เฟดคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ช่วง 3.75-4.00% ต่อปี ตามแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (Federal Open Market Committee หรือ FOMC) เมื่อ 28 ต.ค. 2569 ซึ่งตรงกับช่วงเช้ามืดของวันที่ 29 ต.ค. ตามเวลาไทย คณะกรรมการลงมติ 10 ต่อ 2 กรรมการสองคนที่เห็นต่างต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1/4 จุด
เฟดคงดอกเบี้ย มติ 10-2 และผู้เห็นต่างสองคน
ตามแถลงการณ์ของเฟด ที่ประชุมคงช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75-4.00% ผู้ที่เห็นต่างคือลิซา ดี. คุก (Lisa D. Cook) และเบธ เอ็ม. แฮมแมค (Beth M. Hammack) ทั้งสองคนต้องการขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุด หรือ 1/4 จุด ผู้เห็นต่างทั้งสองคนต้องการขึ้น แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่ามีใครเสนอให้ลด
เพื่อให้เห็นภาพ ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. 2569 เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุด มาที่ช่วง 3.75-4.00% ด้วยมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 รอบนี้จึงเป็นการคงดอกเบี้ยหลังจากเพิ่งขึ้นเมื่อเดือนก่อน กรรมการที่เคยเห็นตรงกันทุกคนในเดือนกันยายน มาแตกเป็นสองเสียงที่เห็นต่างในเดือนตุลาคม และทั้งสองเสียงอยู่ฝั่งที่ต้องการให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น
ข้อสังเกตของเรา เสียงเห็นต่างทั้งสองเสียงอาจมองได้ว่าความกังวลเรื่องราคายังอยู่ในการหารือของคณะกรรมการ นี่เป็นการตีความของเราเอง แถลงการณ์ไม่ได้ระบุเช่นนั้น และไม่ได้บอกว่าเฟดจะทำอะไรต่อ

ถ้อยคำในแถลงการณ์เปลี่ยนจาก solid เป็น strong
แถลงการณ์ฉบับล่าสุดระบุว่า 'Economic activity is expanding at a strong pace' หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง ฉบับเดือนกันยายนเขียนประโยคเดียวกันนี้ว่า 'Economic activity is expanding at a solid pace' หรืออัตราที่มั่นคง คำที่เปลี่ยนในประโยคนี้คือจาก solid เป็น strong
ส่วนเงินเฟ้อ ทั้งสองฉบับใช้ประโยคเดียวกันว่า 'Inflation remains elevated' หรือเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ประโยคปิดที่ว่า 'The Committee will deliver price stability' หรือคณะกรรมการจะทำให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา ก็ปรากฏทั้งสองฉบับเช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ข้อความเรื่องเงินเฟ้อและเป้าหมายด้านราคาคงเดิม ส่วนเรื่องเศรษฐกิจใช้คำที่หนักขึ้นหนึ่งระดับ
ข้อสังเกตของเรา ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้อ่านเหมือนการเตรียมลดดอกเบี้ย แต่แถลงการณ์ไม่ได้บอกทิศทางดอกเบี้ยรอบหน้า จะขึ้น ลด หรือคงเดิม ยังไม่มีข้อความตรงนั้นให้อ่าน
ส่วนต่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ กับไทย และกลุ่มที่ควรติดตาม
ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.00% ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเอกฉันท์คงไว้ในวันเดียวกับที่เฟดประชุม ตามที่ ธปท. แถลง เมื่อเทียบกับช่วง 3.75-4.00% ของเฟด ส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 2.75-3.00 จุด ตัวเลขนี้คำนวณจากดอกเบี้ยนโยบายสองฝั่งโดยตรง ไม่ใช่ตัวเลขที่หน่วยงานใดประกาศ
ส่วนต่างนี้บอกได้เพียงว่าดอกเบี้ยของสองประเทศห่างกันเท่าไร ไม่ได้บอกว่าค่าเงินบาทจะอ่อนหรือแข็ง และไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนหลังเฟดประกาศมาประกอบ อัตราที่ใช้ได้จริงให้ดูจากธนาคารหรือผู้ให้บริการแลกเงิน ณ เวลาที่ต้องใช้
คนที่เกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์โดยตรงมีหลายกลุ่ม ผู้มีหนี้หรือรายได้เป็นดอลลาร์ควรดูว่าดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้คิดภาระของตนขยับหรือไม่ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าควรเทียบต้นทุนและรายรับที่คิดเป็นดอลลาร์กับอัตราที่ทำสัญญาไว้ นักเรียนและนักท่องเที่ยวที่ต้องแลกเงินไปต่างประเทศควรเปรียบเทียบอัตราจากหลายแหล่งก่อนแลก ส่วนคนที่ตามราคาน้ำมันและสินค้านำเข้า ควรดูราคาในตลาดโลกคู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
ธนาคารกลางสองแห่งตัดสินใจตามเงื่อนไขของเศรษฐกิจตัวเอง ส่วนต่างดอกเบี้ยจึงเปลี่ยนได้ทุกครั้งที่มีประกาศใหม่ ควรเช็กตัวเลขทั้งสองฝั่งอีกครั้งเมื่อเฟดหรือ กนง. ประชุมรอบถัดไป
เฟดประชุมปีละ 8 ครั้ง และสามจุดที่ควรดูในแถลงการณ์
เฟดมีการประชุมนโยบายการเงินตามกำหนดปีละ 8 ครั้ง ปี 2569 มีแถลงการณ์หลังประชุมออกมาแล้ว 7 ครั้ง ตั้งแต่ 28 ม.ค. จนถึงรอบล่าสุด การประชุมครั้งสุดท้ายของปีอยู่ในเดือนธันวาคม ตามปฏิทินการประชุม FOMC ของเฟดคือวันที่ 8-9 ธ.ค. 2569
เมื่อแถลงการณ์ออกมา ให้ดูสามจุดตามลำดับ จุดแรกคือช่วงเป้าหมายดอกเบี้ย ว่าคงเดิม ขึ้น หรือลด จุดที่สองคือมติ ว่าเอกฉันท์หรือมีผู้เห็นต่าง และเห็นต่างไปทางขึ้นหรือลด จุดที่สามคือถ้อยคำเรื่องเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ เทียบกับฉบับก่อน ดังตัวอย่างรอบนี้ที่ประโยคเรื่องเศรษฐกิจเปลี่ยนจาก solid เป็น strong การเปลี่ยนคำเพียงคำเดียวก็เป็นเบาะแสว่าคณะกรรมการมองสถานการณ์ต่างไปจากเดิมหรือไม่
ที่มา: แถลงการณ์ FOMC ของเฟด (Federal Reserve) ฉบับวันที่ 28 ต.ค. 2569 และฉบับวันที่ 16 ก.ย. 2569, หน้ารายการแถลงการณ์ FOMC ปี 2569 และปฏิทินการประชุม FOMC ของเฟด, ดอกเบี้ยนโยบาย กนง. ตามที่ ธปท. แถลง







