องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญคืออะไร
องค์กรอิสระ (Independent Organ) คือองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยให้มีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ปลอดจากการแทรกแซงของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือสถาบันการเมืองอื่น เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 12 บัญญัติให้มีองค์กรอิสระทั้งสิ้น 5 องค์กร ซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยมักได้ยินบ่อยทุกครั้งที่มีข่าวการเมืองสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การยุบพรรค หรือการชี้มูลความผิดนักการเมือง
5 องค์กรอิสระมีอะไรบ้าง ทำหน้าที่อะไร
1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
มีกรรมการ 7 คน วาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว เป็นองค์กรที่กำหนดไว้ในมาตรา 222–224 ของรัฐธรรมนูญ
หน้าที่หลักคือจัดและควบคุมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข หรือยกเลิกการเลือกตั้ง สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ใบดำ) และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง
2. ผู้ตรวจการแผ่นดิน
มีผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน วาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
มีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อมีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่ เสนอแนะให้หน่วยงานของรัฐปรับปรุงการปฏิบัติงาน และเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองในกรณีที่กฎหมายหรือการกระทำของรัฐขัดต่อรัฐธรรมนูญ
3. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
มีกรรมการ 9 คน วาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ไต่สวนและชี้มูลความผิดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกรณีร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
4. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
คตง. มีกรรมการ 7 คน วาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ส่วนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระ 6 ปี
หน้าที่หลักคือวางนโยบายและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของหน่วยงานรัฐ ตรวจสอบการเก็บรักษาและการบริหารพัสดุ ตรวจสอบงบประมาณ และตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ หากพบการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายสามารถส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนต่อได้
5. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
มีกรรมการ 7 คน วาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
มีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณี เสนอแนะมาตรการแก่หน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการรายงานเรื่องสิทธิมนุษยชนของไทยอย่างไม่ถูกต้องในเวทีระหว่างประเทศ
ใครเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระ
กระบวนการแต่งตั้งกรรมการในทุกองค์กรอิสระเป็นไปตามรูปแบบเดียวกัน คือ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา โดยผ่านขั้นตอนสำคัญ 3 ขั้น
ขั้นที่ 1 คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้เสนอชื่อ
คณะกรรมการสรรหาแต่ละชุดประกอบด้วยกรรมการ 9 คน คือ ประธานศาลฎีกา (ประธานกรรมการสรรหา) ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลปกครองสูงสุด และบุคคลที่องค์กรอิสระอีก 4 องค์กรที่เหลือแต่งตั้งองค์กรละ 1 คน คณะกรรมการสรรหามีอำนาจคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเสนอต่อวุฒิสภา
ขั้นที่ 2 ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกบางส่วน
เฉพาะกรณี กกต. รัฐธรรมนูญกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติด้านกฎหมาย 2 คน (จากทั้งหมด 7 คน) โดยอีก 5 คนมาจากคณะกรรมการสรรหา
ขั้นที่ 3 วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ
วุฒิสภาเป็นผู้ตั้งคณะกรรมาธิการสอบประวัติและความประพฤติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ จากนั้นจึงลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเป็นรายบุคคลด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ เมื่อวุฒิสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ประธานวุฒิสภาจึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ทำไมเรื่องนี้สำคัญทุกครั้งที่มีข่าวการเมือง
องค์กรอิสระทั้ง 5 มีอำนาจชี้ขาดต่ออนาคตทางการเมืองของบุคคลและพรรค ทั้งการให้ใบเหลือง-ใบแดงในการเลือกตั้ง การชี้มูลทุจริตที่นำไปสู่การพ้นตำแหน่ง การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค และการตรวจสอบงบประมาณของรัฐบาล ที่มาของกรรมการในองค์กรเหล่านี้ผ่านวุฒิสภาทั้งหมด จึงทำให้ "ใครเป็น สว." กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในระบบการเมืองไทย
ในปัจจุบัน วุฒิสภาชุดที่มาจากการเลือกกันเองตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีบทบาทในการให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระจำนวนมาก ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อเนื่องเรื่องความเป็นอิสระจริงและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบ






