เศรษฐกิจ

ค่าธรรมเนียมธนาคารลดลง 2569 เช็กสลิปว่าแบงก์เก็บเกินเพดาน ธปท. หรือไม่

ค่าธรรมเนียมธนาคารลดลง 2569 ตามประกาศ ธปท. ดูเพดานที่ยืนยันแล้ว วิธีเช็กสลิป และสิทธิเรียกเงินคืนถ้าแบงก์เก็บเกิน

ค่าธรรมเนียมธนาคารลดลง 2569 เช็กสลิปว่าแบงก์เก็บเกินเพดาน ธปท. หรือไม่

ค่าธรรมเนียมธนาคารลดลง 2569 ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) (Bank of Thailand) ที่ 23/2569 ใครมีบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต หรือสินเชื่อ SME ควรหยิบสลิปและใบแจ้งหนี้มาดูอีกครั้ง ประกาศฉบับนี้ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ให้ลดและยกเว้นค่าธรรมเนียมแบงก์รวม 19 รายการ โดยทยอยมีผลเป็นระยะ และจะครบราวเดือน ต.ค. 2569 ถ้าแบงก์ยังเก็บเกินเพดาน ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอเงินส่วนเกินคืน

ผู้อ่านที่เคยถูกหักค่าขอรายการเดินบัญชี ค่ารักษาบัญชี หรือค่าเบิกเงินสดบัตรเครดิต จึงตรวจเองได้ว่ายอดที่ถูกหักอยู่ในเพดานใหม่หรือเปล่า ตัวเลขด้านล่างเป็นเฉพาะรายการที่ ThaiPBS และ Thairath รายงานตรงกัน บทความยังแยกว่าอะไรใช้กับบุคคลทั่วไปและอะไรใช้กับ SME พร้อมขั้นตอนเมื่อเจอแบงก์เก็บเกิน

ค่าธรรมเนียมธนาคารลดลง 4 หมวดตามประกาศ ธปท.

ประกาศฉบับนี้ว่าด้วยมาตรฐานค่าบริการและการปรับค่าธรรมเนียม แบ่งเป็น 4 หมวด คือ บัญชีเงินฝาก บัตร ธุรกรรมการชำระเงิน และสินเชื่อ SME (สินเชื่อของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) หมวดบัญชีเงินฝากมีค่าขอรายการเดินบัญชี ค่าหนังสือรับรองฐานะการเงิน และค่ารักษาบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว หมวดบัตรมีค่าแรกเข้าและค่ารายปีของบัตร ATM กับบัตรเดบิตพื้นฐาน รวมถึงค่าเบิกเงินสดด้วยบัตรเครดิต

หมวดธุรกรรมการชำระเงินครอบคลุมค่าข้ามเขต ค่าโอนผ่านบาทเนต ค่าฝากเช็ค ค่ารับชำระหนี้แบบ Bulk Payment ภายในวัน และค่าโอนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหมวดสินเชื่อ SME มีค่าบริการการใช้สินเชื่อ ค่าขยายเวลาเบิกใช้วงเงิน ค่าต่ออายุวงเงินหมุนเวียน ค่าชำระก่อนกำหนด และค่ายกเลิกวงเงิน

ธปท. ระบุว่าจะทยอยบังคับใช้ไปจนครบราวเดือน ต.ค. 2569 แต่ข่าวประกาศของ ธปท. ไม่ได้บอกวันเริ่มของแต่ละรายการ ผู้อ่านจึงควรถามธนาคารที่ใช้บริการว่ารายการที่เกี่ยวกับตัวเองปรับแล้วหรือยัง

ประกาศฉบับเดียวกันยังห้ามแบงก์ชดเชยรายได้ที่หายไปด้วยการเก็บค่าบริการรายการอื่น เพิ่มค่าธรรมเนียมใหม่ หรือขึ้นดอกเบี้ย ยกเว้นกรณีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โปรโมชันสิ้นสุด หรือความเสี่ยงของลูกค้าเปลี่ยนไป ถ้าเห็นค่าธรรมเนียมรายการอื่นขยับขึ้นหลังรายการหนึ่งถูกลดลง ควรสอบถามธนาคารถึงเหตุผล

เพดานที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ควรเช็กในสลิป

ธปท. ยังไม่เปิดเผยตัวเลขเพดานในข่าวประกาศ ตัวเลขด้านล่างจึงอ้างตามรายงานของ ThaiPBS และ Thairath ซึ่งให้ตัวเลขตรงกัน คำว่า "ไม่เกิน" หมายความว่าแบงก์เก็บต่ำกว่านี้ได้ แต่เก็บสูงกว่านี้ไม่ได้ เมื่อรายการนั้นมีผลแล้ว

  • ค่า statement (รายการเดินบัญชี) เก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อบัญชีต่อครั้ง เฉพาะกรณีขอเป็นเอกสารกระดาษ และย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน
  • ค่าหนังสือรับรองฐานะการเงิน ไม่เกิน 100 บาทต่อชุด
  • ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว ไม่เกิน 20 บาทต่อเดือน เฉพาะบัญชีที่มียอดคงเหลือไม่เกิน 2,000 บาท
  • ค่าเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิต ไม่เกิน 2.5% ของยอดที่เบิก
  • ค่าธรรมเนียมชดเชยการแลกเปลี่ยน (FX) ไม่เกิน 0.125%
  • ฝากเงินสดหรือถอนเงินสดข้ามเขตที่สาขา ไม่เกิน 0.05% ของยอด

ลองคิดตามตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเบิกเงินสดจากบัตรเครดิต 4,000 บาท ค่าธรรมเนียมต้องไม่เกิน 100 บาท ถ้าใบแจ้งหนี้โชว์สูงกว่านั้น ควรถามธนาคาร ส่วนบัญชีที่มีเงินเหลือ 1,500 บาทและถูกหักค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหวเดือนละ 35 บาท ก็เกินเพดาน 20 บาทแล้ว ค่า FX ที่ 0.125% เท่ากับ 12.50 บาทต่อธุรกรรม 10,000 บาท

เรื่องการข้ามเขตหรือข้ามจังหวัด ThaiPBS และ Thairath ระบุตรงกันว่าไม่เก็บค่าธรรมเนียมข้ามเขตสำหรับการฝาก ถอน โอนทั่วไป ยกเว้นการฝากหรือถอนเงินสดข้ามเขตที่สาขา ซึ่งเก็บได้ตามเพดาน 0.05% ข้างต้น ส่วนรายการอื่นในกลุ่ม 19 รายการ เช่น ค่าบัตร ATM และบัตรเดบิต ธปท. ยังไม่เปิดเผยตัวเลข

SME ได้ลดค่าอะไรบ้าง

เจ้าของกิจการที่ใช้สินเชื่อ SME ได้ประโยชน์จาก 2 รายการที่สื่อสองแห่งรายงานตรงกัน คือค่า front-end fee (ค่าธรรมเนียมที่เก็บล่วงหน้าตอนอนุมัติวงเงิน) เก็บได้ไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน และสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท กับค่าชำระคืนก่อนกำหนด ไม่เกิน 3% ของเงินต้นคงค้าง (ยอดเงินต้นที่ยังไม่ได้จ่าย)

ตัวเลขสองรายการนี้อ้างตามรายงานของ ThaiPBS และ Thairath เช่นกัน ข่าวของ ธปท. ไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ ผู้ประกอบการควรเทียบกับสัญญาสินเชื่อและใบแจ้งค่าธรรมเนียมของตัวเอง และขอให้ธนาคารอธิบายถ้ายอดที่เรียกเก็บสูงกว่าเพดาน

แบงก์เก็บค่าธรรมเนียมเกินเพดาน ทำอย่างไร / เทียบยอดกับเพดาน / เก็บหลักฐาน / ถามธนาคารและขอเงินคืน / ถ้ายังไม่ได้คำตอบ ติดต่อ ธปท.
เจอยอดค่าธรรมเนียมสูงกว่าเพดาน ให้เก็บหลักฐานและทวงเงินส่วนเกินคืนจากธนาคาร

ถ้าแบงก์เก็บเกินหรือปรับระบบไม่ทัน ทำอย่างไร

ถ้าธนาคารปรับไม่ทันกำหนด ธนาคารต้องคืนค่าธรรมเนียมส่วนเกินให้ลูกค้านับจากวันที่ประกาศมีผล และต้องส่งแผนพร้อมกรอบเวลาปฏิบัติตามให้ ธปท. ธปท. ระบุสิทธินี้ไว้ในข่าวประกาศ ผู้ใช้บริการจึงไม่ต้องรอให้ธนาคารแจ้งเอง

  • เทียบยอดค่าธรรมเนียมในสลิปหรือใบแจ้งหนี้กับเพดานด้านบน
  • เก็บสลิป ใบแจ้งหนี้ หรือรายการเดินบัญชีที่เห็นยอดเก็บเกิน
  • ถามธนาคารเจ้าของบัญชีและขอให้คืนส่วนที่เกิน
  • ถ้ายังไม่ได้คำตอบ ติดต่อ ธปท. ได้ตามช่องทางด้านล่าง

ผู้ใช้บริการติดต่อ ธปท. ได้ 3 ทาง คือโทร 1213 (หมายเลขกลางของ ธปท.) อีเมล fcc@bot.or.th สำหรับร้องเรียนการใช้บริการทางการเงิน และยื่นผ่าน BOT Contact Center ที่ services.bot.or.th/cpm ธปท. ไม่ได้ระบุเวลาทำการของสายโทรศัพท์ ควรสอบถามตอนโทรเข้าไป

ผลต่อธนาคารและสิ่งที่ยังรอคำตอบ

ธปท. ยังไม่เผยแพร่ตารางเพดานครบ 19 รายการในข่าวประกาศ และไม่ได้ระบุวันเริ่มของแต่ละระยะ ผู้อ่านจึงยังบอกไม่ได้ว่าธนาคารไหนปรับครบแล้ว ธปท. ระบุเพียงว่าจะทยอยบังคับจนครบราวเดือน ต.ค. 2569

ด้านผลต่อธนาคาร ThaiPBS Policy Watch รายงานว่าผู้ว่าการ ธปท. ประเมินว่ามาตรการนี้กระทบกำไรธนาคารพาณิชย์ราว 1.5-2% หรือประมาณ 3,975-5,300 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นการอ้างตามรายงานของสื่อ ธปท. ไม่ได้เผยแพร่ในข่าวประกาศ ผู้ใช้บริการควรจับตาว่าแบงก์ปรับรายการอื่นขึ้นเพื่อชดเชยหรือไม่ เพราะประกาศห้ามไว้ ยกเว้นกรณีต้นทุนเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: ข่าว ธปท. เรื่องประกาศ ธปท. ที่ 23/2569 (2 มิ.ย. 2569), หน้าติดต่อ ธปท., ThaiPBS Policy Watch และ Thairath (อ้างตามรายงานของสื่อทั้งสองแห่งสำหรับตัวเลขเพดานและผลต่อกำไร)

บทความที่เกี่ยวข้อง