เศรษฐกิจ

ฟรีแลนซ์หรือบริษัท? เข้าใจโครงสร้างภาษี ก่อนตัดสินใจเลือกทางเดินอาชีพ

เข้าใจความต่างของภาษีแบบฟรีแลนซ์กับแบบบริษัท พร้อมข้อได้เปรียบ–เสียเปรียบที่คุณอาจมองข้าม

ฟรีแลนซ์หรือบริษัท? เข้าใจโครงสร้างภาษี ก่อนตัดสินใจเลือกทางเดินอาชีพ

โครงสร้างภาษี: จุดเริ่มต้นของการวางแผนอาชีพ

ใครที่เริ่มต้นหาเงินเองครั้งแรก มักจะเจอคำถามนี้เสมอ: “จะจดบริษัทดีไหม หรือเป็นฟรีแลนซ์ต่อไป?” คำตอบไม่มีถูกผิด เพราะมันขึ้นอยู่กับทั้งรูปแบบรายได้ ปริมาณงาน และ “โครงสร้างภาษี” ที่ตามมา

ภาษีของฟรีแลนซ์: ยืดหยุ่นแต่มีข้อจำกัด

รายได้รวมกับภาษีบุคคลธรรมดา

ฟรีแลนซ์จะถูกจัดอยู่ในหมวด “ผู้มีรายได้จากการประกอบอาชีพอิสระ” โดยต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ทุกปี ซึ่งคิดแบบขั้นบันได
เช่น รายได้สุทธิ 150,001–300,000 บาท เสีย 5%, และถ้าทะลุ 2,000,000 บาทขึ้นไป จะโดนภาษีถึง 30%–35%

ค่าใช้จ่ายที่หักได้

หักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ:

  • แบบเหมา (30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท)

  • แบบจริง (ต้องมีใบเสร็จประกอบ)
    ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีต้นทุนเยอะ มักเลือกแบบเหมาเพราะง่ายและประหยัดเวลา

ไม่มีเครดิตภาษีนิติบุคคล

ในระบบภาษีไทย คนที่เสียภาษีแบบบุคคลธรรมดาจะไม่ได้ประโยชน์จาก “เครดิตภาษี” หรือการวางแผนภาษีแบบลึก ซึ่งบริษัททำได้

ภาษีของบริษัท: มีระบบ แต่ต้องบริหาร

นิติบุคคลกับภาษี 2 ชั้น

หากตั้งบริษัทจำกัด รายได้จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อน (20%)
แล้วถ้าจ่ายกำไรให้ผู้ถือหุ้น (เช่น ตัวคุณเอง) เป็นเงินปันผล ก็ต้องเสียภาษีอีกต่อหนึ่ง (10%) รวมเป็น "ภาษีสองชั้น"

หักค่าใช้จ่ายได้หลากหลาย

บริษัทสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เกือบทุกอย่างที่เกี่ยวกับธุรกิจ เช่น

  • ค่าเดินทาง

  • ค่าอุปกรณ์

  • ค่าที่ปรึกษา

  • ค่าพนักงาน
    หมายเหตุ: ต้องมีเอกสารถูกต้องและมีการบัญชีชัดเจน

สิทธิประโยชน์และโอกาสในอนาคต

  • ขอสินเชื่อได้ง่ายกว่าฟรีแลนซ์

  • สมัครโครงการรัฐหรือจับมือกับบริษัทใหญ่ได้ง่ายขึ้น

  • รับงานจากลูกค้าองค์กรที่ต้องการ “ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ”

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ใครควรเสีย?

เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี = ต้องจด VAT

ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์หรือบริษัท หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเก็บภาษี 7% จากลูกค้า

บริษัทจะได้เครดิต VAT คืน

ถ้าคุณเป็นบริษัทและมีต้นทุนที่จ่าย VAT ออกไป เช่น ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ก็สามารถนำมาหักภาษีซื้อได้ (รับเครดิตภาษีคืน)
ฟรีแลนซ์ไม่มีสิทธินี้ ถ้าไม่ได้จด VAT

การวางแผนภาษี: เกมของข้อมูลและการเลือก

เงินสด vs ระบบ

ฟรีแลนซ์เน้นรับเงินสด จ่ายน้อย บริหารง่าย
แต่ถ้าคุณอยากขยายตัวเป็นผู้ประกอบการ มีพนักงาน สร้างระบบรายได้ซ้ำ บริษัทอาจตอบโจทย์กว่า

อย่าลืม “ภาระซ่อน” ของบริษัท

  • ค่าทำบัญชีรายเดือน

  • ค่าผู้สอบบัญชี

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

  • ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีป้าย (บางกรณี)
    ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายที่ฟรีแลนซ์ไม่ต้องแบกรับ


บางทีทางเลือกไม่ได้มีแค่ “จดบริษัท” หรือ “อยู่แบบฟรีแลนซ์” แต่คือการวางจังหวะให้เหมาะกับเป้าหมายในชีวิต หากยังเริ่มต้น อาจใช้โหมดฟรีแลนซ์เพื่อสะสมทุนก่อน แล้วค่อยขยับไปสู่รูปแบบที่มั่นคงขึ้นในวันที่พร้อม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่คือการออกแบบอนาคตแบบมีแผนในมือ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง