Advertisement
เทคโนโลยี

โฆษณาใน ChatGPT ขยายมาไทยแล้ว ผู้ใช้แพ็กเกจไหนเห็น ใครไม่เห็น

ปรับปรุงล่าสุด:

โฆษณาใน ChatGPT ขยายมาถึงไทยแล้ว ผู้ใช้แพ็กเกจฟรีและ Go มีโอกาสเห็น ส่วน Plus และ Pro ไม่เห็น ดูว่าเริ่มที่ไหนและใครเห็นบ้าง

โฆษณาใน ChatGPT ขยายมาไทยแล้ว ผู้ใช้แพ็กเกจไหนเห็น ใครไม่เห็น

โฆษณาใน ChatGPT ขยายมาถึงไทยแล้ว โอเพนเอไอ (OpenAI) ประกาศเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2569 ว่าเปิดให้ธุรกิจลงโฆษณาใน ChatGPT เพิ่มอีก 7 ตลาดในเอเชีย ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไต้หวัน ทำให้บริการนี้ครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศ (อ้างตามรายงานของ ppc.land และ ContentGrip) ผู้ใช้แพ็กเกจฟรีและ Go เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเห็นโฆษณา ส่วนผู้ใช้ Plus, Pro และ Enterprise ไม่เห็น

ประกาศของโอเพนเอไอไม่ได้ระบุว่าผู้ใช้ในไทยจะเห็นโฆษณาชุดแรกเมื่อใด และยังไม่มีการประกาศราคาแพ็กเกจ Go ในไทย ตอนนี้ผู้ใช้ชาวไทยจึงรู้เพียงว่าไทยอยู่ในรายชื่อตลาดที่เปิดให้ธุรกิจซื้อโฆษณาแล้ว

โฆษณาใน ChatGPT เริ่มจากสหรัฐฯ ก่อนขยายมาไทย

โอเพนเอไอประกาศแผนทดสอบโฆษณาเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569 โดยจะเริ่มกับผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ใช้บัญชีฟรี (อ้างตามรายงานของ SiliconAngle) จากนั้นโฆษณาเริ่มแสดงจริงในสหรัฐฯ วันที่ 9 ก.พ. 2569 (อ้างตามรายงานของ MacRumors)

หลังจากนั้นโฆษณาขยายออกนอกสหรัฐฯ เป็นช่วงๆ TechCrunch รายงานว่าโฆษณาเข้ายุโรปในเดือน ส.ค. 2569 และโอเพนเอไอประกาศแผนแสดงโฆษณาในอินเดียเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ส่วนรอบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวันเมื่อ 23 ก.ย. เป็นรอบที่ไทยอยู่ในรายชื่อ ppc.land ระบุว่าก่อนหน้านี้โฆษณาเปิดแล้วในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย

จะเห็นว่าโอเพนเอไอทยอยเปิดทีละภูมิภาค เริ่มจากตลาดใหญ่ที่มีผู้ลงโฆษณาพร้อม แล้วค่อยขยายไปประเทศอื่น การที่ไทยอยู่ในรอบล่าสุดจึงหมายความว่าธุรกิจในไทยซื้อโฆษณาได้แล้ว แต่ผู้ใช้จะเริ่มเห็นโฆษณาในหน้าจอเมื่อใดยังไม่มีการประกาศ

ChatGPT แพ็กเกจไหนเห็นโฆษณา / แพ็กเกจ ฟรี และ Go Plus, Pro, Enterprise / การตั้งค่า ปิดการปรับโฆษณาตามข้อมูลส่วนตัวได้ ไม่มีโฆษณาแสดง
ผู้ใช้แพ็กเกจฟรีและ Go มีโอกาสเห็นโฆษณา ส่วน Plus, Pro และ Enterprise ไม่เห็น

ใครเห็นโฆษณา และโอเพนเอไอให้คำมั่นอะไรไว้

โฆษณาจำกัดอยู่ที่แพ็กเกจฟรีและ Go ผู้ที่ใช้ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Education จะไม่เห็นโฆษณา ตามที่ MacRumors สรุปจากประกาศของโอเพนเอไอตอนเริ่มใช้ในสหรัฐฯ ppc.land รายงานตรงกันว่า Plus, Pro และ Enterprise ไม่เห็นโฆษณาในรอบเอเชีย

เรื่องข้อมูลส่วนตัว SiliconAngle รายงานว่าโอเพนเอไอสัญญาว่าจะไม่แบ่งปันบทสนทนาของผู้ใช้กับผู้ลงโฆษณา ผู้ใช้กดปิดโฆษณาที่ไม่ต้องการและส่งความเห็นกลับไปได้ และปิดการปรับโฆษณาตามข้อมูลส่วนตัวได้ด้วย

รายละเอียดข้างต้นเป็นของช่วงเริ่มใช้ในสหรัฐฯ ปี 2569 ประกาศของโอเพนเอไอรอบเอเชียไม่ได้ระบุว่าตลาดใหม่ใช้การปรับโฆษณาตามข้อมูลผู้ใช้เหมือนกันหรือไม่ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าผู้ใช้ในไทยจะได้เงื่อนไขชุดเดียวกันทุกข้อ ผู้ใช้ควรตรวจหน้าตั้งค่าในแอปอีกครั้งเมื่อโฆษณาเริ่มแสดงในไทย

ฝั่งธุรกิจ ลงโฆษณาใน ChatGPT ได้อย่างไร

ppc.land รายงานว่าธุรกิจซื้อโฆษณาได้ 3 ทาง คือผ่านทีม Ads Solutions ของโอเพนเอไอ ผ่านเอเจนซีและพันธมิตรด้านเทคโนโลยี หรือซื้อเองผ่านระบบ Ads Manager ซึ่งเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันแรก โดยธุรกิจที่ซื้อเองต้องเป็นนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในประเทศที่อยู่ในรายชื่อ เอเจนซีที่เอ่ยชื่อมีเดนท์สุ (dentsu) ฮาวาส มีเดีย (Havas Media) ออมนิคอม มีเดีย (Omnicom Media) พับลิซิส กรุ๊ป (Publicis Groupe) และ WPP

ppc.land ยังรายงานว่า Shopee ขยายความร่วมมือกับโอเพนเอไอมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน และโอเพนเอไอระบุว่ามีธุรกิจหลายหมื่นรายลงโฆษณาใน ChatGPT แล้ว สำหรับผู้ประกอบการไทย ประกาศรอบนี้ยังไม่ระบุงบขั้นต่ำหรือสกุลเงินที่เรียกเก็บในตลาดใหม่

เตรียมตัวอย่างไรถ้าใช้ ChatGPT ในไทย

ผู้ใช้แพ็กเกจฟรีควรคาดว่าจะเห็นโฆษณาในอนาคตอันใกล้ ถ้าไม่อยากให้โฆษณาปรับตามข้อมูลส่วนตัว ให้ปิดการตั้งค่านี้ ซึ่งโอเพนเอไอระบุว่าทำได้ ถ้าเจอโฆษณาที่ไม่เกี่ยวข้อง กดปิดและส่งความเห็นกลับไปได้ ผู้ที่ไม่อยากเห็นโฆษณาเลยอาจอัปเกรดเป็นแพ็กเกจที่ไม่มีโฆษณา เช่น Plus หรือ Pro

เรื่องความกังวลว่า AI จะเอาความลับไปขาย คำมั่นของโอเพนเอไอคือไม่แบ่งปันเนื้อหาแชตกับผู้ลงโฆษณา แต่คำมั่นนี้มาจากบริษัทเอง ผู้ใช้ที่คุยเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานที่เป็นความลับควรเลือกแพ็กเกจและการตั้งค่าที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ และติดตามประกาศของโอเพนเอไอว่าเงื่อนไขในไทยตรงกับที่ใช้ในสหรัฐฯ หรือไม่

ที่มา: โอเพนเอไอ (ประกาศขยายโฆษณา ChatGPT ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน 23 ก.ย. 2569) อ้างตามรายงานของ ppc.land และ ContentGrip, MacRumors (9 ก.พ. 2569), SiliconAngle (16 ม.ค. 2569), TechCrunch (27 ส.ค. 2569)

บทความที่เกี่ยวข้อง