กูเกิลเพิ่มงบหนุนทักษะอาชีพเป็น 50 ล้านดอลลาร์ เตรียมแรงงานกว่า 300,000 คน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 Google.org ประกาศขยายวงเงินสนับสนุนการฝึกทักษะอาชีพ (skilled trades) ในสหรัฐฯ รวมเป็น 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตั้งเป้าเตรียมความพร้อมให้แรงงานมากกว่า 300,000 คนในกว่า 20 รัฐ เงินก้อนนี้ส่งตรงไปยังองค์กรผู้ออกแบบหลักสูตรฝึกอบรม ครอบคลุมสหภาพแรงงาน 14 แห่งและสมาคมการค้า/ผู้รับเหมา 4 แห่ง เพื่อยกระดับหลักสูตรและนำเครื่องมือ AI เข้ามาใช้ในการฝึกช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างประปา ช่างท่อ และช่างแผ่นโลหะ

แม็กกี้ จอห์นสัน หัวหน้าระดับโลกของ Google.org ระบุว่าการลงทุนนี้มุ่งอุดช่องว่างแรงงานทักษะที่กำลังเปิดอยู่หลายแสนตำแหน่งทั่วสหรัฐฯ ซึ่งเป็นงานค่าตอบแทนสูง โดยเชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการกำลังคนสำหรับสร้างและดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI เช่น ศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้า และโครงข่ายไฟเบอร์ ทั้งนี้บริษัทอ้างตัวเลขในอุตสาหกรรมว่าอาจมีตำแหน่งงานช่างฝีมือว่างถึง 2.1 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030 หากไม่เร่งผลิตกำลังคน

ส่วนหนึ่งของการลงทุนด้านทักษะที่ขยายตัวต่อเนื่อง

งบ 50 ล้านดอลลาร์ต่อยอดจากการสนับสนุนก่อนหน้า ทั้งโครงการฝึกช่างไฟฟ้าผ่าน electrical training ALLIANCE และการให้ทุน 10 ล้านดอลลาร์แก่ Manufacturing Institute เมื่อเดือนเมษายน 2026 เพื่อฝึกแรงงานภาคการผลิต 40,000 คนด้วยหลักสูตร "AI 101 for Manufacturing" และหลักสูตรสำหรับช่างเทคนิคขั้นสูง ทั้งหมดอยู่ภายใต้ AI Opportunity Fund ของ Google.org ที่ตั้งเป้าให้คนอเมริกันกว่า 1 ล้านคนเรียนทักษะ AI โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อมองภาพใหญ่ Google ระบุว่าตั้งแต่ปี 2022 บริษัทได้ทุ่มงบด้านการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะทั่วโลกไปแล้วกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ช่วยให้ผู้คนกว่า 100 ล้านคนได้ทักษะดิจิทัลและ AI ที่จำเป็น นอกจากนี้ยังเปิดแพลตฟอร์ม Google Skills เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งรวมคอร์สเกือบ 3,000 รายการจาก Google Cloud, DeepMind และ Grow with Google ไว้ในที่เดียว พร้อมออกใบรับรอง Google AI Professional Certificate

จุดยืนของซีอีโอ: การฝึกอบรมคือหัวใจเมื่อ AI จัดระเบียบงานใหม่

ในการกล่าวต่อผู้นำโลกที่การประชุม AI Impact Summit กรุงนิวเดลี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google และ Alphabet ระบุว่า AI จะปรับโฉมตลาดแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งทำให้บางงานเป็นอัตโนมัติ เปลี่ยนรูปบางงาน และสร้างอาชีพใหม่ทั้งหมด เขายกตัวอย่างว่าเมื่อ 20 ปีก่อนยังไม่มีอาชีพ "ครีเอเตอร์ยูทูบ" แต่วันนี้มีอยู่ราว 60 ล้านคนทั่วโลก พิชัยย้ำว่าการฝึกอบรมเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมระบุว่าบริษัทได้ฝึกคนไปแล้ว 100 ล้านคน และใบรับรอง AI ตัวใหม่จะเปิดให้เรียนได้ทั่วโลก

ในเวทีเดียวกัน พิชัยยังประกาศแผนลงทุน 15,000 ล้านดอลลาร์สร้างศูนย์กลาง AI ที่เมืองวิสาขปัตนัมของอินเดีย พร้อมความร่วมมือฝึกข้าราชการ 20 ล้านคนผ่านโครงการ Karmayogi Bharat และนำผู้ช่วย AI สู่ห้องเรียนนักเรียนเกือบ 11 ล้านคน สะท้อนว่าการลงทุนด้านทักษะของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ

สัญญาณ: นายจ้างรายใหญ่กำลังเดินทางเดียวกัน

ความเคลื่อนไหวของ Google ไม่ได้เกิดขึ้นลำพัง Meta ประกาศโครงการ America's Workforce Academy มูลค่า 115 ล้านดอลลาร์เพื่อฝึกช่างเทคนิคศูนย์ข้อมูลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายและรับประกันงานให้ผู้จบหลักสูตร ขณะที่ Anthropic เปิดทุน fellowship ระดับชาติมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์เพื่อส่งคนรุ่นใหม่ 1,000 คนเข้าทำงานในองค์กรไม่แสวงกำไรทั่วสหรัฐฯ สื่ออย่าง Axios ตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นที่ต้องจับตาคือบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นจะเดินตามหรือไม่ ด้วยการลงทุนไม่เพียงในโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่รวมถึงท่อผลิตกำลังคนที่จะมาสร้างมันด้วย

สัญญาณระดับนโยบายก็ชัดขึ้นเช่นกัน ที่การประชุมนิวเดลีมีถึง 23 ประเทศร่วมรับรองหลักการ Voluntary Guiding Principles for Reskilling in the Age of AI และมีการเปิดตัว Equitable AI Transition Playbook ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อเตรียมแรงงานรับโอกาสจาก AI ทั้งหมดนี้บ่งชี้แนวโน้มร่วมที่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐกำลังเร่งลงทุนด้าน re-skilling ไปในทิศทางเดียวกัน

มองจากมุมไทยและอาเซียน

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนการพึ่งพาบรรษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ และเตือนว่าแรงบันดาลใจจากเวทีระดับโลกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประเทศที่ยังปรับตัวเข้าสู่ยุค AI จำเป็นต้องมีกลยุทธ์และสถาบันที่เป็นรูปธรรมของตัวเอง รูปแบบที่นายจ้างเป็นผู้นำการฝึกทักษะและผูกการลงทุนคนเข้ากับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นแพตเทิร์นที่นายจ้างและผู้กำหนดนโยบายไทยน่าจับตา ทั้งในแง่โอกาสความร่วมมือ และในแง่การออกแบบหลักสูตรทักษะให้ตรงกับความต้องการจริงของตลาดงานที่ AI กำลังเปลี่ยนไป