ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยภาพรวมเศรษฐกิจเดือนมีนาคม 2568 ชะลอตัวในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคบริการ การบริโภคในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่การส่งออกบางหมวดปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกและปัญหาภายในประเทศ


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคม 2568 ว่าโดยรวมชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แม้บางภาคส่วนยังคงแสดงสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออกในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ภาคบริการและกิจกรรมภายในประเทศกลับซบเซาลง ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

รายละเอียดรายภาคเศรษฐกิจ

  • ภาคบริการ: รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 2.8 ล้านคน ลดลงจาก 3.2 ล้านคนในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นผลจากฤดูกาลและการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากจีนและยุโรป

  • การบริโภคภาคเอกชน: ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อันเป็นผลจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

  • การลงทุนภาคเอกชน: หดตัวเล็กน้อยในเดือนนี้ โดยเฉพาะในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งสะท้อนความไม่แน่นอนในแผนขยายธุรกิจของภาคเอกชน

  • ภาคการผลิต: มีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอาหารแปรรูป เพื่อการส่งออก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อในภูมิภาคอาเซียนและสหรัฐอเมริกา

  • การส่งออก: ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในหมวดสินค้าเกษตรและสินค้าเทคโนโลยี แต่ยังถูกกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้ม

ธปท.เตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากหลายปัจจัย ทั้ง

  • สถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
  • ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
  • ราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่กระทบการลงทุนภาครัฐ

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคมก็ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนความกังวลต่อค่าครองชีพ รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และแนวโน้มการขึ้นราคาสินค้าในอนาคต

ภาครัฐเตรียมมาตรการรองรับ

กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์อยู่ระหว่างเร่งหารือเพื่อจัดทำชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพิ่มเติม อาทิ:

  • การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2568
  • การผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega Project) ให้เร็วขึ้น
  • การลดภาระหนี้ครัวเรือนผ่านมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

สรุป:
เศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคมส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องจากปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ แม้จะมีจุดแข็งบางประการในภาคส่งออกและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ความเปราะบางในภาคบริการและการบริโภคภายในประเทศยังคงเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวแบบยั่งยืน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยมาตรการภาครัฐอย่างมีเป้าหมายและต่อเนื่องในช่วงเวลาข้างหน้า