เจ้าของบ้านที่อยากติดโซลาร์รูฟท็อปมีโอกาสรับเงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อราย จากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนของการไฟฟ้านครหลวง (Metropolitan Electricity Authority หรือ MEA) โครงการจำกัดไม่เกิน 1,000,000 ราย หรือจนกว่าวงเงินจะครบ ตามรายงานของสื่อ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการเมื่อ 27 ต.ค. 2569 แต่เงื่อนไขหลักที่ผู้อ่านต้องใช้ตัดสินใจ มาจากเว็บไซต์ของ MEA โดยตรง
ใช้สิทธิได้ครั้งเดียวต่อรายตลอดโครงการ และมีข้อห้ามที่ทำให้เสียสิทธิหลายข้อ ตั้งแต่ชื่อไม่ตรงกับมิเตอร์ไปจนถึงการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซ้ำ อ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์
ชื่อผู้ขอสิทธิต้องตรงกับมิเตอร์ และเงื่อนไขอื่นที่ต้องผ่าน
ผู้ขอสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และเป็นผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 คือบ้านอยู่อาศัย ชื่อของผู้ขอสิทธิต้องตรงกับเจ้าของมิเตอร์ที่ติดตั้งระบบ ถ้าชื่อบนมิเตอร์เป็นชื่อพ่อแม่หรือเจ้าของบ้านเดิม ต้องจัดการเรื่องชื่อให้เรียบร้อยก่อน ไม่เช่นนั้นอาจไม่ผ่านเงื่อนไขข้อนี้
ระบบที่ติดตั้งต้องมีขนาด 5-10 กิโลวัตต์สูงสุดต่อ 1 มิเตอร์ โดยนับรวมการติดตั้งเพิ่มเติมด้วย อย่างน้อยต้องมีแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์ และต้องติดตั้งกับ MEA หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ MEA หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (Provincial Electricity Authority หรือ PEA) เท่านั้น การจ้างช่างทั่วไปที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจึงไม่เข้าเงื่อนไข
ข้อห้ามเรื่องภาษีควรคิดให้ดีก่อน ถ้าตั้งใจนำค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน จะเข้าร่วมโครงการนี้ไม่ได้ ผู้ที่ต้องเลือกควรเทียบเองว่าทางไหนได้ประโยชน์มากกว่า

ข้อกำหนดที่ต้องทำให้ครบและเส้นตายที่ต้องจำ
MEA ระบุว่าการลงทะเบียนไม่ถือเป็นการอนุมัติสิทธิ ผู้ลงทะเบียนแล้วจึงยังไม่ควรถือว่าได้เงินแน่นอน และไม่ควรจ่ายเงินติดตั้งโดยเข้าใจว่าสิทธิผ่านแล้ว หากสงสัยสถานะ ติดต่อ MEA Call Center 1130 ได้
เส้นตายมีสองจุด ต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อระบบภายใน 31 ส.ค. 2570 และต้องเชื่อมต่อสำเร็จภายใน 30 ก.ย. 2570 สองจุดนี้ห่างกันราว 1 เดือน ผู้ที่คิดจะติดตั้งจึงควรวางแผนกับผู้ติดตั้งให้เผื่อเวลาของการไฟฟ้าด้วย
สิ่งที่ต้องทำให้ครบมีดังนี้ ไม่ต้องเรียงลำดับ แต่ขาดข้อใดข้อหนึ่งอาจเสียสิทธิ
- เก็บใบกำกับภาษีที่ลงวันที่ตั้งแต่วันเปิดลงทะเบียนรับสิทธิเป็นต้นไป
- ยื่นคำขอเชื่อมต่อระบบให้ทันเส้นตายแรก
- เชื่อมต่อระบบให้สำเร็จทันเส้นตายที่สอง
เรื่องใบกำกับภาษีสำคัญมาก เพราะต้องระบุวันที่ตั้งแต่วันเปิดลงทะเบียนเป็นต้นไป ผู้ที่ติดตั้งหรือซื้ออุปกรณ์ไปก่อนเปิดลงทะเบียน อาจใช้ใบกำกับภาษีนั้นไม่ได้ ควรเช็กวันเปิดลงทะเบียนจากเว็บ MEA ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าร่วมได้ แต่เสียสิทธิช่วยค่าไฟ 20 ปี
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรับเงินสนับสนุน 50,000 บาทได้ แต่ต้องไม่ขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสวัสดิการแห่งรัฐทุกหมายเลขมิเตอร์ เป็นเวลา 20 ปีนับจากเชื่อมต่อระบบสำเร็จ หมายความว่าเงินที่ได้รับครั้งเดียวแลกกับสิทธิช่วยค่าไฟในระยะยาว
ผู้ถือบัตรควรลองคิดว่าค่าไฟที่รัฐช่วยในแต่ละเดือน รวมกันตลอด 20 ปี เทียบกับเงินสนับสนุนครั้งเดียวและค่าไฟที่จะประหยัดได้จากโซลาร์แล้วเป็นอย่างไร เงื่อนไขนี้ใช้กับทุกหมายเลขมิเตอร์ ไม่ใช่เฉพาะมิเตอร์ที่ติดตั้งโซลาร์
สถานะโซลาร์ภาคประชาชนและสิ่งที่ยังไม่ชัด
วันเปิดและปิดลงทะเบียน รวมถึงวิธีรับเงินสนับสนุน ให้ตรวจกับเว็บไซต์ MEA หรือ PEA ในช่วงที่จะลงทะเบียน ก่อนซื้ออุปกรณ์หรือทำสัญญากับผู้ติดตั้ง เพราะวันเปิดลงทะเบียนเป็นตัวกำหนดว่าใบกำกับภาษีใบไหนใช้ได้
เงินสนับสนุน 50,000 บาทในข่าวนี้เป็นเงินสนับสนุนรายบุคคลตามเว็บไซต์ของ MEA ผู้ที่สนใจควรอ่านเงื่อนไขจากหน้าโครงการโดยตรง และโทรถาม MEA Call Center 1130 เมื่อไม่แน่ใจสถานะของตัวเอง
ก่อนตัดสินใจ ควรเช็กเรื่องความคุ้มค่าอะไรบ้าง
เงิน 50,000 บาทลดต้นทุนได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ตอบเองว่าติดแล้วคุ้มหรือไม่ ผู้อ่านควรขอใบเสนอราคาจากผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนหลายราย แล้วเทียบราคารวมกับเงินสนับสนุน พร้อมดูว่าค่าไฟรายเดือนของบ้านเรามากพอให้ระบบขนาด 5-10 กิโลวัตต์ช่วยลดได้จริงหรือไม่
คำถามที่ควรถามตัวเองมีสามข้อ ข้อแรก ชื่อตรงกับมิเตอร์แล้วหรือยัง ข้อสอง เคยหรือตั้งใจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปกรณ์หรือไม่ ข้อสาม ถ้าถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยอมแลกสิทธิช่วยค่าไฟ 20 ปีได้หรือไม่ การตอบสามข้อนี้ก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจเองได้โดยไม่เสียสิทธิโดยไม่รู้ตัว
ที่มา: เว็บไซต์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน การไฟฟ้านครหลวง (peoplesolar.mea.or.th) ส่วนมติคณะรัฐมนตรีอ้างตามรายงานของสื่อ







