Samsung เปิดทาง ChatGPT และ Codex เข้าสู่การทำงานจริงทั่วองค์กร
Samsung Electronics ประกาศเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ว่าจะนำบริการ Generative AI จากภายนอกเข้ามาใช้ในการทำงานของพนักงานอย่างเป็นทางการ โดยเปิดให้ใช้ ChatGPT Enterprise พร้อมเครื่องมือเขียนโค้ด Codex ควบคู่ไปกับ Google Gemini และ Claude ของ Anthropic ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นหนึ่งในการนำ AI ระดับองค์กรไปใช้ที่ใหญ่ที่สุดของ OpenAI จนถึงปัจจุบัน และครอบคลุมพนักงานทั่วโลก
จุดที่ต่างจากโครงการทดลองทั่วไปคือ Samsung วางกรอบให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานประจำวัน ไม่ใช่เครื่องมือเสริมที่ใช้เป็นครั้งคราว บริษัทระบุว่าเลือกเปิดทั้งสามบริการพร้อมกันเพื่อให้พนักงานเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะกับงานแต่ละแบบ แทนการล็อกไว้กับผู้ให้บริการรายเดียว
สำหรับสายพัฒนาซอฟต์แวร์ Codex เป็นเอเจนต์ช่วยเขียน ตรวจทาน และดีบักโค้ด ที่ถูกผนวกเข้าไปในแพ็กเกจระดับองค์กรโดยตรง ส่วนการเปิดใช้ระยะแรกเริ่มที่กลุ่มธุรกิจ DX (Device eXperience) ซึ่งดูแลธุรกิจสมาร์ตโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนจะขยายต่อไปยังบริษัทในเครือ
จากเคยแบนเด็ดขาด สู่การฝัง AI เข้าองค์กร
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้กลับทิศกับจุดยืนเดิมของ Samsung อย่างชัดเจน ในปี 2023 วิศวกรของบริษัทเผลอป้อนซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในที่อ่อนไหวเข้าไปใน ChatGPT หลายครั้งภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ Samsung สั่งห้ามใช้ Generative AI สาธารณะบนอุปกรณ์และเครือข่ายของบริษัททันที และเร่งพัฒนาโมเดล AI ภายในของตัวเอง
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นกรณีศึกษาที่หลายองค์กรทั่วโลกหยิบไปใช้เป็นเหตุผลในการตั้งกำแพงกั้น AI แต่สามปีให้หลัง Samsung เลือกเดินกลับเข้าหาเครื่องมือเหล่านี้อีกครั้ง โดยวางระบบควบคุมความปลอดภัยขึ้นมาเป็นชั้นกั้นก่อน แทนการสั่งห้ามทั้งหมด สะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดจาก "ห้ามเพื่อกันความเสี่ยง" มาเป็น "เปิดใช้ภายใต้การกำกับ"
กลไกเบื้องหลังการเปิดใช้
การเปลี่ยนทิศนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ปลายปี 2025 Samsung SDS ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านไอทีของเครือ ได้เซ็นข้อตกลงเป็นตัวแทนจำหน่าย (reseller) ของ OpenAI กลายเป็นบริษัทเกาหลีรายแรกที่ได้รับสิทธิ์บริหารการใช้งาน ChatGPT Enterprise ทั้งภายในเครือและให้บริการแก่องค์กรอื่น
ทดสอบก่อนเปิดกว้าง
ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2026 กลุ่มธุรกิจ DX ทดลองใช้งานจริงกับพนักงานราว 2,500 คน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของทั้ง ChatGPT, Gemini และ Claude ก่อนตัดสินใจเปิดใช้เต็มรูปแบบ
ไล่ระดับการอบรมจากบนลงล่าง
แผนการอบรมเริ่มจากผู้บริหารระดับสูงราว 50 คน ตามด้วยผู้บริหารอีกประมาณ 2,300 คนที่เข้าอบรมแบบเข้มข้นจนถึงกลางเดือนสิงหาคม ก่อนจะขยายไปยังพนักงานทั้งหมด โดยตั้งเป้าให้พนักงานราว 280,000 คนทั่วโลกผ่านการอบรมด้าน AI ภายในสิ้นปี 2026
วางชั้นความปลอดภัยให้ต่างจากปี 2023
หัวใจที่ Samsung เน้นย้ำคือการเข้าถึงเครื่องมือจะเปิดให้เฉพาะพนักงานที่ผ่านการอบรมความปลอดภัยภายในแล้วเท่านั้น และใช้เวอร์ชันสำหรับองค์กรที่ผู้ให้บริการอย่าง OpenAI, Google และ Anthropic ให้คำมั่นว่าจะไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปฝึกโมเดลโดยปริยาย พร้อมเดินคู่ไปกับโมเดลภายในของบริษัทเองอย่าง Samsung Gauss ในลักษณะสองระบบขนานกัน
สัญญาณว่า "AI ในที่ทำงาน" กำลังเป็นมาตรฐานใหม่
เมื่อบริษัทระดับ Fortune 500 ที่มีพนักงานหลักแสนคนเลือกฝัง AI เข้าไปในงานประจำวัน นั่นเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในที่ทำงานกำลังเลื่อนสถานะจากเรื่องเฉพาะกลุ่มไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรขนาดใหญ่ พนักงานที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้คล่องย่อมมีความได้เปรียบด้านประสิทธิภาพ ขณะที่องค์กรที่ยังไม่ขยับจะเริ่มเห็นช่องว่างชัดขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เดินก่อน
อีกบทเรียนหนึ่งที่อ่านได้จากกรณีนี้คือ การห้ามใช้ AI ไม่ได้แปลว่าพนักงานจะเลิกใช้ หลายองค์กรพบว่าเมื่อสั่งห้าม พนักงานก็หันไปใช้ผ่านบัญชีส่วนตัวหรืออุปกรณ์ส่วนตัวแทน ทำให้องค์กรมองไม่เห็นและควบคุมความเสี่ยงได้ยากกว่าเดิม โจทย์จึงไม่ใช่ "ใช้หรือไม่ใช้" แต่เป็น "จะกำกับการใช้อย่างไรให้ปลอดภัย"
แล้วองค์กรไทยจะเริ่มเมื่อไหร่
Samsung มีทั้งฐานการผลิตและสำนักงานในประเทศไทย และในแวดวงเทคโนโลยีรวมถึงองค์กรขนาดใหญ่ของไทยมักเดินตามแนวทางของผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลกอยู่แล้ว การที่ Samsung เดินหน้าเต็มตัวเช่นนี้จึงมีแนวโน้มเร่งให้ฝ่าย HR และ IT ของบริษัทไทยต้องตอบคำถามที่เลี่ยงได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะเริ่มวางนโยบายการใช้ AI ขององค์กรเมื่อไหร่และอย่างไร
สิ่งที่กรณี Samsung ชี้ให้เห็นไม่ใช่แค่ "ควรรีบนำ AI มาใช้" แต่คือลำดับการวางรากฐานที่ควรมาก่อน ทั้งการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง การอบรมความปลอดภัยให้พนักงานก่อนเปิดใช้ การเลือกสัญญาระดับองค์กรที่คุ้มครองข้อมูล และการมีกรอบกำกับที่ชัดเจน องค์กรไทยที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้จึงอาจได้ประโยชน์จากการเริ่มที่คำถามเรื่องการกำกับดูแล มากกว่าการรีบเปิดใช้เครื่องมือโดยยังไม่มีชั้นป้องกัน






