SEC และ CFTC เปิดรับฟังความเห็นร่วมสองฉบับพร้อมกัน
วันที่ 18 มิถุนายน 2026 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ออกคำขอรับฟังความเห็นสาธารณะร่วมกันสองฉบับ เพื่อทบทวนว่ากรอบการกำกับดูแลตลาดอนุพันธ์ของสหรัฐฯ ที่ใช้มานานยังสะท้อนโครงสร้างตลาด ผลิตภัณฑ์ และวิธีการซื้อขายที่เปลี่ยนไปหรือไม่
ฉบับแรกมุ่งปรับปรุงและทำให้ "นิยามสินค้าอนุพันธ์" สอดคล้องกันระหว่างสองหน่วยงาน ส่วนฉบับที่สองมุ่งไปที่การปรับระบบรายงานข้อมูลการซื้อขายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งสองฉบับเปิดรับความเห็นเป็นเวลา 60 วันนับจากวันที่ประกาศลงใน Federal Register
รากของปัญหา: กฎหมายดอดด์-แฟรงก์แบ่งเขตอำนาจไว้คนละครึ่ง
ความซับซ้อนที่ทั้งสองหน่วยงานพยายามแก้มีจุดเริ่มจากรัฐบัญญัติดอดด์-แฟรงก์ (Dodd-Frank Act) ซึ่งสภาคองเกรสผ่านหลังวิกฤตการเงินปี 2008 กฎหมายฉบับนี้แบ่งการกำกับดูแลตลาดอนุพันธ์ออกเป็นสองส่วน โดย SEC ดูแล "สวอปอ้างอิงหลักทรัพย์" (security-based swaps) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่อิงหลักทรัพย์รายตัวหรือดัชนีหลักทรัพย์แบบแคบ ขณะที่ CFTC ดูแล "สวอป" (swaps) ประเภทอื่นที่เหลือ เช่น สวอปอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนีแบบกว้าง
การแบ่งเขตอำนาจเช่นนี้ทำให้แต่ละหน่วยงานสร้างกฎเกณฑ์การรายงานของตนเองขึ้นมาแยกกัน บริษัทที่ทำธุรกรรมทั้งสองประเภท ซึ่งรวมถึงดีลเลอร์รายใหญ่ส่วนมาก จึงต้องดูแลระบบปฏิบัติตามกฎสองชุดคู่ขนาน นอกจากนี้ยังมีตราสารบางประเภทที่มีลักษณะของทั้งสองฝั่งปนกัน เรียกว่า "สวอปผสม" (mixed swaps) ซึ่งตกอยู่ภายใต้อำนาจของทั้งสองหน่วยงานพร้อมกัน เพิ่มความไม่ชัดเจนเข้าไปอีก
ความเคลื่อนไหวล่าสุดต่อยอดจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่ที่ SEC และ CFTC ลงนามเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 ซึ่งวางกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า Joint Harmonization Initiative และแทนที่บันทึกความเข้าใจฉบับเดิมปี 2018
สองคำขอความเห็น: นิยามสินค้า และระบบรายงานข้อมูล
ฉบับนิยามสินค้าอนุพันธ์
คำขอความเห็นฉบับแรกเปิดประเด็นเรื่องนิยามที่เกี่ยวกับสวอปและสวอปอ้างอิงหลักทรัพย์ รวมถึงขอบเขตของข้อยกเว้นบางอย่างจากนิยามของสวอป การจัดการกับสวอปผสม การปฏิบัติต่อผลิตภัณฑ์ใหม่หรือที่เพิ่งเกิดขึ้น คำถามเรื่องเขตอำนาจและการตีความ จุดที่ยังต้องการความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเส้นแบ่งนิยาม และแนวทางการปฏิบัติตามกฎทางเลือก
พอล เอส. แอตคินส์ ประธาน SEC ระบุว่าการสร้างความชัดเจนในประเด็นนิยามภายใต้หมวด 7 (Title VII) ของกฎหมายดอดด์-แฟรงก์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อิงเหตุการณ์ (event-based products) เป็นเรื่องที่ค้างคามานาน และมองว่าความร่วมมือจะช่วยสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมระหว่างผู้เล่นรายเดิมกับผู้เล่นรายใหม่ ด้านไมเคิล เอส. เซลิก ประธาน CFTC ระบุในทำนองเดียวกันว่าคำขอความเห็นนี้เป็นโอกาสจัดการความคลุมเครือในหมวด 7 ที่บั่นทอนการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและการพัฒนานวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ
ฉบับระบบรายงานข้อมูล
คำขอความเห็นฉบับที่สองมุ่งทำให้ข้อกำหนดการรายงานข้อมูลของตลาดสวอปและสวอปอ้างอิงหลักทรัพย์สอดคล้อง ทันสมัย และกระชับขึ้น โดยขอความเห็นในห้าหัวข้อหลัก ได้แก่ การทำให้กรอบการรายงานสอดคล้องกัน ความโปร่งใสและคุณภาพข้อมูล ความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน การใช้รหัสระบุและข้อมูลอ้างอิงที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และข้อพิจารณาด้านการนำไปปฏิบัติ
แอตคินส์ตั้งข้อสังเกตว่าการเก็บข้อมูลจำนวนมากหากไม่ได้ปรับให้เหมาะสม อาจขัดขวางความเข้าใจและการตรวจสอบมากกว่าจะช่วยส่งเสริม ขณะที่เซลิกระบุว่าเป้าหมายคือการลดขั้นตอนและต้นทุนให้ผู้จดทะเบียน โดยยังคงเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลตลาด ทั้งสองหน่วยงานเน้นว่าการปรับครั้งนี้จะยังรักษาอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่แตกต่างกันของแต่ละฝ่ายภายใต้ดอดด์-แฟรงก์ไว้
เหตุใดจึงสำคัญต่อความโปร่งใสและผู้เล่นในตลาด
สำหรับผู้เล่นในตลาด การมีนิยามที่ชัดเจนและระบบรายงานที่สอดคล้องกันหมายถึงการลดความสับสนว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งอยู่ภายใต้กฎของหน่วยงานใด และลดภาระการดูแลระบบปฏิบัติตามกฎที่ซ้ำซ้อน ส่วนในด้านการกำกับดูแล ข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกันช่วยให้หน่วยงานมองเห็นภาพความเสี่ยงข้ามตลาดได้ชัดขึ้นและประสานงานกันได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาว (OMB) จัดให้การทบทวนนี้อยู่ในขั้น "ก่อนออกกฎ" (prerule) ซึ่งเปิดทางให้รับฟังความเห็นสาธารณะก่อนที่จะมีการเสนอร่างกฎอย่างเป็นทางการ ขั้นต่อไปจึงขึ้นอยู่กับความเห็นที่ทั้งสองหน่วยงานจะได้รับภายในกรอบ 60 วัน ก่อนตัดสินใจว่าจะปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในทิศทางใด






