล่าสุดจากหน่วยงานเหล่านี้โดยตรง และดูให้แน่ใจว่าตัวเลขที่ใช้ระบุวันที่ของข้อมูลไว้ชัดเจน

ช่องทางตรวจพยากรณ์และข้อมูลต้นทาง

ตรวจต้นทางเองได้ที่หน้า ENSO Advisory ของ NOAA CPC ซึ่งเป็นที่มาของสถานะ El Niño Advisory ค่า Niño-3.4 และตารางความน่าจะเป็นทั้งหมดในบทความนี้ NOAA จะอัปเดตครั้งถัดไปวันที่ 12 พ.ย. 2569 เมื่อฉบับใหม่ออก ควรเทียบกับฉบับก่อนหน้าว่าโอกาสของช่วง ต.ค.-ธ.ค. และ พ.ย.-ม.ค. เปลี่ยนไปหรือไม่

ส่วนภาพเทียบระดับน้ำทะเลดูได้ที่หน้า 'El Niño, Then and Now' ของ NASA Earth Observatory ซึ่งมีภาพทั้งสามปีและความเห็นของวิลลิสครบ

สำหรับผลต่อไทย ให้ติดตามประกาศพยากรณ์ฤดูแล้งและสถานการณ์น้ำจากกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. และกรมชลประทาน เมื่อหน่วยงานเหล่านี้เผยแพร่การประเมินผลของเอลนีโญ จะมีตัวเลขและพื้นที่เสี่ยงให้เทียบกับสิ่งที่ NOAA และ NASA รายงาน

ที่มา: ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ NOAA (ENSO Diagnostic Discussion ฉบับวันที่ 8 ต.ค. 2569) และ NASA Earth Observatory บทความ El Niño, Then and Now (23 ต.ค. 2569) ซึ่งใช้ข้อมูลระดับน้ำทะเลวันที่ 13 ต.ค. 2540 12 ต.ค. 2558 และ 12 ต.ค. 2569

บทความที่เกี่ยวข้อง