Apple ออกอัปเดต iOS 27.2 พร้อมรุ่น 26.7.2 และ 18.7.11 เมื่อ 26 ต.ค. 2569 เครื่องแต่ละรุ่นจึงได้เลขอัปเดตไม่เหมือนกัน เครื่องที่ใหม่พอจะได้ iOS 27.2 หรือ iOS 26.7.2 ส่วน iPhone XS, XS Max และ XR ได้ iOS 18.7.11 ผู้ใช้ควรเช็กรุ่นเครื่องของตัวเอง แล้วอัปเดตตามที่หน้าอัปเดตซอฟต์แวร์เสนอ
เลข 27.2, 26.7.2 และ 18.7.11 ฟังดูสับสน แต่ทั้งหมดเป็นชุดอัปเดตความปลอดภัยที่ Apple ปล่อยพร้อมกันในวันเดียว เพราะ Apple ดูแลเครื่องหลายรุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการคนละเวอร์ชันอยู่ในเวลาเดียวกัน รายการด้านล่างจับคู่รุ่นเครื่องกับรุ่นอัปเดตให้ดู และบอกว่าควรทำอะไรบ้าง
iPhone และ iPad รุ่นไหนได้อัปเดตรุ่นไหน
iPhone 11 ขึ้นไปอัปเดตได้ทั้ง iOS 27.2 และ iOS 26.7.2 ตามหน้าประกาศความปลอดภัยของ Apple ทั้งสองรุ่น ส่วน iPad แต่ละรุ่นมีเงื่อนไขต่างกันเล็กน้อยระหว่างสองรุ่นนี้ ดูได้จากรายการด้านล่าง
- iOS 27.2 และ iPadOS 27.2 รองรับ iPhone 11 ขึ้นไป, iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่น 4) ขึ้นไป, iPad Pro 11 นิ้ว (รุ่น 2) ขึ้นไป, iPad Air (รุ่น 4) ขึ้นไป, iPad (รุ่น 9) ขึ้นไป และ iPad mini (รุ่น 6) ขึ้นไป
- iOS 26.7.2 และ iPadOS 26.7.2 รองรับ iPhone 11 ขึ้นไป, iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่น 3) ขึ้นไป, iPad Pro 11 นิ้ว (รุ่น 1) ขึ้นไป, iPad Air (รุ่น 3) ขึ้นไป, iPad (รุ่น 8) ขึ้นไป และ iPad mini (รุ่น 5) ขึ้นไป
- iOS 18.7.11 และ iPadOS 18.7.11 ออกให้ iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR และ iPad (รุ่น 7)
ลองดูตัวอย่าง คนที่ใช้ iPad Air รุ่น 3 จะอยู่ในรายการของ iPadOS 26.7.2 แต่ไม่อยู่ในรายการของ iPadOS 27.2 เพราะ 27.2 เริ่มที่ iPad Air รุ่น 4 ส่วนคนที่ใช้ iPad รุ่น 8 ก็อยู่ในรายการเดียวกันคือ 26.7.2 ขณะที่ iPad รุ่น 9 ขึ้นไปอยู่ได้ทั้งสองรายการ
สำหรับ iPhone 11 ขึ้นไป หน้าประกาศของ Apple ระบุว่ารองรับทั้งสองรุ่น หน้าประกาศไม่ได้บอกว่ารุ่นไหนดีกว่าในเชิงฟีเจอร์ ผู้ใช้จึงควรลงรุ่นที่หน้าอัปเดตซอฟต์แวร์ในเครื่องเสนอให้ ไม่ต้องไปหาไฟล์จากที่อื่น

iPhone XS, XS Max และ XR ได้ iOS 18.7.11
iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ไม่อยู่ในรายการเครื่องที่รองรับ iOS 27.2 และ iOS 26.7.2 เพราะ iOS 27.2 และ iOS 26.7.2 รองรับตั้งแต่ iPhone 11 ขึ้นไป Apple จึงออก iOS 18.7.11 ให้เครื่องกลุ่มนี้แทน iPad (รุ่น 7) อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และได้ iPadOS 18.7.11
ผู้ใช้เครื่องกลุ่มนี้จึงไม่ต้องรอ iOS 27.2 และไม่ต้องกังวลว่าถูกทิ้ง เพราะยังมีอัปเดตความปลอดภัยออกมาให้ในวันเดียวกับเครื่องรุ่นใหม่ หน้าอัปเดตซอฟต์แวร์ในเครื่องจะแสดงรุ่นที่เหมาะกับเครื่องนั้นให้เอง
ผู้ใช้ Mac และอุปกรณ์อื่นของ Apple ก็มีอัปเดตในชุดเดียวกัน แต่แต่ละตัวมีเงื่อนไขของเครื่อง macOS มีสามรุ่นคือ macOS Golden Gate 27.2, macOS Tahoe 26.7.2 และ macOS Sequoia 15.8.2 ผู้ใช้ Mac ควรดูว่าเครื่องใช้ macOS ชื่ออะไรอยู่ แล้วอัปเดตเป็นรุ่นที่ตรงกับชื่อนั้น
Safari 27.2 ออกให้ macOS Sequoia และ macOS Tahoe ส่วน watchOS 27.2 ออกสำหรับ Apple Watch Series 9 ขึ้นไป tvOS 27.2 ออกสำหรับ Apple TV 4K รุ่น 2 ขึ้นไป โดย Apple TV รุ่นเก่ากว่านั้นได้ tvOS 26.6.1 ซึ่งไม่มีรายการ CVE ส่วน visionOS 27.2 ออกให้ Apple Vision Pro ทุกรุ่น
อัปเดต iOS 27.2 และรุ่นอื่นในชุดเดียวกันแก้อะไรบ้าง
หน้าประกาศของ iOS 27.2 ระบุช่องโหว่ที่ได้รหัส CVE 163 รายการ ส่วนหน้าของ iOS 26.7.2 ระบุ 134 รายการ CVE คือรหัสที่ใช้เรียกช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแต่ละรายการ ช่องโหว่ที่ถูกแก้อยู่ในหลายส่วนของระบบ เช่น WebKit ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้แสดงเว็บ, ImageIO และ Kernel
หน้าประกาศของ iOS 27.2 ระบุว่าในหัวข้อ WebKit มี 26 รายการ ImageIO 11 รายการ และ Kernel 15 รายการ ส่วนหน้า iOS 26.7.2 ระบุว่าในหัวข้อ WebKit มี 22 รายการ ImageIO 16 รายการ และ Kernel 14 รายการ
หน้าประกาศของทั้ง iOS 27.2 และ iOS 26.7.2 ไม่มีรายการใดระบุว่าถูกโจมตีจริง อัปเดตชุดนี้จึงไม่ใช่การแก้ฉุกเฉิน แต่ช่องโหว่ที่ Apple เปิดเผยรายละเอียดแล้วก็ควรอุดโดยเร็ว การอัปเดตเร็วเป็นวิธีปิดช่องโหว่เหล่านี้ได้ตรงที่สุด และไม่ต้องรอให้มีข่าวว่ามีคนโจมตี
ขั้นตอนเช็กรุ่นและอัปเดตให้ครบ
เริ่มจากเช็กว่าเครื่องเป็นรุ่นอะไร เปิดตั้งค่า เลือกทั่วไป แล้วเลือกเกี่ยวกับ จะเห็นชื่อรุ่นและเลขเวอร์ชันของระบบที่ใช้อยู่ จากนั้นกลับไปที่ทั่วไป เลือกอัปเดตซอฟต์แวร์ เครื่องจะแสดงรุ่นที่ติดตั้งได้ ให้ลงรุ่นที่เครื่องเสนอ
- เช็กชื่อรุ่นเครื่องในหน้าเกี่ยวกับ
- เปิดหน้าอัปเดตซอฟต์แวร์ และเลือกรุ่นที่เครื่องเสนอ
- เสียบสายชาร์จและต่อ Wi-Fi ก่อนเริ่มติดตั้ง
- สำรองข้อมูลสำคัญก่อนอัปเดต
- เปิดอัปเดตอัตโนมัติในหน้าอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อให้ครั้งหน้าเครื่องติดตั้งเอง
การเปิดอัปเดตอัตโนมัติช่วยให้ไม่ต้องจำว่า Apple ออกอัปเดตเมื่อไร เพราะ Apple ออกอัปเดตชุดใหญ่แบบนี้เป็นระยะ และเลขรุ่นที่เครื่องได้อาจต่างกันตามอายุเครื่อง ผู้ใช้ที่ตั้งอัปเดตอัตโนมัติไว้จึงไม่ต้องไล่ดูเลขรุ่นเองทุกรอบ
ผู้ที่มีอุปกรณ์หลายเครื่อง เช่น iPhone ร่วมกับ Mac, Apple Watch หรือ Apple TV ให้อัปเดตเครื่องที่หน้าอัปเดตซอฟต์แวร์เสนอรุ่นใหม่ให้ เพราะชุดอัปเดตนี้ออกให้ครอบคลุมทั้ง macOS, Safari, watchOS, tvOS และ visionOS ไม่ได้มีเฉพาะ iPhone และ iPad แต่เครื่องที่ไม่เข้าเงื่อนไขของรุ่นไหนก็จะไม่ได้รุ่นนั้น
ที่มา: หน้าประกาศความปลอดภัยของ Apple เรื่อง iOS 27.2 และ iPadOS 27.2, iOS 26.7.2 และ iPadOS 26.7.2 และหน้ารวมการอัปเดตความปลอดภัยของ Apple (Apple security releases)







