หักค่าใช้จ่าย 2 เท่าสำหรับงานแสดงสินค้าในประเทศ เป็นสิทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ่ายค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการเพื่อไปออกงาน คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการเมื่อ 6 ต.ค. 2569 ตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) แต่ตอนนี้ยังเป็นเพียงการอนุมัติหลักการ ผู้ประกอบการจึงยังอ้างสิทธิตามกฎหมายไม่ได้ จนกว่าจะมีกฎหมายฉบับจริงออกมา
มาตรการภาษี MICE หักค่าใช้จ่าย 2 เท่าคืออะไร และใครได้สิทธิ
มาตรการนี้ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนับค่าเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง ครม. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เมื่อ 6 ต.ค. 2569 และกรมสรรพากรแถลงข่าวเมื่อ 7 ต.ค. 2569 (เลขที่ข่าว ปชส. 1/2570)
ตามที่กรมสรรพากรอธิบาย มาตรการนี้ช่วยสนับสนุนนโยบายท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยดึงดูดการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติและการใช้จ่ายของนักเดินทางคุณภาพ ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง และการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่น ไมซ์ (MICE) เป็นตัวย่อของ Meetings, Incentives, Conventions, and Exhibitions
คำว่าหักได้ 2 เท่า หมายความว่าตอนคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ผู้ประกอบการนำรายจ่ายก้อนนี้ไปหักได้มากกว่าที่จ่ายจริง กำไรที่ต้องเสียภาษีจึงลดลง ตัวอย่างสมมุติ ถ้าจ่ายค่าเช่าพื้นที่ 100,000 บาท จะนับเป็นรายจ่ายได้ 200,000 บาท ตัวเลขนี้ใช้ทำความเข้าใจเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขจากต้นทาง ส่วนรายได้และรายจ่ายอื่นยังคิดตามปกติ
ผู้ที่ได้สิทธิตามข่าวคือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ส่วนบุคคลธรรมดาเข้าข่ายหรือไม่ ข่าวไม่ได้พูดถึง จึงบอกไม่ได้ว่าได้หรือไม่ได้ ต้องรอตัวบทกฎหมายฉบับจริง
รายจ่ายอะไรนับได้ และงานกับการจ่ายเงินต้องอยู่ในช่วงเวลาไหน
รายจ่ายที่นับได้ 2 เท่ามี 2 อย่าง คือค่าเช่าพื้นที่ และค่าบริการในการเข้าร่วมงาน งานต้องเป็นงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าที่จัดภายในประเทศ งานที่จัดในต่างประเทศไม่อยู่ในข้อความของข่าว
เรื่องเวลา ต้องเข้าเกณฑ์ 2 ข้อพร้อมกัน ตามข้อความในข่าวกรมสรรพากร
- งานต้องเริ่มจัดระหว่าง 6 ต.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570
- ต้องจ่ายเงินระหว่าง 6 ต.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570
ลองนึกถึงผู้ประกอบการที่จ่ายเงินจองบูธก่อน 6 ต.ค. 2569 สำหรับงานที่จัดในปี 2570 หรือจ่ายเงินในช่วงนี้ให้งานที่เริ่มจัดหลัง 31 ธ.ค. 2570 ข่าวไม่ได้บอกว่ากรณีแบบนี้นับหรือไม่ ต้องรอดูว่ากฎหมายฉบับจริงเขียนไว้อย่างไร และควรถามสรรพากรก่อนตัดสินใจจ่ายเงินก้อนใหญ่
ผู้ประกอบการควรเตรียมอะไรระหว่างรอกฎหมายฉบับจริง
ข่าวยังไม่พูดถึงรายละเอียดหลายเรื่อง เช่น วงเงินหักสูงสุด ประเภทงานเพิ่มเติม คุณสมบัติของผู้จัดงานหรือผู้ให้บริการ เงื่อนไขการจดทะเบียน และสถานะของกิจการต่างประเทศ ผู้อ่านไม่ควรเดาเอง ต้องรอตัวบทจริง
ระหว่างรอ การเก็บเอกสารให้ครบเป็นสิ่งที่ทำได้เลย ข้อต่อไปนี้เป็นแนวทางเตรียมตัวของกองบรรณาธิการ ไม่ใช่เงื่อนไขที่ข่าวกำหนด
- เก็บสัญญาเช่าพื้นที่หรือใบยืนยันการเข้าร่วมงาน
- เก็บใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี
- จดวันที่เริ่มจัดงานและวันที่จ่ายเงินของแต่ละงาน
- แยกค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการเข้าร่วมงานออกจากค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าเดินทางหรือค่าตกแต่งบูธ
เหตุผลที่ควรแยกรายการ คือข่าวพูดถึงเฉพาะค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการเข้าร่วมงาน การแยกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ตอนทำบัญชีและยื่นภาษี ตรวจได้ง่ายว่าก้อนไหนเข้าเกณฑ์ 2 เท่า ก้อนไหนเป็นรายจ่ายปกติ หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ RD Intelligence Center โทร. 1161
สถานะล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569)
ครม. อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ. เมื่อ 6 ต.ค. 2569 และกรมสรรพากรแถลงข่าวเมื่อ 7 ต.ค. 2569 ในข่าว เลขที่ฉบับของ พ.ร.ฎ. ยังเป็น ฉบับที่ .. คือยังไม่มีเลขฉบับ
ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569 ยังไม่พบเอกสารยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ตามข้อมูลที่ตรวจได้ หากมีการประกาศ ส่วนนี้จะต้องอัปเดตเป็นที่แรก
คำถามที่พบบ่อย
มาตรการนี้ใช้ได้แล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ เพราะ ครม. อนุมัติเพียงหลักการเมื่อ 6 ต.ค. 2569 ต้องรอกฎหมายฉบับจริงก่อน
รายจ่ายอะไรหักได้ 2 เท่า
ค่าเช่าพื้นที่ และค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ
งานที่จัดเมื่อไรจึงเข้าเกณฑ์
งานต้องเริ่มจัดระหว่าง 6 ต.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570 และต้องจ่ายเงินระหว่าง 6 ต.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570 ด้วย
บุคคลธรรมดาได้สิทธิหรือไม่
ข่าวต้นทางไม่ได้ระบุ จึงยังไม่ชัด ควรสอบถามสรรพากรที่เบอร์ 1161
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์กรมสรรพากร เลขที่ ปชส. 1/2570 แถลงเมื่อ 7 ต.ค. 2569






