Advertisement
เศรษฐกิจ

ที่อยู่ถูกแอบอ้างจดทะเบียนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียมให้ไปรษณีย์ไทยช่วยตรวจที่ตั้ง

Read this story in English

ที่อยู่ถูกแอบอ้างจดทะเบียนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมทำ MOU ให้บุรุษไปรษณีย์ถ่ายภาพและกำหนดพิกัด GPS ตรวจที่ตั้งนิติบุคคล

ที่อยู่ถูกแอบอ้างจดทะเบียนบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียมให้ไปรษณีย์ไทยช่วยตรวจที่ตั้ง

ปัญหาที่อยู่ถูกแอบอ้างจดทะเบียนบริษัทกำลังมีกลไกตรวจสอบใหม่เข้ามา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่ากรมฯ ได้หารือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post) เพื่อให้บุรุษไปรษณีย์ช่วยยืนยันสถานที่ตั้งของนิติบุคคลตามที่ระบุในคำขอจดทะเบียน โดยใช้พิกัด GPS และภาพถ่ายสถานที่จริง

เรื่องนี้เกี่ยวกับสองกลุ่มโดยตรง คือเจ้าของบ้านหรืออาคารที่ไม่อยากให้ที่อยู่ของตัวเองถูกนำไปใช้จดบริษัท และผู้ประกอบการที่จะจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ ตอนนี้ทั้งสองหน่วยงานยังอยู่ในขั้นเตรียมการ กรมฯ แถลงว่าจะจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ช่วงปลายเดือน พ.ย. หรือต้นเดือน ธ.ค. 2569 ยังไม่มีการลงนามและยังไม่มีวันเริ่มใช้

บุรุษไปรษณีย์ลงพื้นที่ถ่ายภาพและกำหนดพิกัด GPS

กรมฯ แถลงว่าเบื้องต้นจะใช้จุดแข็งของไปรษณีย์ไทย คือพิกัดที่ตั้งและโครงข่ายบุรุษไปรษณีย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ มายืนยันความถูกต้องของสถานที่ตั้งนิติบุคคล วิธีการมีสองส่วน ส่วนแรกคือกำหนดพิกัดผ่านระบบ GPS ส่วนที่สองคือข้อมูลภาพถ่ายสถานที่ตั้งจริง

ในทางปฏิบัติ บุรุษไปรษณีย์แต่ละพื้นที่จะลงพื้นที่ไปถ่ายภาพสถานที่ตั้งตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน เพื่อตรวจความถูกต้องของที่ตั้งอีกครั้งหนึ่ง ที่อยู่ที่ผู้ยื่นเขียนไว้ในเอกสารจึงจะถูกเทียบกับสถานที่จริงที่มีภาพและพิกัดรองรับ

เป้าหมายที่กรมฯ แถลงมีสามข้อ ข้อแรกคือป้องกันมิจฉาชีพนำสถานที่ตั้งผีมาจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ข้อสองคือทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ข้อสามคือคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่ใช้นอมินีประกอบธุรกิจ ซึ่งกรมฯ ระบุว่าเป็นสารตั้งต้นของการเปิดบัญชีม้านิติบุคคลเพื่อหลอกลวงประชาชน ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายตามคำแถลงของกรมฯ ยังไม่มีผลลัพธ์จากการใช้งานจริงให้ประเมิน

กรมฯ ระบุว่าความร่วมมือนี้เป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหานอมินีและธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจโดยผิดกฎหมาย ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งให้เร่งประสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเด็ดขาด

Digital Post ID และ Corporate D/ID เชื่อมที่อยู่กับพิกัด

นอกจากการตรวจภาคสนาม กรมฯ แถลงว่าจะพัฒนาการใช้ Digital Post ID (D/ID) ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลบุคคล ที่อยู่ และพิกัดสถานที่ตั้ง GPS เข้าด้วยกัน อีกตัวคือบริการ Corporate D/ID ซึ่งเป็นระบบรหัสที่อยู่ดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่อยู่กับไปรษณีย์ไทยได้โดยตรง

กรมฯ ระบุว่าทั้งสองระบบจะใช้รับส่งเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการให้บริการของทั้งสองหน่วยงาน กรมฯ ยังระบุว่าระบบเหล่านี้ช่วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลและองค์กรตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเริ่มใช้เมื่อใด ใครต้องใช้ หรือเชื่อมกับขั้นตอนจดทะเบียนอย่างไร คำแถลงใช้คำว่าจะ "พัฒนาการใช้" ซึ่งหมายถึงยังอยู่ระหว่างวางแผน

MOU ยังไม่ลงนามและยังไม่มีวันเริ่มใช้

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงตอนนี้คือการหารือระหว่างอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการไปรษณีย์ไทย ยังไม่มีการลงนาม MOU และยังไม่มีวันเริ่มตรวจด้วยวิธีนี้ กรมฯ ระบุว่า MOU จะกำหนดแนวทางและขอบเขตที่ชัดเจนของการทำงานร่วมกัน รายละเอียดส่วนใหญ่จึงจะชัดขึ้นหลังลงนาม

เรื่องที่กรมฯ ยังไม่ได้แถลงมีหลายข้อ ได้แก่ การตรวจนี้จะครอบคลุมทุกคำขอจดทะเบียนหรือเฉพาะบางกลุ่ม จะรวมนิติบุคคลที่จดไว้แล้วหรือไม่ ผู้ยื่นจะมีค่าใช้จ่ายหรือใช้เวลาเพิ่มเท่าไร และผู้ถูกแอบอ้างที่อยู่จะมีช่องทางแจ้งอย่างไรภายใต้กลไกใหม่นี้ กรมฯ ยังไม่ได้แถลงรายละเอียดเหล่านี้

เจ้าของที่อยู่ที่ถูกแอบอ้างจดทะเบียนบริษัทควรรู้อะไร

ปัญหาที่กรมฯ ระบุว่าต้องการแก้ คือการนำสถานที่ตั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตมาจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ คำแถลงครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงช่องทางให้เจ้าของที่อยู่ขอตรวจสอบหรือแจ้งเรื่อง เจ้าของบ้านหรืออาคารจึงควรติดตามประกาศของกรมฯ และข้อมูลบนเว็บไซต์ของกรมฯ หลังลงนาม MOU

สำหรับผู้ประกอบการที่จะจดนิติบุคคลใหม่ กรมฯ แถลงว่าบุรุษไปรษณีย์จะไปถ่ายภาพสถานที่ตั้งตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน แปลว่าที่อยู่ในคำขอควรเป็นสถานที่ที่ใช้ได้จริงและตรงกับพื้นที่ที่มีอยู่จริง คำแถลงยังไม่ระบุว่าจะต้องยื่นเอกสารเพิ่มอะไร ผู้ประกอบการจึงควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนยื่น

กรมฯ ยังบอกว่าต้องการสร้างความโปร่งใสแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ จะทำได้ตามเป้าหรือไม่ต้องดูขอบเขตที่จะกำหนดใน MOU และการใช้งานจริงหลังจากนั้น

ที่มา: คำแถลงของนายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อ 6 พ.ย. 2569

บทความที่เกี่ยวข้อง