นักท่องเที่ยวจีน ต.ค. 2569 มี 308,942 คน ลดลง 13.57% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (Ministry of Tourism and Sports) รายงาน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ระบุว่านี่เป็นเดือนแรกที่ตลาดจีนติดลบนับจาก ก.พ. 2569 แต่ถ้ามองทั้งปี จีนยังเป็นตลาดอันดับ 1 และยอดสะสมยังสูงกว่าปีก่อน ผู้ประกอบการโรงแรม บริษัททัวร์ ร้านอาหาร และคนทำงานภาคบริการจึงควรอ่านตัวเลขรายเดือนคู่กับยอดสะสมเสมอ
ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดือน ต.ค. บอกอะไร
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนเดือน ต.ค. มี 308,942 คน ลดลง 13.57% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ATTA ระบุว่าตลาดจีนกลับมาติดลบอีกครั้งเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่ ก.พ. 2569 หมายความว่าช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ตลาดจีนยังไม่ติดลบ และเดือน ต.ค. เป็นครั้งแรกที่ทิศทางกลับด้าน
สำหรับกรุ๊ปทัวร์ ATTA ประเมินว่าเดือน ต.ค. ติดลบไม่น้อยกว่า 40% ตัวเลขนี้เป็นการประเมินของสมาคม ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่กระทรวงรายงาน แต่ช่วยให้เห็นว่ากลุ่มกรุ๊ปทัวร์ถูกกระทบแรงกว่าตัวเลขรวม 13.57% ที่เห็นในพาดหัว

เดือน ต.ค. ติดลบ แต่ยอดสะสมของจีนยังเพิ่ม
เหตุผลอยู่ที่ฐานของตัวเลข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานสถิติ 9 เดือนแรก (1 ม.ค. ถึง 30 ก.ย. 2569) ว่ามีนักท่องเที่ยวจีน 3,935,434 คน เพิ่มขึ้น 15.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จีนเป็นตลาดอันดับ 1 ส่วนมาเลเซียเป็นอันดับ 2 ที่ 2,950,327 คน ลดลง 15.19%
ถ้านำยอด 9 เดือนแรกมาบวกกับเดือน ต.ค. จะได้ 3,935,434 + 308,942 = 4,244,376 คน นี่เป็นการคำนวณของเราเอง ไม่ใช่ตัวเลขสะสมที่กระทรวงประกาศ แต่ใช้ประเมินภาพรวมได้ว่าตลอด ม.ค. ถึง ต.ค. จีนส่งนักท่องเที่ยวมาไทยมากกว่า 4.2 ล้านคน เมื่อ 9 เดือนแรกเพิ่มถึง 15.16% การที่เดือน ต.ค. ลดลง 13.57% เพียงเดือนเดียวจึงยังไม่พอจะดึงยอดสะสมของจีนให้ต่ำกว่าปีก่อน
ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างออกไป ช่วง 9 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 23.2 ล้านคน ลดลง 3.8% สร้างรายได้ 1,142,485 ล้านบาท ลดลง 2.26% จีนเป็นตลาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาพรวมทั้งหมดยังลดลง ผู้ที่ดูเฉพาะพาดหัวว่าจีนลดลง 13.57% จึงอาจมองว่าตลาดจีนแย่ทั้งปี ส่วนผู้ที่ดูเฉพาะยอดสะสมอาจมองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ทั้งสองมุมเห็นภาพไม่ครบ
วิธีอ่านที่ปลอดภัยกว่าคือแยกคำถามให้ชัด ตัวเลขรายเดือนที่เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนตอบว่าตอนนี้ทิศทางเป็นอย่างไร ส่วนตัวเลขสะสมตอบว่าทั้งปีที่ผ่านมาตลาดนี้ให้ฐานลูกค้ามากน้อยแค่ไหน ผู้ประกอบการที่วางแผนช่วงไฮซีซันควรดูทั้งสองตัวไปพร้อมกัน
สาเหตุที่ยังมีสองมุมมอง
ATTA มองว่าคำเตือนของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเรื่องความเสี่ยงจากขบวนการหลอกหางาน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการเดินทางเข้าไทย
อีกมุมหนึ่งมาจากผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่ง ซึ่งมองว่าตัวเลขที่ลดลงในเดือน ต.ค. บางส่วนเป็นการชะลอตัวตามปกติหลังช่วงวันหยุดยาววันชาติจีน เมื่อมีสองคำอธิบายที่ชี้ไปคนละทาง ตอนนี้จึงยังฟันธงไม่ได้ว่าเหตุใดมีน้ำหนักมากกว่า
ความคืบหน้าล่าสุดและสิ่งที่ต้องติดตามต่อ
ตัวเลขทางการล่าสุดของตลาดจีนคือเดือน ต.ค. ส่วนเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ยังไม่มีสถิติ ATTA ประเมินว่าหากภาครัฐไม่ขยับ นักท่องเที่ยวจีนในสองเดือนท้ายปีอาจติดลบราว 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกรุ๊ปทัวร์ช่วงตรุษจีนอาจลดลงมากกว่า 50% ทั้งหมดเป็นการประเมินของสมาคม ยังไม่ใช่ตัวเลขจริง
สำหรับผู้ประกอบการและคนทำงานภาคบริการ ตัวเลขที่ควรรอดูต่อมี 3 อย่างคือ สถิติเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ว่ายังติดลบหรือกลับมาบวก ตัวเลขสะสมทั้งปีที่กระทรวงรายงานเป็นทางการ และตัวเลขกรุ๊ปทัวร์เทียบกับภาพรวม เพราะ ATTA ประเมินว่ากรุ๊ปทัวร์เดือน ต.ค. ติดลบแรงกว่าตัวเลขรวมมาก
ธุรกิจที่พึ่งกรุ๊ปทัวร์จีนเป็นหลักจึงควรดูตัวเลขกลุ่มนี้แยกจากตัวเลขรวม และไม่ตัดสินจากพาดหัวเพียงอย่างเดียว ตัวเลขรวมของเดือน ต.ค. อยู่ที่ลดลง 13.57% แต่ยอดสะสมของจีนยังสูงกว่าปีก่อน การดูทั้งรายเดือน ยอดสะสม และกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ไปพร้อมกัน จะช่วยให้ประเมินช่วงไฮซีซันได้ไม่คลาดเคลื่อน
ที่มา: สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการประเมินของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)







