Advertisement
ต่างประเทศ

FTC สหรัฐฯ ถอดเว็บปลอมแอบอ้างหน่วยงานรัฐ 19 แห่ง ถามความเห็นเรื่องแพลตฟอร์มโฆษณา

เว็บปลอมแอบอ้างหน่วยงานรัฐ 19 แห่งถูกถอดหลัง FTC สหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงผู้ให้บริการโดเมน พร้อมเปิดรับความเห็นเรื่องบทบาทแพลตฟอร์มโฆษณา

FTC สหรัฐฯ ถอดเว็บปลอมแอบอ้างหน่วยงานรัฐ 19 แห่ง ถามความเห็นเรื่องแพลตฟอร์มโฆษณา

เว็บปลอมแอบอ้างหน่วยงานรัฐ 19 แห่งถูกถอดออกจากอินเทอร์เน็ต หลังคณะกรรมาธิการการค้าสหพันธรัฐสหรัฐฯ (Federal Trade Commission หรือ FTC) ส่งจดหมายถึงผู้ให้บริการโดเมนและบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อง FTC แถลงเรื่องนี้เมื่อ 29 ต.ค. 2569 พร้อมสรุปผลการบังคับใช้กฎห้ามแอบอ้าง (Impersonation Rule) ที่ผ่านมา

แถลงข่าวฉบับเดียวกันยังพูดถึงการขอความเห็นสาธารณะเรื่องบทบาทของแพลตฟอร์มในการแอบอ้าง ท้ายข่าวนี้รวบรวมคำแนะนำของ FTC สำหรับคนที่เจอเว็บหรือข้อความที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานรัฐ

FTC ส่งจดหมายถึงผู้ให้บริการโดเมน เว็บปลอมแอบอ้างหน่วยงานรัฐ 19 แห่งถูกถอด

FTC ระบุว่าส่งจดหมายเตือนไปยังผู้ให้บริการโดเมน (registrar) และบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับเว็บที่แอบอ้างเป็นหน่วยงาน โดยชี้ว่าการกระทำเหล่านี้เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎห้ามแอบอ้าง ผลคือเว็บที่แอบอ้างเป็น FTC ถูกถอดออก 19 แห่ง รวมถึง fttc.us และ FTC-Complaints.org

นอกจากเว็บไซต์แล้ว FTC ระบุว่าได้ดำเนินการรายงานเพจโซเชียลมีเดียที่แอบอ้างเป็น FTC และเจ้าหน้าที่ของ FTC เพื่อให้เพจเหล่านั้นถูกถอด

กฎห้ามแอบอ้างให้ผลอะไรแล้วบ้าง

กฎห้ามแอบอ้างมีผลบังคับใช้ในปี 2567 ตามแถลงข่าวเดียวกัน FTC ดำเนินคดีตามกฎนี้เสร็จแล้วทั้งหมด 14 คดี และคืนเงินให้ผู้เสียหายเกิน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้นับรวมคดีที่เสร็จแล้วทั้งหมดตั้งแต่ใช้กฎ

อีกชุดหนึ่งคือคดีที่ FTC ยื่นหรือดำเนินการใหม่ตั้งแต่ต้น เม.ย. 2568 ซึ่งมี 8 คดี และไม่ใช่ชุดเดียวกับ 14 คดีข้างต้น คดีที่แถลงข่าวระบุชื่อเป็นส่วนหนึ่งของ 8 คดีนี้ เช่น MediaAlpha และ Nerd Solutions ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎอาจเสียค่าปรับทางแพ่งสูงสุด 53,088 ดอลลาร์สหรัฐต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้ง

FTC ถามความเห็นเรื่องแพลตฟอร์ม แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ

เมื่อ ก.ย. FTC ประกาศขอความเห็นสาธารณะว่าควรปรับปรุงกฎห้ามแอบอ้างหรือออกกฎใหม่หรือไม่ เพื่อรับมือบทบาทของแพลตฟอร์มในการส่งเสริมมิจฉาชีพแอบอ้าง FTC ถามถึงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา (ad-optimization tools) ของโซเชียลมีเดีย เสิร์ชเอนจิน และตลาดออนไลน์ โดยขอความเห็นว่าเครื่องมือเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างเป็นธุรกิจหรือหน่วยงานรัฐในโฆษณาออนไลน์อย่างไร

ตอนนี้เป็นเพียงขั้นรับฟังความเห็น FTC ยังไม่ได้ตัดสินใจแก้กฎหรือออกกฎใหม่ และยังไม่มีข้อสรุปว่าแพลตฟอร์มใดต้องรับผิดชอบในเรื่องใด สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ FTC จะสรุปผลการรับฟังความเห็นอย่างไร และจะเสนอแก้กฎหรือไม่

เจอเว็บหรือข้อความแอบอ้างหน่วยงานรัฐ รับมืออย่างไร

คำแนะนำผู้บริโภคของ FTC เรื่องมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ มีหลักตรวจที่ทำได้ทันที ดังนี้

  • ดูโดเมนของเว็บ FTC ยกตัวอย่างว่าเว็บรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มักลงท้ายด้วย .gov หรือ .mil
  • อย่าเชื่อชื่อหรือเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ เพราะปลอมได้
  • วางสายหรือปิดข้อความ แล้วโทรหาหน่วยงานโดยตรงตามเบอร์ที่รู้ว่าเป็นของจริง
  • อย่ากดลิงก์ในอีเมล ข้อความ หรือโซเชียลที่ไม่ได้คาดว่าจะได้รับ
  • อย่าโอนเงินหรือจ่ายด้วยบัตรของขวัญ คริปโต หรือแอปจ่ายเงิน ให้คนที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ
  • อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัตรและบัญชีธนาคารกับคนที่ติดต่อมาเอง

FTC ย้ำว่าหน่วยงานรัฐจะไม่โทร อีเมล ส่งข้อความ หรือทักทางโซเชียลมีเดียเพื่อขอเงินหรือข้อมูลส่วนตัว และไม่มีหน่วยงานรัฐใดเรียกให้โอนเงินหรือจ่ายด้วยบัตรของขวัญ

FTC ยกตัวอย่างมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นกรมสรรพากรสหรัฐฯ (Internal Revenue Service หรือ IRS) ซึ่งอาจขู่ว่าจะถูกจับหรือถูกเนรเทศหากไม่จ่ายเงินทันที ทั้งที่ IRS และผู้เรียกเก็บหนี้ของ IRS จะไม่ขู่จับกุม FTC ระบุด้วยว่า FTC เองจะไม่ขอเงิน ไม่ขู่จับกุม และไม่สัญญาว่าจะได้รางวัล ถ้าการติดต่อเป็นแบบนี้ ให้ถือเป็นสัญญาณอันตราย

เมื่อ มิ.ย. FTC นำแคมเปญ 'Never Ever' ร่วมกับ Elder Justice Coordinating Council และสมาชิก เพื่อให้ความรู้เรื่องมิจฉาชีพแอบอ้างหน่วยงานรัฐและธุรกิจ มีผู้ร่วมกว่า 140 ราย ช่วยเผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียล บล็อก จดหมาย อีเมล และป้ายในร้าน ผู้เสียหายในสหรัฐฯ แจ้งได้ที่ ReportFraud.ftc.gov

ที่มา: แถลงข่าว FTC เรื่องความพยายามต่อสู้มิจฉาชีพแอบอ้าง (29 ต.ค. 2569) และคำแนะนำผู้บริโภคของ FTC เรื่องการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ

บทความที่เกี่ยวข้อง