ฝนตกหนักภาคใต้ช่วง 7-9 พ.ย. 2569 อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยา (Thai Meteorological Department) ออกประกาศฉบับที่ 9 (292/2569) เตือนอากาศแปรปรวนในไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ ผู้ที่อยู่ในภาคใต้และผู้ที่จะเดินทางลงใต้ในช่วงนี้ควรติดตามประกาศของกรมอย่างใกล้ชิด
ประกาศชุดนี้ออกต่อเนื่องหลายฉบับ ใช้ช่วงผลกระทบเดียวกันแต่รายละเอียดไม่เหมือนกัน รายละเอียดเรื่องภาคใต้ที่กรมระบุไว้ในฉบับที่ 3 (286/2569) ซึ่งออกก่อนฉบับที่ 9 อาจถูกปรับในฉบับหลัง ให้ใช้ฉบับล่าสุดของกรมเป็นหลัก
ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนหนัก
ประกาศฉบับที่ 9 เตือนทั้งอากาศแปรปรวนในไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ ผู้ที่อยู่ภาคใต้จึงต้องระวังเรื่องฝนหนักเป็นหลัก ส่วนผู้ที่อยู่ภาคอื่นต้องระวังเรื่องอากาศแปรปรวน
สำหรับไทยตอนบน ผลกระทบช่วง 5-7 พ.ย. จะมาเป็นลำดับ เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วตามด้วยภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออก พร้อมฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ฝนบางแห่งอาจตกหนัก
ประกาศในชุดนี้มีคำแนะนำสำหรับช่วงอากาศแปรปรวนว่า ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพราะลมกระโชกแรงและลูกเห็บอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ผู้ที่จะเดินทางข้ามภูมิภาคระหว่างขึ้นเหนือหรือลงใต้ควรนึกถึงข้อนี้ด้วย

ฝนตกหนักภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ประกาศฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงดังกล่าว ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่ง ความต่างอยู่ที่ขอบเขต คือฝนหนักเกิดได้กว้างกว่า ส่วนฝนหนักมากเกิดเฉพาะบางแห่ง ประกาศจึงระบุชื่อจังหวัดไว้เฉพาะกลุ่มที่อาจมีฝนหนักมาก
สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอก ซึ่งจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยแรงขึ้น ภาคใต้จึงมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงนั้น
กรมขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ที่ประกาศให้ระวังเป็นพิเศษคือลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านพื้นที่ลักษณะนี้ควรระวังฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวัน เพราะอันตรายมาจากฝนที่สะสม ไม่ได้มาจากฝนก้อนเดียว
ฉบับที่ 3 ยังระบุจังหวัดที่อาจมีฝนตกหนักมากเป็นรายวัน วันที่ 8 พ.ย. คือนครศรีธรรมราชและสงขลา ส่วนวันที่ 9 พ.ย. คือสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
รายชื่อจังหวัดนี้เป็นของฉบับที่ 3 เท่านั้น ประกาศฉบับที่ 9 ที่ออกภายหลังอาจปรับรายชื่อ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้ รวมถึงจังหวัดข้างเคียงและผู้ที่จะเดินทางลงใต้ จึงควรเปิดดูประกาศล่าสุดของกรมก่อนตัดสินใจเดินทาง
คลื่นในทะเลสูงเกิน 2 เมตร ชาวเรือต้องระวัง
สำหรับทะเล ประกาศฉบับที่ 3 ระบุว่าบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร คำเตือนนี้ผูกกับบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในทะเลทั้งสองฝั่ง ไม่ได้หมายถึงทุกจุดในทะเล
ประกาศขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ผู้ที่ทำงานหรือเดินทางทางเรือในทั้งสองฝั่งทะเลภาคใต้จึงควรดูประกาศล่าสุดก่อนออกเรือทุกครั้ง เพราะตัวเลขความสูงคลื่นและบริเวณที่เตือนเป็นข้อมูลของฉบับที่ 3 ซึ่งอาจถูกปรับในฉบับหลัง
ตรวจประกาศล่าสุดและเตรียมรับมือฝนหนัก
ช่องทางตรวจประกาศคือหน้าประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ tmd.go.th หน้านี้เรียงประกาศแต่ละฉบับพร้อมหมายเลขประกาศ ทำให้เห็นว่าฉบับไหนใหม่ที่สุด เมื่อกรมออกฉบับใหม่ รายละเอียดอาจต่างจากฉบับก่อน จึงควรใช้หน้าดังกล่าวเป็นหลัก
สำหรับผู้อยู่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำ และที่ลุ่ม สิ่งที่ประกาศบอกได้ชัดคือ ให้ติดตามประกาศล่าสุดของกรมอย่างต่อเนื่อง ระวังฝนที่ตกสะสม และเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงตามที่ประกาศระบุ ประกาศของกรมไม่ได้ระบุขั้นตอนเตรียมตัวที่ละเอียดกว่านี้ และไม่ได้ระบุช่องทางแจ้งเหตุ หากมีประกาศจากหน่วยงานในจังหวัดของตนเอง ควรติดตามควบคู่กับประกาศของกรม
ผู้ที่ทำประกันภัยพิบัติควรทราบว่า ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 แล้ว อ่านรายละเอียดการเคลมได้ในบทความเรื่องเคลมประกันภัยพิบัติที่เราเผยแพร่ไว้แล้ว
ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ 9 (292/2569) และฉบับที่ 3 (286/2569)







