Advertisement
เศรษฐกิจ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เช็กเกณฑ์รายได้ ทรัพย์สิน หนี้ ตรวจสถานะและอุทธรณ์อย่างไร

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบ 2569 เช็กเกณฑ์รายได้ ทรัพย์สิน หนี้ และกลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ พร้อมวิธีตรวจสถานะ ยืนยันตัวตน และอุทธรณ์

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เช็กเกณฑ์รายได้ ทรัพย์สิน หนี้ ตรวจสถานะและอุทธรณ์อย่างไร

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 ให้สิทธิกับผู้มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และมีทรัพย์สินทางการเงิน วงเงินสินเชื่อ ที่ดิน และรถไม่เกินเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด คนที่ผ่านเกณฑ์จะได้ส่วนลดหรือเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น ค่าของใช้จำเป็น ค่าเดินทาง ค่าไฟ และค่าน้ำ ตามข้อมูลบนเว็บโครงการ welfare.mof.go.th

รอบปี 2569 ปิดรับลงทะเบียนไปแล้ว รอบถัดไปยังไม่มีเกณฑ์หรือกำหนดการใหม่ ต้องรอประกาศจากกระทรวงการคลัง ระหว่างนี้ใครที่อยากรู้ว่าตัวเองหรือญาติเข้าเกณฑ์หรือไม่ ไล่ดูทีละข้อได้จากเกณฑ์ของรอบนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีว่าระบบดูอะไรบ้าง

เช็กตัวเองทีละข้อ ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หรือไม่

เกณฑ์ของรอบปี 2569 ดูเป็นรายบุคคล ผู้สนใจควรไล่ตรวจให้ครบทุกข้อก่อนคาดหวังสิทธิ เกณฑ์หลักที่ต้องเช็กมีดังนี้

  • สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันปิดรับลงทะเบียนของรอบนี้
  • รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี และรายจ่ายที่ให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • ทรัพย์สินทางการเงินรวมไม่เกิน 100,000 บาท นับเงินฝากและสลากของออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
  • วงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ตามข้อมูลเครดิตแห่งชาติ
  • ไม่มีบัตรเครดิต ส่วนบัตรกดเงินสด รวมถึงบัตรเกษตรสุขใจของ ธ.ก.ส. ไม่นับเป็นบัตรเครดิต

เรื่องเงินฝาก ถ้าเป็นบัญชีร่วมของหลายคน ธนาคารจะแบ่งยอดเท่ากันทุกคน ส่วนบัญชีเงินฝากที่เปิดเพื่อผู้เยาว์ ระบบนับเป็นของผู้ลงทะเบียน คนที่ดูแลบัญชีให้ลูกหลานจึงควรนับยอดนี้รวมไปด้วย

เรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดิน ห้องชุดต้องรวมกันไม่เกิน 35 ตารางเมตร ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว หรือตึกแถว ที่ดินรวมกันต้องไม่เกิน 25 ตารางวา และที่ดินทั่วไปรวมกันไม่เกิน 1 ไร่ สำหรับเกษตรกรที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของรัฐ ที่ดินรวมกันไม่เกิน 10 ไร่

เรื่องรถ ต้องไม่มีรถยนต์ที่มีกรรมสิทธิ์ ยกเว้นรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถเกษตรกรรม ซึ่งมีได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน คนที่มีบัตรเครดิตแต่ไม่เคยใช้ก็ยังถือว่ามีบัตร จึงต้องเช็กให้ดีก่อนคาดหวังสิทธิ

18 ปี ต้องมีสัญชาติไทยและอายุบริบูรณ์ ณ วันปิดรับลงทะเบียนของรอบนี้ / เช็กเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 / รายได้และรายจ่ายที่ให้ผู้อื่น / ทรัพย์สินทางการเงิน / วงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภท / ไม่มีบัตรเครดิต / ที่อยู่อาศัยและที่ดิน / ไม่มีรถยนต์ที่มีกรรมสิทธิ์
ไล่ตรวจเกณฑ์ให้ครบทุกข้อก่อนคาดหวังสิทธิ

กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ แม้รายได้ต่ำ

รายได้ต่ำอย่างเดียวไม่พอ เว็บโครงการระบุกลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ไว้ เช่น นักเรียนนักศึกษา ผู้รับบำเหน็จบำนาญ และผู้ที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท คนในกลุ่มนี้แม้มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ผ่าน

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ค่าตอบแทนเกิน 100,000 บาทต่อปี ก็ไม่เข้าเกณฑ์เช่นกัน ส่วนอีก 2 กลุ่มที่คนมักไม่ทันนึกถึงคือ ผู้เอาประกันชีวิตสามัญที่จ่ายเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป กับบุพการี บุตร และคู่สมรสที่ผู้มีเงินได้นำไปใช้ลดหย่อนภาษี

การได้สิทธิขึ้นกับการตรวจของระบบทางการ การประเมินเองอาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องวงเงินสินเชื่อและเงินฝากที่ต้องดูจากข้อมูลจริง ควรเช็กสถานะกับระบบของโครงการ ซึ่งมีวิธีตรวจในหัวข้อถัดไป

สิทธิประโยชน์ที่ได้ในรอบปี 2569

เว็บโครงการระบุสิทธิประโยชน์ของรอบนี้ไว้ 5 รายการ ได้แก่ ค่าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่าเดินทางสาธารณะ 8 ประเภท 750 บาทต่อคนต่อเดือน เงินอุดหนุนค่าไฟ 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และเงินอุดหนุนค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

สองรายการแรกและค่าเดินทางคิดเป็นรายคน ส่วนค่าไฟและค่าน้ำคิดเป็นรายครัวเรือน ผู้ที่ยืนยันตัวตนแล้วเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 ส่วนคนที่ยืนยันตัวตนทีหลังจะใช้สิทธิได้หลังวันที่ยืนยัน จึงไม่ควรปล่อยค้างไว้

ยืนยันตัวตน ตรวจสถานะ และมอบอำนาจ

ผู้ถือบัตรเดิมที่ได้สิทธิต่อเนื่องไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ส่วนการยืนยันตัวตนด้วย e-KYC ใช้กับผู้ถือบัตรรายใหม่และผู้รับมอบอำนาจ ทำได้ 2 ทาง คือแอปเป๋าตัง ซึ่งต้องเปิดใช้ G-Wallet ก่อน หรือที่ธนาคาร

ช่องทางของธนาคารกรุงไทยเปิดรับยืนยันตัวตนถึง 12 ม.ค. 2570 ส่วนช่องทางของ ธ.ก.ส. ออมสิน ธอส. และ ธอท. ปิดไปแล้ว หน้าเว็บโครงการไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดของช่องทางเป๋าตัง ใครที่ยังไม่ได้ยืนยันจึงควรเริ่มที่กรุงไทยหรือเป๋าตัง และตรวจกำหนดล่าสุดของเป๋าตังในแอปหรือเว็บโครงการ

ตรวจสถานะได้ที่เว็บโครงการ แอปทางรัฐ แอปเป๋าตัง หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธ.ก.ส. ออมสิน กรุงไทย ธอส. และ ธอท. ส่วนผู้ตกหล่นที่อยู่ในฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน หรือสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของ พม. จะมีกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน

การมอบอำนาจทำได้เฉพาะขั้นตอนลงทะเบียน และเฉพาะผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่เดินทางเองไม่ได้ เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  • หนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลดได้จากเว็บโครงการ
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

ผู้รับมอบอำนาจต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงของทั้งสองฝ่ายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วย

ไม่ผ่านเกณฑ์หรือไม่เห็นด้วยกับผล อุทธรณ์ได้อย่างไร

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับผลพิจารณายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับจากวันประกาศผล สำหรับรอบปี 2569 ช่วง 15 วันหลังประกาศผลสิ้นสุดลงแล้ว จึงยื่นอุทธรณ์ของรอบนี้ไม่ได้อีก ช่องทางยื่นที่เว็บโครงการระบุไว้มี 3 ทาง คือเว็บโครงการ แอปทางรัฐหรือแอปเป๋าตัง โดยกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" หรือแจ้งที่ธนาคารว่าต้องการอุทธรณ์

ถ้ามีรอบลงทะเบียนครั้งต่อไป ผู้ที่ไม่ผ่านรอบนี้ควรกลับมาเช็กข้อมูลของตัวเองก่อน เช่น วงเงินสินเชื่อ ทรัพย์สินทางการเงิน และบัตรเครดิต เพราะเป็นเกณฑ์ที่ต้องตรวจให้ครบ และควรตามประกาศจากกระทรวงการคลังว่ารอบใหม่จะใช้เกณฑ์อะไร

หากมีปัญหา ติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 02-109-2345 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น. สายด่วนกรมการปกครอง 1548 หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โทร. 1300

ที่มา: เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ของกระทรวงการคลัง (welfare.mof.go.th)

บทความที่เกี่ยวข้อง