สังคม

IEA ปล่อยน้ำมันสำรองแล้วราว 330 ล้านบาร์เรล เร่งดีเซลกว่า 20 ล้านบาร์เรลในส่วนที่เหลือ

IEA ปล่อยน้ำมันสำรองแล้วราว 330 ล้านบาร์เรล เหลือราว 100 ล้านบาร์เรล รวมดีเซลกว่า 20 ล้านบาร์เรล อ่านที่มาและสัญญาณที่ควรดูต่อ

IEA ปล่อยน้ำมันสำรองแล้วราว 330 ล้านบาร์เรล เร่งดีเซลกว่า 20 ล้านบาร์เรลในส่วนที่เหลือ

IEA ปล่อยน้ำมันสำรองของประเทศสมาชิกออกสู่ตลาดแล้วราว 330 ล้านบาร์เรล และยังเหลือราว 100 ล้านบาร์เรลที่ต้องปล่อยให้ครบ ส่วนที่เหลือนี้รวมดีเซลมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลที่ต้องปล่อยโดยเร็วที่สุด ตามแถลงการณ์ของคณะกรรมการบริหาร (Governing Board) สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) เมื่อ 15 ต.ค. 2569 เรื่องนี้เกี่ยวกับต้นทุนดีเซลที่ผู้ขนส่งและผู้ใช้รถต้องเจอ เพราะ IEA ยอมรับว่าตลาดดีเซลโลกยังตึงตัว

IEA ปล่อยน้ำมันสำรองไปแล้วเท่าไร และยอดรวมเกินเป้าเดิมหรือไม่

ถึงวันที่ 15 ต.ค. 2569 IEA ปล่อยน้ำมันสำรองไปแล้วราว 330 ล้านบาร์เรล บอร์ดประชุมวันนั้นและตกลงจะปล่อยส่วนที่เหลือราว 100 ล้านบาร์เรลให้เสร็จทันเวลา โดยดีเซลมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลในส่วนนี้ต้องออกสู่ตลาดโดยเร็วที่สุด

ยอดรวมของการปล่อยจะเกินเป้าเดิมที่ตั้งไว้ 400 ล้านบาร์เรล เหตุผลที่แถลงการณ์ให้ไว้คือสมาชิกบางประเทศปล่อยมากกว่าที่รับปากไว้ตอนแรก และบางประเทศตั้งใจจะปล่อยเพิ่ม แถลงการณ์ไม่ได้แยกตัวเลขรายประเทศ จึงยังบอกไม่ได้ว่าประเทศไหนปล่อยไปเท่าไร

บอร์ดยังสนับสนุนให้สมาชิกที่มีกำลังผลิตน้ำมันและกำลังกลั่นเพิ่มปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป (boost supply) โดยเฉพาะดีเซล นั่นคือบอร์ดหวังให้ผู้ผลิตและผู้กลั่นช่วยเติมน้ำมันเข้าตลาดอีกทางหนึ่งควบคู่กับการปล่อยสำรอง

สำรองน้ำมันยุทธศาสตร์คืออะไร และทำไม IEA เน้นดีเซลในมาตรการเดือนมีนาคม 2569

สำรองน้ำมันยุทธศาสตร์คือน้ำมันสำรองฉุกเฉิน (emergency oil stocks) ที่ประเทศสมาชิก IEA ต้องเก็บไว้ ตามหน้าอธิบายของ IEA เรื่องความมั่นคงน้ำมัน ประเทศสมาชิกแต่ละแห่งมีพันธะต้องถือสำรองไม่น้อยกว่าการนำเข้าน้ำมันสุทธิ 90 วัน จะเก็บเป็นน้ำมันดิบหรือน้ำมันสำเร็จรูปก็ได้ และเก็บในรูปสำรองของรัฐ สำรองของหน่วยงาน หรือสำรองที่บังคับให้ภาคเอกชนถือ

เมื่อเกิดเหตุน้ำมันขาดแคลนฉับพลัน IEA ใช้กลไกมาตรการร่วม (Collective Action) ตอบสนองพร้อมกันหลายประเทศ เริ่มจากสำนักเลขาธิการ (Secretariat) ประเมินว่าเหตุนั้นอาจกระทบตลาดพลังงานโลกมากหรือไม่ ถ้าเห็นว่าควรทำก็หารือกันภายในไม่กี่วัน มาตรการนี้เพิ่มน้ำมันเข้าตลาดด้วยการปล่อยสำรอง ลดความต้องการใช้ หรือทั้งสองอย่าง และแต่ละประเทศรับส่วนตามสัดส่วนการบริโภคน้ำมันของตน IEA ระบุชัดว่ามาตรการนี้ไม่ใช่เครื่องมือแทรกแซงราคาหรือบริหารอุปทานระยะยาว IEA ใช้กลไกนี้มาแล้ว 6 ครั้ง ครั้งแรกคือสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 และครั้งที่ 6 ประกาศเมื่อ 11 มี.ค. 2569 ซึ่งหน้าดังกล่าวระบุว่าใหญ่ที่สุด

การปล่อยรอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการร่วมเดือนมีนาคม 2569 ที่ตอบสนองวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) บอร์ดย้ำในแถลงการณ์ 15 ต.ค. ว่ายังมุ่งมั่นทำให้มาตรการนี้สำเร็จ ตัวเลข 330 ล้านบาร์เรลและยอดที่เหลือจึงเป็นผลของมาตรการเดียวกัน ไม่ใช่โครงการใหม่

เหตุที่เน้นดีเซลปรากฏในแถลงการณ์ของฟาติห์ เบอรอล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการบริหาร IEA ที่ส่งถึงรัฐบาลสมาชิกเมื่อ 11 ต.ค. 2569 หรือสี่วันก่อนบอร์ดประชุม เขาระบุว่าตลาดดีเซลโลกตึงตัวขึ้น (tightening global diesel markets) และต้องได้รับความสนใจทันที เขาเห็นว่าสถานการณ์นี้จัดการได้ดีผ่านความร่วมมือของสมาชิก IEA ต่อไป และย้ำว่ามาตรการเดือนมีนาคมยังดำเนินอยู่

คำขอของเบอรอลมีสองข้อ ข้อแรกคือสมาชิกที่ยังปล่อยไม่ครบตามที่รับปากไว้ ให้พิจารณาเร่งปล่อยส่วนที่เหลือ โดยให้ความสำคัญกับดีเซลก่อน ข้อที่สองกว้างกว่านั้น คือทุกประเทศสมาชิก รวมถึงประเทศที่ปล่อยครบตามที่รับปากแล้ว ควรประเมินว่าต้องปล่อยดีเซลเพิ่มหรือไม่ ถ้าเห็นว่าควรปล่อย ให้ระบุขนาด เวลา และบอกว่าเป็นส่วนเสริมจากที่ปล่อยไปแล้ว สี่วันต่อมาบอร์ดจึงตกลงให้เร่งดีเซลมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลในส่วนที่เหลือ

แถลงการณ์ฉบับ 11 ต.ค. ยังกล่าวถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและพลังงานในซาอุดีอาระเบียรอบใหม่ รวมถึงสนามบินนานาชาติริยาด โดยเบอรอลเรียกเหตุที่สนามบินว่าน่าเศร้า IEA ไม่ได้ลงรายละเอียดสาเหตุหรือความเสียหายเพิ่มเติม

ผู้ใช้ดีเซลควรดูสัญญาณอะไรต่อ หลัง IEA ปล่อยน้ำมันสำรอง

สัญญาณที่ควรดูมีสองระดับ ระดับโลกคือประกาศใหม่บนเว็บไซต์ของ IEA ว่าสมาชิกปล่อยดีเซลเพิ่มหรือไม่ และปล่อยเสร็จตามกำหนดหรือยัง ระดับในประเทศคือประกาศราคาดีเซลและมาตรการดีเซลในบ้านเรา ซึ่งบอกผลต่อราคาที่ผู้ใช้เจอได้ตรงกว่า

การปล่อยตามมาตรการเดือนมีนาคมยังไม่ครบ สำนักเลขาธิการ IEA จะติดตามความคืบหน้า และแจ้งบอร์ดว่าต้องมีการดำเนินการเพิ่มหรือไม่ โดยเน้นที่ดีเซล

สิ่งที่แถลงการณ์ทั้งสองฉบับยังไม่ตอบมีสามเรื่อง คือตัวเลขการปล่อยรายประเทศ ปริมาณดีเซลที่แต่ละประเทศอาจปล่อยเพิ่ม และผลต่อราคาในประเทศ เอกสารบอกเพียงว่าตลาดดีเซลโลกตึงตัว และสมาชิกถูกขอให้เร่งปล่อยกับประเมินการปล่อยเพิ่ม ใครที่ต้องวางแผนต้นทุนขนส่งจึงควรรอดูประกาศรอบถัดไป แล้วเทียบกับราคาจริงที่หน้าโรงกลั่นและหน้าปั๊ม

คำถามที่พบบ่อย

ดีเซลที่ต้องปล่อยเร็วที่สุดมีเท่าไร

แถลงการณ์เมื่อ 15 ต.ค. 2569 ระบุว่ามีดีเซลมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลรวมอยู่ในส่วนที่เหลือราว 100 ล้านบาร์เรล และให้ปล่อยโดยเร็วที่สุด

ยอดรวมที่ปล่อยเกินเป้าเดิมหรือไม่

เกิน ยอดรวมจะสูงกว่าเป้าเดิม 400 ล้านบาร์เรล เพราะสมาชิกบางประเทศปล่อยมากกว่าที่รับปากไว้ และบางประเทศตั้งใจจะปล่อยเพิ่ม

ทำไม IEA จึงเน้นดีเซลรอบนี้

เบอรอลระบุในแถลงการณ์เมื่อ 11 ต.ค. 2569 ว่าตลาดดีเซลโลกตึงตัวขึ้นและต้องได้รับความสนใจทันที จึงขอให้สมาชิกเร่งปล่อยส่วนที่เหลือโดยให้ความสำคัญกับดีเซล

ที่มา: แถลงการณ์คณะกรรมการบริหาร IEA เรื่องตลาดพลังงานและความมั่นคง ลงวันที่ 15 ต.ค. 2569 แถลงการณ์ของ IEA เรื่องการรับมือสถานการณ์ตลาดดีเซลโลก ลงวันที่ 11 ต.ค. 2569 และหน้าความมั่นคงน้ำมันและการรับมือฉุกเฉินของ IEA

บทความที่เกี่ยวข้อง