Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ที่ใช้จอ PROLED XDR และรองรับการสัมผัสหน้าจอเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 นับเป็นครั้งแรกที่ Mac แตะสั่งงานบนจอได้ และเป็นอีกจุดเปลี่ยนในประวัติ MacBook Pro ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2549 หรือราว 20 ปีก่อน
ตลอด 20 ปีนั้น MacBook Pro ผ่านการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลายรอบ ทั้งการย้ายจากชิป PowerPC มาใช้ Intel การเปลี่ยนวิธีผลิตตัวเครื่อง จอความละเอียดสูง การทดลองแถบสัมผัส Touch Bar ไปจนถึงการเปลี่ยนมาใช้ชิปที่ Apple ออกแบบเอง
MacBook Pro รุ่นแรก เริ่มยุคชิป Intel
MacBook Pro เปิดตัวในงาน Macworld Expo ที่ซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2549 (ค.ศ. 2006) เป็นโน้ตบุ๊ก Mac รุ่นแรกที่ใช้ชิป Intel Core Duo และมาแทน PowerBook G4 Apple ระบุว่าเร็วกว่ารุ่นที่มาแทนสูงสุด 4 เท่าในการทดสอบมาตรฐาน พร้อมโปรแกรม Rosetta ที่ช่วยให้แอปส่วนใหญ่ที่เขียนไว้สำหรับชิป PowerPC ยังเปิดใช้งานได้
รุ่นแรกมีจอ 15.4 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 900 ตัวเครื่องอะลูมิเนียมบางราว 1 นิ้ว หนัก 5.6 ปอนด์ (ประมาณ 2.5 กิโลกรัม) ราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ
อีกสองอย่างที่มาพร้อมรุ่นแรกคือหัวชาร์จแม่เหล็ก MagSafe ที่หลุดออกเองเมื่อสายถูกดึง และกล้อง iSight ในตัวเครื่องสำหรับวิดีโอคอล
บอดี้ Unibody และจอ Retina เปลี่ยนหน้าตาเครื่อง
ในเดือน ต.ค. 2551 Apple เปลี่ยนวิธีผลิตตัวเครื่องเป็นแบบ Unibody คือขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมก้อนเดียว ทำให้เครื่องบางและแข็งแรงขึ้น MacBook Pro 15 นิ้วรุ่นนี้หนา 0.95 นิ้ว ใช้จอแบ็กไลต์ LED ที่กินไฟน้อยกว่ารุ่นก่อนสูงสุด 30% และเปลี่ยนแทร็กแพดเป็นกระจกที่กดได้ทั้งแผ่น พื้นที่ใช้งานกว้างขึ้นเกือบ 40%
อีก 4 ปีต่อมา ในเดือน มิ.ย. 2555 MacBook Pro จอ Retina เปิดตัว จอ 15 นิ้วมีมากกว่า 5 ล้านพิกเซล ความละเอียด 220 พิกเซลต่อนิ้ว ตัวเครื่องบางลงเหลือ 0.71 นิ้ว หนัก 4.46 ปอนด์ และใช้หน่วยความจำแบบแฟลชเริ่มต้น 256GB ราคาเริ่มต้น 2,199 ดอลลาร์สหรัฐ
จาก Touch Bar ถึงชิป Apple Silicon
ปี 2559 Apple นำการสัมผัสมาใส่ใน MacBook Pro ผ่าน Touch Bar แถบจอสัมผัสเหนือคีย์บอร์ดที่มาแทนแถวปุ่มฟังก์ชัน ปุ่มบนแถบเปลี่ยนไปตามแอปที่เปิดอยู่ พร้อมเพิ่ม Touch ID ในปุ่มเปิดเครื่องสำหรับปลดล็อกเครื่องและจ่ายเงินผ่าน Apple Pay บนเว็บ รุ่น 13 นิ้วบางลงเหลือ 14.9 มม. และมีพอร์ต Thunderbolt 3 สูงสุด 4 ช่อง
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดในเดือน พ.ย. 2563 เมื่อ MacBook Pro 13 นิ้วเปลี่ยนมาใช้ชิป M1 ซึ่ง Apple เรียกว่าชิปแรกในตระกูลที่ออกแบบมาสำหรับ Mac โดยเฉพาะ Apple ระบุว่า CPU 8 คอร์เร็วกว่ารุ่นก่อนสูงสุด 2.8 เท่า และดูวิดีโอได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ
ปีถัดมา ในเดือน ต.ค. 2564 Apple เปิดตัว MacBook Pro 14 และ 16 นิ้วที่ใช้ชิป M1 Pro และ M1 Max พร้อมจอ Liquid Retina XDR แบบ mini-LED สว่างสูงสุด 1,600 nits รุ่นนี้เลิกใช้ Touch Bar แล้วกลับไปใช้ปุ่มฟังก์ชันแบบกดจริง เพิ่มพอร์ต HDMI และช่องเสียบการ์ด SDXC พร้อมนำ MagSafe กลับมาในชื่อ MagSafe 3 Apple ระบุว่ารุ่น 16 นิ้วดูวิดีโอได้นานสูงสุด 21 ชั่วโมง เป็นแบตเตอรี่ที่นานที่สุดของโน้ตบุ๊ก Mac ในตอนนั้น
MacBook Pro จอสัมผัส PROLED XDR รุ่นล่าสุด
รุ่นใหม่ใช้จอ PROLED XDR ซึ่ง Apple อธิบายว่าเป็นจอ OLED แบบ tandem ที่มีชั้นพิกเซลเรืองแสงเอง 2 ชั้น สว่างสูงสุด 2,000 nits ตัวเซนเซอร์สัมผัสฝังอยู่ในแผงจอ และ Apple ออกแบบบานพับใหม่ให้รองรับการแตะจอ และรุ่นนี้มี Dynamic Island บนหน้าจอ Mac ด้วย
รุ่นนี้ใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max มีจอ 14 และ 16 นิ้ว รุ่น 14 นิ้วหนัก 3 ปอนด์ รุ่น 16 นิ้วหนัก 4 ปอนด์ (ราว 1.8 กิโลกรัม) เบากว่ารุ่นก่อนครึ่งปอนด์และ 0.7 ปอนด์ตามลำดับ แบตเตอรี่ใช้ได้สูงสุด 24 ชั่วโมง มีพอร์ต Thunderbolt 5 จำนวน 3 ช่อง พอร์ต HDMI ช่องการ์ด SDXC และ MagSafe ราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ 2,899 ดอลลาร์ สำหรับรุ่น 14 นิ้วชิป M5 Pro เปิดสั่งจองแล้วใน 30 ประเทศและภูมิภาค และเริ่มส่งมอบวันที่ 6 พ.ย. 2569 ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายในไทยติดตามได้จากเว็บไซต์ Apple ประเทศไทย
หนึ่งวันก่อนหน้านั้น Apple เปิดตัว MacBook Pro 14 นิ้วชิป M6 ที่ยังใช้จอ Liquid Retina XDR ราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ ตอนนี้ MacBook Pro จึงมีสองแนวให้เลือก คือรุ่นจอสัมผัส PROLED XDR กับรุ่นจอเดิมที่ราคาต่ำกว่า

สิ่งที่เคยหายไปกลับมาในรูปแบบใหม่
เมื่อวางเส้นทาง 20 ปีเรียงกัน จะเห็นว่าหลายอย่างที่เคยหายไปได้กลับมาอีกครั้ง MagSafe ที่มากับรุ่นแรกปี 2549 กลับมาในรุ่นปี 2564 ส่วนการสัมผัสที่ Apple ใส่ไว้ใน Touch Bar ปี 2559 และถอดออกในปี 2564 ก็กลับมาอีกครั้งในรุ่นปี 2569 คราวนี้เป็นการสัมผัสบนจอทั้งจอ
น้ำหนักก็ลดลงชัดเจน รุ่นแรกจอ 15.4 นิ้วหนัก 5.6 ปอนด์ ขณะที่รุ่นจอ 16 นิ้วล่าสุดหนัก 4 ปอนด์ แม้จอจะใหญ่กว่า ด้านชิปเปลี่ยนจาก Intel ในปี 2549 เป็นชิป M1 ที่ Apple ออกแบบเองในปี 2563 และตอนนี้ไปถึง M5 Pro, M5 Max และ M6 แล้ว
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Apple (Apple Newsroom) ปี 2549, 2551, 2555, 2559, 2563, 2564 และ 2569







