กรมอุตุนิยมวิทยา (Thai Meteorological Department) ล่าสุดออกประกาศเตือนฝนตกหนักภาคใต้ ระบุว่าช่วง 9-13 พ.ย. 2569 ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่ง ผู้ที่อาศัยหรือต้องเดินทางในภาคใต้ต้องเตรียมรับฝนที่จะตกต่อเนื่องหลายวัน
ประกาศฉบับนี้ชื่อ 'ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2569) ฉบับที่ 1 (299/2569)' กรมอุตุฯ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ฝนที่ตกซ้ำหลายวันทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทีละวัน คนในพื้นที่จึงควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันแรกของช่วงเตือน
ประกาศฉบับใหม่เตือนฝนตกหนักภาคใต้ต่อเนื่อง 5 วัน
ใจความหลักของประกาศคือ ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง 9-13 พ.ย. 2569 รวม 5 วันติดกัน ระดับฝนมีตั้งแต่ตกหนักในหลายพื้นที่ ไปจนถึงหนักมากในบางแห่ง คำว่า "ตกต่อเนื่อง" สำคัญเท่ากับคำว่า "หนัก" เพราะหมายความว่าพื้นที่หนึ่งอาจเจอฝนซ้ำหลายรอบโดยไม่ได้พักนาน
ประกาศระบุพื้นที่เป็นภาคใต้โดยรวม ผู้อยู่ภาคใต้จึงควรติดตามสถานการณ์ของพื้นที่ตนทุกวันตลอดช่วงเตือน เพราะฝนอาจหนักไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่และแต่ละวัน
ฝนสะสมหลายวันทำให้พื้นที่เสี่ยงขึ้นเร็วกว่าฝนวันเดียว
ฝนสะสมคือฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวัน จนปริมาณน้ำรวมมากกว่าที่พื้นดินและทางระบายน้ำจะรับได้ตามปกติ ฝนหนักวันเดียวมักผ่านไปเร็วและน้ำลดลงได้ แต่ฝนที่ตกซ้ำหลายวันทำให้ดินอิ่มน้ำและทางน้ำมีระดับสูงอยู่แล้ว ฝนรอบถัดไปจึงไหลลงสู่คลอง ลำธาร และถนนได้เร็วขึ้น กรมอุตุฯ ให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมตลอดทั้งช่วง
สำหรับผู้อยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา ริมลำน้ำ และที่ลุ่ม ไม่ควรประเมินความเสี่ยงจากฝนวันแรก ถ้าวันแรกฝนไม่หนักมาก วันที่สามหรือวันที่สี่ก็ยังเสี่ยงได้ ควรดูระดับน้ำใกล้บ้านซ้ำทุกวัน และฟังประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ภัยที่มักตามมาหลังฝนตกสะสมคือน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งมีสัญญาณให้สังเกตก่อนน้ำมาถึง น้ำในลำธารหรือคลองที่เคยใสเริ่มขุ่นแดง มีเศษไม้และขอนไม้ไหลมาตามน้ำ ระดับน้ำขึ้นเร็วผิดปกติในเวลาสั้นๆ ฝนตกหนักต่อเนื่องแถวต้นน้ำหรือบนภูเขา แม้ที่บ้านจะฝนซาแล้ว และมีเสียงดังผิดปกติจากทางภูเขา
เมื่อเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้ย้ายออกจากริมน้ำและลาดเขาทันที ไม่ต้องรอประกาศจากหน่วยงาน น้ำท่วมฉับพลันมาเร็วและมักไม่เหลือเวลาเก็บของ จึงควรพาคนในบ้านและเอกสารสำคัญออกก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดการทรัพย์สินเมื่อปลอดภัย
ข้อควรระวังอีกอย่างคือการเดินทาง ฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวันอาจทำให้ถนนบางช่วงมีน้ำขังหรือผิวทางลื่น ก่อนออกจากบ้านควรตรวจสภาพเส้นทาง เลี่ยงช่วงที่ฝนกำลังตกหนัก และไม่ขับรถหรือเดินลุยผ่านน้ำที่ไม่รู้ระดับแน่ชัด

เตรียมตัวก่อนและระหว่างช่วงฝนต่อเนื่อง
ช่วงที่ควรเตรียมตัวที่สุดคือก่อนฝนมาถึง ให้จัดของจำเป็นให้หยิบได้ทันทีและย้ายของมีค่าให้พ้นจากจุดที่น้ำอาจเข้า ใครมีกระเป๋าฉุกเฉินเตรียมไว้แล้วให้ตรวจว่าของครบและยังใช้ได้
- เอกสารสำคัญและโทรศัพท์ ใส่ถุงกันน้ำ แล้ววางในที่สูง
- ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และยาประจำตัว เตรียมไว้ใกล้ประตูบ้าน
- น้ำดื่มและอาหารแห้ง พอสำหรับหลายวัน
- เครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีค่า ย้ายขึ้นชั้นสูงหรือยกพ้นพื้น
- ยานพาหนะ จอดในที่ที่น้ำไม่ท่วมง่าย
- เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน จดไว้ในกระดาษเผื่อโทรศัพท์แบตหมด
ระหว่างที่ฝนตก ควรติดตามประกาศทุกวัน เก็บของที่อยู่ริมน้ำหรือที่ต่ำให้เร็วถ้าเห็นว่าน้ำเริ่มสูงขึ้น และเตรียมแผนว่าจะไปที่ไหนถ้าต้องออกจากบ้าน ผู้ที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ป่วยติดเตียงในบ้านควรวางแผนล่วงหน้าเป็นพิเศษ เพราะการเคลื่อนย้ายต้องใช้เวลามากกว่าปกติ
ควรตกลงกับคนในบ้านและเพื่อนบ้านไว้ก่อนว่าถ้าต้องอพยพจะนัดพบที่จุดไหน และใครรับผิดชอบพาผู้สูงอายุหรือเด็กออกมา การซักซ้อมสั้นๆ ก่อนฝนมาช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนกะทันหัน
ช่องทางตรวจประกาศฉบับถัดไป
ประกาศที่ออกมาเป็นฉบับที่ 1 ของช่วงเตือนนี้ จึงควรกลับไปตรวจหน้าประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศของกรมอุตุฯ ที่ www.tmd.go.th ว่ามีฉบับใหม่ออกมาปรับข้อมูลหรือไม่ โดยเฉพาะก่อนตัดสินใจเดินทางหรือเคลื่อนย้ายของ
กรมอุตุฯ แสดงสายด่วน อต. 1182 ไว้บนหน้าเว็บไซต์ ส่วนช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ ดูได้จากเว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ที่มา: ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2569) ฉบับที่ 1 (299/2569) หน้าประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา







