ข้าวของขึ้นราคาเงียบ ๆ – แต่ค่าแรงยังเท่าเดิม

ช่วงต้นปี 2568 หลายคนอาจสังเกตว่า ของใช้ประจำวันเริ่มแพงขึ้น แม้ไม่มีประกาศชัดเจน เช่น ข้าวของในตลาดสด เครื่องอุปโภคในซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงค่าอาหารตามสั่ง จากราคาเดิม 40-45 บาท บางร้านปรับขึ้นเป็น 50-55 บาทโดยไม่เปลี่ยนเมนูหรือปริมาณอาหาร

เหตุการณ์และปัจจัยที่เกิดขึ้น

  • ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง: น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ผักสด มีราคาสูงขึ้นจากปัจจัยด้านโลจิสติกส์และภัยแล้งที่ส่งผลต่อผลผลิต
  • ราคาขนส่งแพงขึ้น: ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและค่าบำรุงรักษารถ
  • ภาษีนำเข้าและค่าเงินบาท: ความผันผวนของค่าเงินบาทและต้นทุนการนำเข้าส่งผลให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และของใช้ในบ้านแพงขึ้น
  • ค่าแรงขั้นต่ำยังเท่าเดิม: ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกรมสวัสดิการฯ ระบุว่า ค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยยังอยู่ที่ 330 บาทต่อวัน ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในหลายจังหวัด

เสียงจากคนทำงาน

ผู้มีรายได้ประจำจำนวนมากระบุว่า รายได้เท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอาหารและของใช้จำเป็น ทำให้บางคนต้องปรับลดคุณภาพชีวิต เช่น เลือกทานอาหารที่ถูกลง ลดการเดินทาง หรือเลื่อนแผนเก็บเงิน

ข้อมูลจากหน่วยงานทางเศรษฐกิจ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในกรอบ 0.5-3% แต่มี “เงินเฟ้อแฝง” ที่ประชาชนสัมผัสได้จริงจากราคาของใช้ประจำวัน
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้ว่า สินค้าหลายกลุ่มมีการปรับขึ้นราคาตามกลไกตลาดโดยไม่ต้องขออนุญาต เช่น เครื่องดื่ม ผงซักฟอก น้ำปลา และน้ำมันพืช
  • ข้อมูลจากแบบสอบถามของสำนักงานสถิติฯ ปีล่าสุด พบว่า 67% ของผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน รู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สรุปท้าย

  • ข้าวของเครื่องใช้หลายรายการปรับราคาขึ้นอย่างเงียบ ๆ จากต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ไม่มีข่าวหรือประกาศอย่างเป็นทางการ
  • ค่าแรงขั้นต่ำยังไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ทำให้คนทำงานรับภาระมากขึ้น
  • เงินเฟ้อแฝงเป็นปัญหาที่กระทบคุณภาพชีวิต แม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะดู “ปกติ”
     

ที่มาข้อมูล

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย: www.bot.or.th
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า: www.ditp.go.th
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ: www.nso.go.th
  • กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์: www.dit.go.th