ผู้ที่บ้านเสียหายจากน้ำท่วม วาตภัย หรือแผ่นดินไหว เคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้แล้ว โดยแจ้งผ่านเว็บไซต์ ThaiNatCat หรือ LINE Official Account @ThaiNATCAT พร้อมแนบรูปถ่ายบ้านที่เสียหาย เมื่อเอกสารครบถ้วน บริษัทประกันภัยจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ภายใน 15 วัน เรื่องนี้ชัดขึ้นเมื่อรัฐบาลสั่งเร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดภูเก็ตผ่านโครงการนี้ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แนะนำวิธีแจ้งเคลมเมื่อ 29 ต.ค. 2569
ระบบนี้มาจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 15 ก.ย. 2569 ที่เห็นชอบให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ระบบเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลต้องการเปลี่ยนจากการตั้งรับเยียวยาหลังเกิดเหตุ มาเป็นการบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้าผ่านระบบประกันภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือและชดเชยความเสียหายรวดเร็วขึ้น
วงเงินคุ้มครองและผู้ที่ได้สิทธิ
กรอบความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัยครอบคลุมบ้านเรือนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน คุ้มครองภัย 3 ประเภท คืออุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ผู้ที่บ้านเสียหายจากภัยทั้งสามอย่างนี้จึงมีสิทธิยื่นเคลมได้ ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขของระบบ
วงเงินนี้แบ่งเป็นสองก้อน กรณีน้ำท่วมจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท แล้วจ่ายเพิ่มได้สูงสุดไม่เกิน 90,000 บาทต่อครั้ง กรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเพิ่มได้ไม่เกิน 95,000 บาทต่อครั้ง ตัวเลข 10,000 บาทของน้ำท่วมจึงเป็นเงินก้อนแรกที่จ่ายเบื้องต้น ไม่ใช่เพดานของความคุ้มครองทั้งหมด ผู้ที่เห็นตัวเลขนี้แล้วเข้าใจว่าจะได้เพียง 10,000 บาท จึงควรอ่านเงื่อนไขส่วนที่จ่ายเพิ่มประกอบด้วย
เมื่อรวมสองก้อนแล้ว วงเงินของทั้งสามภัยเท่ากันที่ 100,000 บาท ความต่างอยู่ที่การแบ่งก้อน น้ำท่วมได้เงินก้อนแรกมากกว่าวาตภัยและแผ่นดินไหวเท่าตัว แต่ส่วนที่จ่ายเพิ่มได้น้อยกว่า 5,000 บาท ผู้ที่บ้านเสียหายจากภัยต่างชนิดกันจึงควรดูว่าตัวเองอยู่ในกรณีใดก่อนคาดการณ์ว่าจะได้เงินก้อนแรกเท่าไร
กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ 3 ประเภทข้างต้น ประกันคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อคน ประกันนี้คุ้มครองเฉพาะผู้ที่มีสัญชาติไทย ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยจึงไม่อยู่ในความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่ คปภ. กำหนด

ขั้นตอนเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติและรูปถ่ายที่ต้องเตรียม
ผู้ประสบอุทกภัยแจ้งเคลมได้ที่เว็บไซต์หลัก ThaiNatCat หรือ LINE Official Account @ThaiNATCAT รัฐบาลกำชับให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยแนะนำขั้นตอน เป็นตัวกลางประสานงาน และให้คำแนะนำประชาชน เพื่อไม่ให้ผู้ประสบภัยเสียสิทธิหรือยื่นเคลมผิดพลาด ผู้ที่ไม่คุ้นกับการแจ้งผ่านระบบออนไลน์จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ สิ่งที่ผู้เคลมควรเตรียมมีดังนี้
- รูปถ่ายบ้านที่เสียหายอย่างน้อย 1 รูป และไม่เกิน 3 รูป ให้เห็นตัวบ้านและความเสียหายชัดเจน
- กรณีน้ำท่วม ให้ถ่ายสภาพน้ำบริเวณบ้าน
- กรณีน้ำป่าไหลหลาก ให้ถ่ายความเสียหายจริงเพื่อประกอบการพิจารณา
- บัญชีพร้อมเพย์ที่ใช้งานได้ เพราะเงินจะโอนเข้าบัญชีนี้
เมื่อเอกสารครบถ้วน บริษัทประกันภัยจะอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ภายใน 15 วัน เวลา 15 วันผูกกับเงื่อนไขว่าเอกสารต้องครบ การถ่ายรูปให้ชัดและครบตามที่กำหนดตั้งแต่ครั้งแรกจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ ก่อนที่น้ำจะลดหรือก่อนที่จะเก็บกวาดบ้าน เพราะหลังจากนั้นอาจถ่ายสภาพจริงไม่ได้อีก
เพราะระบบรับรูปได้ไม่เกิน 3 รูป ผู้เคลมจึงควรเลือกมุมที่เห็นความเสียหายมากที่สุดและเห็นระดับน้ำชัดที่สุด แทนที่จะถ่ายหลายมุมที่ซ้ำกัน ถ้ารูปไม่ชัดหรือไม่ครบ เอกสารก็อาจถือว่าไม่ครบ และเวลา 15 วันจะยังเริ่มนับไม่ได้
บ้านถูกน้ำท่วมกับน้ำล้อมบ้านพิจารณาต่างกันอย่างไร
การพิจารณาความเสียหายแบ่งเป็น 2 กรณี บ้านที่ถูกน้ำท่วมพิจารณาตามหลักเกณฑ์น้ำท่วม ส่วนกรณีน้ำล้อมบ้าน ต้องตรวจสอบว่ามีผู้อาศัยอยู่จริงและได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต
หลักเกณฑ์กำหนดให้ตรวจสอบว่ามีผู้อาศัยจริง ผู้เคลมที่บ้านถูกน้ำล้อมจึงควรเตรียมข้อมูลยืนยันการอยู่อาศัยไว้ รวมถึงข้อมูลว่าชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบอย่างไร ส่วนบ้านที่เจอน้ำป่าไหลหลาก หลักเกณฑ์ให้ถ่ายภาพความเสียหายจริงประกอบการพิจารณา ผู้เคลมจึงควรเก็บภาพและบันทึกสภาพบ้านไว้ให้มากที่สุดภายในกรอบรูปที่ระบบกำหนด
ความคืบหน้าการเยียวยาที่ภูเก็ต
จนถึงวันที่ 29 ต.ค. 2569 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลสั่งการให้เร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภูเก็ตตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และเตรียมรองรับน้ำจากพื้นที่ภายนอกที่ไหลเข้าเขตเทศบาลนครภูเก็ต เพราะฝนตกต่อเนื่อง
ผู้ที่จะเคลมดูรายละเอียดเงื่อนไขได้ในระบบแจ้งเคลม และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ตามที่รัฐบาลกำชับไว้ ผู้ประสบภัยในภูเก็ตจึงเริ่มเก็บรูปความเสียหายและเตรียมบัญชีพร้อมเพย์ไว้ก่อนได้ทันที
ที่มา: มติ ครม. เมื่อ 15 ก.ย. 2569 ตามที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผย และคำชี้แจงของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์เคลมของ คปภ. เมื่อ 29 ต.ค. 2569







