การคุมดอกเบี้ยก็เหมือนจับพวงมาลัยประเทศ — แล้วใครจะได้ถือ?

ช่วงเวลานี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังคัดเลือก “ผู้ว่าการธนาคารคนใหม่” ซึ่งดูเหมือนเป็นเพียงการเปลี่ยนผู้บริหาร แต่จริง ๆ แล้ว… นี่คือจุดตัดสินใจสำคัญว่าประเทศไทยจะเดินไปทางไหนในเชิงเศรษฐกิจ

เพราะแค่ดอกเบี้ยนโยบายขยับขึ้น-ลงไม่กี่จุดทศนิยม ก็สามารถส่งแรงสะเทือนถึงชีวิตของคนทั้งประเทศได้ทันที


ดอกเบี้ยเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยน

ลองคิดภาพตาม...

  • ดอกเบี้ยขึ้นเพียง 0.25%
    → คนผ่อนบ้านต้องจ่ายเพิ่มเดือนละหลายพัน
    → เจ้าของธุรกิจรายย่อยกู้ยากขึ้น
    → หนี้ครัวเรือนที่สูงอยู่แล้วก็พอกพูน

นี่คือเหตุผลที่ “ดอกเบี้ยนโยบาย” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเงินในกระเป๋าเราโดยตรง


ใครจะเป็น “คนจับพวงมาลัย” คนใหม่?

การเลือกผู้ว่าฯ ธปท. ครั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นกับแค่คุณสมบัติทางเทคนิคหรือประสบการณ์ แต่รวมถึง แนวคิดเศรษฐกิจ และ บริบททางการเมือง ที่อยู่เบื้องหลังด้วย

สองแนวคิดที่กำลังถูกจับตา

  • สายเข้มงวด (Hawkish)
    มุ่งคุมเงินเฟ้อ รักษาเสถียรภาพการเงิน แม้ต้องแลกด้วยการขึ้นดอกเบี้ย

  • สายผ่อนคลาย (Dovish)
    เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดดอกเบี้ยเพื่อเปิดทางให้การลงทุนและการบริโภค

แม้แบงก์ชาติจะเป็นองค์กรอิสระ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงสะท้อนจากรัฐบาลและภาคเอกชนยังคงมีอิทธิพลอยู่มาก


ทำไมดอกเบี้ยจึงเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ?

หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในจุดอ่อนไหว

สิ้นปี 2566 ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยแตะระดับกว่า 90% ของ GDP
นับว่าสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย

ถ้ายังคงดอกเบี้ยสูงเพื่อคุมเงินเฟ้อต่อไป หนี้เหล่านี้อาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่สะเทือนทั้งครัวเรือนและระบบเศรษฐกิจ

ลดดอกเบี้ยก็ใช่ว่าจะรอด

ในอีกด้านหนึ่ง การลดดอกเบี้ยโดยไม่รอบคอบ อาจนำไปสู่

  • เงินเฟ้อระลอกใหม่

  • ฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์

  • ความเสี่ยงต่อระบบธนาคาร


อยู่ตรงกลางระหว่าง “ความมั่นคง” กับ “ความหวัง”

สิ่งที่ท้าทายผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ ไม่ใช่แค่การวางแผนนโยบายการเงิน แต่คือการ ประคองสมดุลระหว่าง 3 แรงกดดันใหญ่:

  • ความจำเป็นในการคุมเสถียรภาพเศรษฐกิจ

  • ความต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่

  • ความคาดหวังจากภาครัฐที่อยากเห็นเงินหมุนเร็วขึ้น

บทบาทที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข

ผู้ว่าฯ คนใหม่จะไม่ได้ควบคุมแค่ตัวเลขดอกเบี้ย แต่คือคนที่กำหนด “จังหวะเดินของประเทศ” ว่าจะค่อย ๆ เดินอย่างมั่นคง หรือเร่งฝีเท้าเพื่อหนีจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ


แล้วคุณล่ะ อยากให้เศรษฐกิจไปทางไหน?

เราทุกคนต่างมีมุมมอง…

  • บางคนอยากเห็นอัตราดอกเบี้ยลดลงเพื่อให้หายใจได้โล่งขึ้น

  • บางคนกลัวเงินเฟ้อและอยากให้แบงก์ชาติคงความเข้มไว้เหมือนเดิม

ไม่ว่าใครจะได้ตำแหน่งนี้ สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่แค่ “ชื่อ” แต่คือ แนวทางการคิด และ กลไกที่เขาจะใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

เพราะสุดท้ายแล้ว นโยบายที่ออกจากห้องประชุมของคณะกรรมการการเงินแห่งชาติ…
จะเดินทางมาถึงบ้านคุณเสมอ