เทคโนโลยี

ลงทุน AI อย่างไรให้คุ้ม ไอบีเอ็มแนะธุรกิจไทยเลือกงานที่เปลี่ยนธุรกิจได้จริง

ปรับปรุงล่าสุด:

ลงทุน AI ในองค์กรไทย ไอบีเอ็มแนะให้เลือกงานที่เปลี่ยนธุรกิจได้จริง ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน พร้อมตัวเลขการใช้ AI ในไทยและเป้าหมายที่เคยตั้งไว้

ลงทุน AI อย่างไรให้คุ้ม ไอบีเอ็มแนะธุรกิจไทยเลือกงานที่เปลี่ยนธุรกิจได้จริง

อโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย (IBM Thailand) แนะให้ธุรกิจไทยที่คิดจะลงทุน AI เลือกงานที่เปลี่ยนวิธีทำธุรกิจได้จริง ไม่ใช่ลงทุนเพียงเพื่อลดขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ เขาให้สัมภาษณ์ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์ และมองว่าปี 2568 (2025) จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันด้าน AI ในประเทศไทย

เลือกลงทุน AI ที่เปลี่ยนธุรกิจ ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน

อโณทัยบอกว่าองค์กรธุรกิจในไทยให้ความสนใจ AI กันมาก แต่มีจำนวนน้อยมากที่ใช้แล้วเกิดผลลัพธ์ชัดเจน เหตุผลหนึ่งคือหลายองค์กรเลือกลงทุนในจุดที่ปลอดภัยเกินไป เช่น ใช้ AI ตัดขั้นตอนการทำงานบางขั้นตอนเพื่อลดค่าใช้จ่ายเล็กน้อย ซึ่งได้ประโยชน์เพียงนิดเดียว

คำแนะนำของเขาคือให้เริ่มจากการมองการนำไปใช้งาน (Use Case) ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าสำเร็จจะสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ให้องค์กร ส่วนเรื่องการเลือกระหว่างลงทุนเทคโนโลยีใหม่กับพัฒนาของเดิม เขามองว่าโครงสร้างพื้นฐานเดิมมักมีข้อจำกัด จนองค์กรมองไม่เห็นทางสร้างมูลค่าเพิ่ม

ผู้จัดการออนไลน์รายงานข้อมูลที่ไอบีเอ็มให้ไว้ว่า กว่า 75% ขององค์กรธุรกิจเริ่มทดลองใช้ Generative AI แต่ 30% ยุติการพัฒนาต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยียังไม่พร้อม หรือ Use Case ไม่แข็งแรงพอที่จะตอบโจทย์ธุรกิจ

รายงานฉบับเดียวกันระบุว่า 45% ขององค์กรในอาเซียนยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI เพราะยังใช้เทคโนโลยีเก่า และยังมีความกังวลเรื่องการกำกับดูแลและข้อบังคับ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการนำ Gen AI มาใช้งาน

อโณทัยยังย้ำว่าการลงทุน AI ไม่มีใครพร้อมที่สุด และการไม่ลงทุนเลยก็เสี่ยงไม่แพ้กัน เขาให้สัมภาษณ์ว่า 'องค์กรที่กล้าโยนของเก่าทิ้ง และลงทุนใหม่ จะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด' ทุกองค์กรต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีมีค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามองว่าเป็นการลงทุนเพื่อลดต้นทุนระยะยาว ก็จะกล้าตัดสินใจมากขึ้นก็จะกล้าตัดสินใจมากขึ้น

โมเดลขนาดเล็กที่ตรงงาน ช่วยคุมค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง

ผู้บริหารไอบีเอ็มแนะแนวทาง Smaller fit to purpose คือเลือกโมเดล AI ที่เหมาะกับงานของธุรกิจ แทนการซื้อ AI ที่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพราะยิ่งใหญ่ ค่าประมวลผลก็ยิ่งสูง องค์กรควรเลือกโมเดลที่ใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัย ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว และมีการกำกับดูแลข้อมูลตามมาตรฐาน

แนวคิดใกล้เคียงกันปรากฏในรายงาน APAC AI Outlook 2025 ของไอบีเอ็มที่อโณทัยนำมาอธิบายแนวโน้มปี 2568 ตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์เมื่อ 4 ม.ค. 2568 รายงานเรียกแนวทางนี้ว่า Rightsizing AI คือใช้โมเดลขนาดเล็กที่เหมาะกับภาษาท้องถิ่นและงานที่ไม่ซับซ้อน ใช้ข้อมูลฝึกน้อยกว่า และปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า

อีกแนวโน้มหนึ่งคือ Unified AI คือการวางกรอบกำกับดูแล AI ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความเป็นส่วนตัว และทรัพย์สินทางปัญญา

ในประเทศไทย

ตัวเลขการใช้ AI ในไทยและเป้าหมายที่ไอบีเอ็มตั้งไว้

ไอบีเอ็มประเมินในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ว่าธุรกิจไทยที่เริ่มนำ AI มาใช้มีราว 5-6% ตามที่ผู้จัดการออนไลน์รายงาน ขณะที่ People Matters สื่อด้านบริหารทรัพยากรบุคคล รายงานตัวเลขราว 5% ตัวเลขนี้ไม่รวมการใช้งานของผู้บริโภค ซึ่งสูงกว่ามาก เพราะสมาร์ทโฟนทำให้เข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น ส่วนในระดับโลก People Matters รายงานว่าราว 10% ขององค์กรทั่วโลกนำ AI ไปใช้เต็มรูปแบบแล้ว

ไอบีเอ็มตั้งเป้าไว้เมื่อปลายปี 2567 ให้ธุรกิจไทยใช้ AI เพิ่มขึ้น ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่าเป้านี้อยู่ที่ราว 15-20% ภายในปลายปี 2568 ส่วน People Matters รายงานว่าตั้งเป้าสูงสุดราว 20% อโณทัยบอกว่าถ้าทำได้ก็นับเป็นทิศทางที่ดีและช่วยให้ไทยแข่งขันได้ แนวทางที่เขาเสนอคือเริ่มจากให้ความรู้เรื่องการใช้ AI ตอบโจทย์ธุรกิจ และแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสมผ่านพันธมิตรที่ช่วยทำตลาด

อโณทัยมองว่าการขับเคลื่อนธุรกิจต้อง "เปิดทางให้องค์กรร่วมกันแข่งขันเพื่อสร้างนวัตกรรม AI" ซึ่งจะทำให้ "ไทยมีความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค" ตามที่เขาให้สัมภาษณ์กับผู้จัดการออนไลน์ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567

ผลสำรวจผู้บริหารไทยที่ไอบีเอ็มอ้างถึงพบว่า 76% เห็นว่าความสำเร็จขององค์กรขึ้นกับความร่วมมือระหว่างฝ่ายการเงินกับฝ่ายเทคโนโลยี People Matters ใช้คำว่าผู้บริหาร ส่วนผู้จัดการออนไลน์ระบุว่าเป็นซีอีโอ ผลสำรวจนี้ชี้ว่าการตัดสินใจเรื่อง AI ไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายเทคโนโลยีฝ่ายเดียว

เรื่องกฎหมายด้าน AI อโณทัยให้สัมภาษณ์เมื่อ 4 ม.ค. 2568 ว่า "ผมเชื่อว่าในเร็วๆนี้ จะมีแรงกระเพื่อมเรื่องกฏหมายด้าน AI ออกมาแน่นอน" เขาคาดไว้ตั้งแต่ต้นปี 2568 ว่ากฎหมายจะทำให้องค์กรกล้าลงทุนในโครงการ AI มากขึ้น

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (Cyber Biz) รายงานสัมภาษณ์อโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย เมื่อ 16 พ.ย. 2567 และ 4 ม.ค. 2568 และ People Matters (รายงานจาก Bangkok Post) เมื่อ 13 พ.ย. 2567

บทความที่เกี่ยวข้อง