Generative AI ทำเงินได้จริงแค่ไหน ยังเป็นคำถามของทั้งธุรกิจ ฟรีแลนซ์ และคนทำคอนเทนต์ รายงาน AI Index ฉบับปี 2569 (2026) ของสถาบันปัญญาประดิษฐ์ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford HAI) ระบุว่าองค์กรทั่วโลกใช้ AI แล้ว 88% และ Generative AI มีผู้ใช้ถึง 53% ของประชากรภายในสามปี ส่วนองค์กรไทยใช้ AI อยู่ 17.8% ตามผลสำรวจของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เมื่อปี 2567
ทั่วโลกใช้ AI ไปไกลแล้ว
รายงานของ Stanford HAI ระบุว่าการใช้ AI ในองค์กรทั่วโลกอยู่ที่ 88% ส่วนการใช้งานของประชาชน รายงานระบุว่า Generative AI มีผู้ใช้ถึง 53% ของประชากรภายในสามปี และเร็วกว่าที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอินเทอร์เน็ตเคยทำได้ หมายความว่าเครื่องมือนี้เข้าถึงคนทั่วไปด้วยความเร็วที่เทคโนโลยีสองอย่างนั้นยังทำไม่ได้ในช่วงเวลาเท่ากัน
ระดับการใช้งานต่างกันมากในแต่ละประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ที่ 64% สิงคโปร์ 61% ขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 28.3% และอยู่อันดับที่ 24 ด้านการใช้งาน แต่ด้านเงินลงทุน การลงทุนภาคเอกชนด้าน AI ของสหรัฐในปี 2568 อยู่ที่ 285,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าจีนที่ 12,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐกว่า 23 เท่า
สองอันดับนี้ของสหรัฐจึงต่างกันมาก ประเทศที่เงินลงทุนไหลเข้าสูงที่สุดไม่ได้เป็นประเทศที่ประชาชนใช้งานมากที่สุด ตัวเลขชุดนี้บอกว่าเงินทุนไหลเข้าอุตสาหกรรมนี้มาก แต่ยังไม่ได้บอกว่าผู้ใช้แต่ละคนหารายได้เพิ่มได้เท่าไร
องค์กรไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ETDA สำรวจความพร้อมการประยุกต์ใช้ AI ในบริการดิจิทัลของไทยเมื่อปี 2567 ผลสำรวจพบว่าองค์กรที่ใช้ AI แล้วมี 17.8% เพิ่มจาก 15.2% ในปีก่อน องค์กรที่วางแผนจะใช้ในอนาคตมี 73.3% เพิ่มจาก 56.6% และองค์กรที่ไม่ต้องการใช้ AI และต้องการการสนับสนุนมี 8.9% ลดลงจาก 28.2% (อ้างตามรายงานของฐานเศรษฐกิจและ The Thaiger)
ลองดูทีละกลุ่ม กลุ่มที่ใช้แล้วขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 15.2% เป็น 17.8% กลุ่มที่วางแผนจะใช้เพิ่มขึ้นมากกว่านั้นมาก จาก 56.6% เป็น 73.3% ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องการใช้และต้องการการสนับสนุนลดจาก 28.2% เหลือ 8.9% ภาพรวมคือองค์กรจำนวนมากย้ายจากกลุ่มที่ยังไม่พร้อมไปอยู่กลุ่มที่เตรียมตัวใช้ ตัวเลขชุดนี้บอกความตั้งใจขององค์กร แต่ยังไม่ได้บอกว่าองค์กรเหล่านั้นลงมือใช้จริงแล้วหรือไม่ และได้ผลทางธุรกิจเท่าไร
ต้องอ่านตัวเลขชุดนี้อย่างระวัง เพราะเป็นผลสำรวจปี 2567 ที่วัดการใช้ AI ในภาพรวม และเป็นคนละผลสำรวจกับรายงานของ Stanford จึงเทียบ 88% กับ 17.8% ตรงๆ ไม่ได้ สิ่งที่บอกได้คือองค์กรไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ขั้นวางแผน และสัดส่วนองค์กรที่ไม่ต้องการใช้ AI ลดลงมากภายในหนึ่งปี สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและฟรีแลนซ์ นี่หมายความว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้ AI เต็มตัว แต่กำลังเตรียมตัวอยู่

ผู้ใช้ได้ประโยชน์แล้ว แต่มุมมองเรื่องงานยังต่างกัน
รายงาน Stanford HAI ประเมินว่าเครื่องมือ Generative AI สร้างมูลค่าให้ผู้บริโภคในสหรัฐราว 172,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ณ ต้นปี 2569 ตัวเลขนี้เป็นมูลค่าที่ผู้ใช้ได้รับจากเครื่องมือ ไม่ใช่รายได้ที่ผู้ใช้หาได้จากการใช้เครื่องมือ
เรื่องผลต่อการทำงาน รายงานชี้ช่องว่างความเห็นที่ชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญ 73% คาดว่า AI จะส่งผลดีต่อวิธีที่ผู้คนทำงาน แต่ประชาชนทั่วไปคิดเช่นนั้นเพียง 23% ช่องว่างนี้สะท้อนว่าคนยังไม่มั่นใจว่า AI จะช่วยหรือกระทบงานของตัวเอง และความกังวลนี้มีอยู่แม้การใช้งานจะโตเร็ว
ควรเข้าใจว่าตัวเลข 73% และ 23% วัดความคาดหวังต่อผลของ AI ที่มีต่อวิธีทำงาน ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นจริงแล้ว จึงยังบอกไม่ได้ว่ารายได้ของใครเพิ่มขึ้นหรือตำแหน่งงานเปลี่ยนไปเท่าไร สิ่งที่เห็นชัดคือคนสองกลุ่มมองอนาคตของงานต่างกันมาก
Generative AI ทำเงินได้เท่าไร ยังไม่มีตัวเลขยืนยัน
ตัวเลขที่หน่วยงานต้นทางเปิดเผยตอนนี้วัดระดับการใช้งาน เงินลงทุน และมูลค่าที่ผู้ใช้ได้รับ ยังไม่ได้บอกว่ากลุ่มต่างๆ เช่น ครีเอเตอร์ ฟรีแลนซ์ หรือร้านค้าออนไลน์ มีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไรจากการใช้ Generative AI และยังไม่มีตัวเลขว่างานประเภทใดถูกแทนที่ไปแล้วมากน้อยเพียงใด ข้ออ้างเรื่องรายได้ใหม่จากเครื่องมือเหล่านี้ที่ยังไม่มีตัวเลขรองรับ จึงควรอ่านด้วยความระมัดระวัง
ผู้ที่คิดจะใช้ Generative AI หารายได้จึงควรเริ่มจากงานเล็กที่วัดผลได้ เช่น เวลาที่ใช้ลดลงหรือชิ้นงานที่ส่งได้เพิ่มขึ้น แล้วเทียบกับค่าบริการที่จ่ายก่อนขยายการใช้ ส่วนภาพรวมของไทย ต้องรอผลสำรวจรอบใหม่ของ ETDA เพื่อดูว่าองค์กรที่วางแผนไว้ 73.3% ลงมือใช้จริงแล้วเท่าไร
ที่มา: รายงาน AI Index ปี 2569 ของ Stanford HAI, ผลสำรวจความพร้อมการประยุกต์ใช้ AI ในบริการดิจิทัล ปี 2567 ของ ETDA (อ้างตามรายงานของฐานเศรษฐกิจและ The Thaiger)







