ราคาป้ายไม่ตรงกับแคชเชียร์ คือเรื่องที่ผู้ซื้อเจอได้ในร้านทุกขนาด และบางครั้งส่วนต่างเล็กจนไม่มีใครสังเกต เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 คณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐฯ (Federal Trade Commission หรือ FTC) ร่วมกับอีก 20 รัฐ ยื่นฟ้องบริษัท Dollar General Corporation ร้านปลีกที่มีกว่า 21,000 สาขาทั่วสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าคิดเงินที่แคชเชียร์แพงกว่าราคาบนชั้นวางและในโฆษณา
คดีนี้อยู่ในสหรัฐฯ แต่หลักเช็กราคาใช้ได้กับทุกร้าน ส่วนต่างเพียงเล็กน้อย ถ้าเกิดซ้ำๆ กับลูกค้าจำนวนมาก ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
ข้อกล่าวหาของ FTC และคำชี้แจงของ Dollar General
ตามข่าวของ FTC คำฟ้องยื่นต่อศาลสหรัฐฯ เขตกลางของรัฐเทนเนสซี (Middle District of Tennessee) กรรมาธิการลงมติอนุมัติให้ยื่นฟ้อง 2-0 รัฐที่ร่วมฟ้องมี 20 รัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา อิลลินอยส์ โอไฮโอ และเทนเนสซี ข้อกล่าวหาหลักคือบริษัทใช้แนวปฏิบัติด้านราคาที่หลอกลวง ลูกค้าจ่ายที่แคชเชียร์แพงกว่าราคาบนชั้น ป้าย และโฆษณา
FTC กล่าวหาด้วยว่าบริษัทรู้ปัญหานี้มาหลายปีแต่ไม่แก้ และได้รับข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคหลายหมื่นเรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นข้อกล่าวหาของ FTC และรัฐ ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าบริษัททำผิด
NBC Boston รายงานรายละเอียดจากคำฟ้อง 95 หน้าว่า เมื่อเดือน พ.ย. 2568 ลูกค้าในรัฐฟลอริดาถูกคิดค่าแชมพูเด็กขวดหนึ่ง 2.50 ดอลลาร์ ทั้งที่ป้ายบนชั้นเขียน 2.00 ดอลลาร์ ตามคำฟ้อง เมื่อลูกค้าทักท้วง พนักงานให้เลือกระหว่างจ่ายราคาที่สูงกว่ากับไม่ซื้อ ตามรายงานของ NBC Boston FTC ระบุว่าสาขาที่มีพนักงานน้อยไม่มีเวลาแก้ราคา
ด้านบริษัท Dollar General ตามรายงานของ NBC Boston ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าละเลยความต้องการด้านราคาของลูกค้า บริษัทระบุว่าเป้าหมายคือราคาบนชั้นกับที่แคชเชียร์ถูกต้อง 100% ยอมรับว่าความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้บางครั้ง ทีมงานในร้านมีหน้าที่แก้ไขให้ลูกค้า และบริษัทปรับปรุงกระบวนการตรวจราคาแล้วในช่วงหลายปี
ราคาป้ายไม่ตรงกับแคชเชียร์ ควรเช็กและเก็บหลักฐานอย่างไร
หลักปฏิบัติของผู้ซื้อคือรู้ราคาที่เห็นบนชั้นก่อนจ่าย แล้วเทียบกับที่เครื่องคิดเงินแสดง ถ้าร้านมีจอแสดงราคา ให้ดูขณะแคชเชียร์สแกน ถ้าส่วนต่างหลุดสายตาไปตอนจ่าย ใบเสร็จคือหลักฐานชิ้นแรกที่ใช้ตรวจย้อนหลังได้
ขั้นตอนที่ควรทำมีดังนี้
- ถ่ายรูปป้ายราคาบนชั้นให้เห็นชื่อสินค้าและราคา ก่อนหยิบใส่ตะกร้า
- ดูจอแสดงราคาขณะแคชเชียร์สแกนสินค้า
- ถ้าราคาไม่ตรง ทักท้วงทันทีที่เคาน์เตอร์ก่อนชำระเงิน
- เก็บใบเสร็จไว้ และเทียบรายการกับรูปป้ายราคาทุกครั้งที่ซื้อของหลายชิ้น
- จดชื่อสาขา วันและเวลา และชื่อพนักงานที่คุยด้วย
- ถ้าชำระไปแล้วค่อยพบ รีบกลับไปที่เคาน์เตอร์บริการพร้อมใบเสร็จและรูปป้าย
ควรทักท้วงที่เคาน์เตอร์ก่อนชำระเงิน เพราะเป็นจังหวะที่ยังอยู่หน้าร้านพร้อมสินค้าและป้ายราคา ถ้าเลยจุดนั้นไปแล้ว ให้เก็บหลักฐานให้ครบไว้ก่อน เพราะต้องใช้ทั้งตอนแจ้งร้านและตอนแจ้งหน่วยงาน

ร้องเรียนได้ที่ไหน
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ตามหน้าเว็บของกรม นอกจากสายด่วนแล้ว แจ้งได้ผ่านศูนย์ติดตามเรื่องร้องเรียนออนไลน์ที่ complaint.dit.go.th โทร 0 2507 5530 ส่งอีเมล saraban@dit.go.th หรือคุยผ่านแชตของกรมทาง Facebook Messenger
กรมการค้าภายในเป็นหน่วยงานเจ้าของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งเผยแพร่อยู่ในหน้ากฎหมายบนเว็บไซต์ของกรม ก่อนร้องเรียน ควรเตรียมรูปป้ายราคา ใบเสร็จ ชื่อและที่ตั้งสาขา และวันเวลาที่เกิดเหตุ ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้พร้อม ถ้าไม่แน่ใจว่าเรื่องของตนเข้าข่ายหรือไม่ โทรถามสายด่วน 1569 ก่อนได้
ป้ายโปรโมชันและราคาในระบบ ควรระวังอะไร
ตามที่ FTC กล่าวหา และตามรายงานของ NBC Boston ปัญหาส่วนหนึ่งในคดี Dollar General มาจากสาขาที่มีพนักงานน้อยไม่มีเวลาแก้ราคาบนชั้นให้ตรงกับระบบ ป้ายโปรโมชันมีวันเริ่มและวันหมดอายุ ป้ายที่ยังติดอยู่หลังโปรหมดจึงอาจไม่ตรงกับราคาที่เครื่องคิดเงินใช้
ผู้ซื้อจึงควรดูวันที่บนป้ายโปรโมชันทุกครั้ง และสังเกตว่าป้ายของสินค้าตัวนั้นอยู่ตรงตำแหน่งสินค้าจริงหรือไม่ เพราะป้ายที่วางเลื่อนไปอยู่ใต้สินค้าตัวอื่นก็ทำให้เข้าใจผิดได้ ถ้าสงสัย ให้ถามพนักงานก่อนจ่ายว่าโปรยังใช้ได้หรือไม่ แล้วขอให้ดูที่เครื่องสแกนราคา ถ้าราคาที่เห็นไม่ตรงกับป้าย ให้ถ่ายรูปป้ายไว้แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ร้านตรงนั้น
คดียังอยู่ในศาล ไม่ต้องรอผลคดี ผู้ซื้อเทียบป้ายกับใบเสร็จและเก็บหลักฐานได้ตั้งแต่ครั้งต่อไปที่เข้าร้าน
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ของ FTC (ประกาศ 26 ต.ค. 2569), รายงานของ NBC Boston เรื่องคำฟ้องและคำชี้แจงของ Dollar General, หน้ากฎหมายและหน้าร้องเรียนของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์







