
ความพยายามสร้าง “พื้นที่ออนไลน์ที่เชื่อถือได้มากขึ้น”
โลกโซเชียลทุกวันนี้เต็มไปด้วยบัญชีปลอม โพสต์ปั่น และอัลกอริทึมที่ทำงานแบบปิดจนผู้ใช้ไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่กำลังชี้นำเราอยู่ Vitalik Buterin มองว่านี่คือปัญหาเชิงโครงสร้าง และจำเป็นต้องมี “ภาษาร่วม” ใหม่ที่แก้ปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่รากฐาน จึงเกิดแนวคิดสองแกนหลักคือ Proof-of-Personhood และ Open Algorithm ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าอาจเป็นแนวทางของแพลตฟอร์มยุคถัดไป
Proof-of-Personhood: วิธีบอกว่า “นี่คือคนจริง ไม่ใช่บอท”
ทำไมประเด็นนี้กลับมาแรงอีกครั้ง
เมื่อ AI สามารถสร้างตัวตน ปลอมเสียง หรือเขียนโพสต์แทนคนได้อย่างแนบเนียน การรู้ว่า “ใครคือมนุษย์จริง” กลายเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่เคย ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับการสนทนาและการถกเถียงในสังคมออนไลน์
โมเดลที่ Vitalik มองเห็น
แนวคิด Proof-of-Personhood ไม่ได้หมายถึงการเปิดเผยตัวตนหรือให้รัฐเก็บข้อมูลเพิ่ม แต่คือการยืนยันว่า “เบื้องหลังบัญชีนี้ มีคนจริง ๆ อยู่หนึ่งคนเสมอ” อาจใช้วิธีอย่าง - การยืนยันตัวตนผ่านโครงสร้างแบบไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล (zero-knowledge) - กลไกทางสังคมที่ให้ผู้ใช้ยืนยันกันเอง - ระบบ token ที่แจกเฉพาะ “คนจริง” เพื่อควบคุมกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม ผลลัพธ์ที่ได้คือ การสนทนาที่น่าเชื่อถือขึ้น ลดการก่อกวน และกันการปั่นกระแสแบบอุตสาหกรรม
Open Algorithm: เมื่ออัลกอริทึมไม่ใช่ “กล่องดำ” อีกต่อไป
โซเชียลยุคปัจจุบันติดปัญหาอะไร
ทุกแพลตฟอร์มต่างแข่งขันกันปรับฟีดให้ “อิงผลลัพธ์เชิงธุรกิจมากกว่าเจตนาของผู้ใช้” ผู้คนจึงรู้สึกเหมือนถูกดึงไปยังเนื้อหาที่ไม่ได้เลือกเอง และไม่รู้ว่าตัวระบบกำลังใช้เกณฑ์อะไรมาป้อนข่าวหรือคลิปให้ดู
โมเดลแบบเปิดช่วยแก้อะไรได้บ้าง
แนวคิด Open Algorithm ของ Vitalik คือการเปิดให้ผู้ใช้เห็นเงื่อนไขบางส่วนที่ระบบใช้ในการจัดลำดับคอนเทนต์ พร้อมเปิดโอกาสให้เลือก “อัลกอริทึมที่เข้ากับตัวเอง” ได้ เช่น - โหมดเน้นความหลากหลาย - โหมดเน้นแหล่งข่าวเชื่อถือได้ - โหมดที่ตัดแรงกระแทกทางอารมณ์ - โหมดที่ให้ผู้ใช้ตั้งค่าการกรองด้วยตนเอง แพลตฟอร์มกลายเป็นเหมือน “ระบบตัวเลือก” ไม่ใช่ “ตัวชี้นำเพียงหนึ่งเดียว”
เมื่อสองแนวคิดมารวมกัน: โมเดลโซเชียลใหม่ที่ Vitalik จินตนาการ
สังคมออนไลน์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความไว้ใจ
Proof-of-Personhood ช่วยให้การสนทนามีความหมายมากขึ้น เพราะทุกเสียงคือคนจริง ไม่ใช่กองกำลังบอทที่ถูกสร้างมาเพื่อปั่น
โครงสร้างข้อมูลที่โปร่งใสกว่าเดิม
Open Algorithm สร้างความรับผิดชอบให้แพลตฟอร์ม เพราะผู้ใช้สามารถตรวจสอบหรือเลือกอัลกอริทึมที่เหมาะกับตัวเองได้ ไม่ต้องยอมรับทุกอย่างแบบไร้ทางเลือก
ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นในโลกไทย
ในประเทศที่โซเชียลเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญ เช่น ไทย แนวคิดเหล่านี้อาจช่วยลดความรุนแรงทางความเห็น ลดการปั่นข่าวปลอม และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ใช้ธรรมดารู้สึกว่าเสียงของตัวเอง “ไม่ถูกกลบ” โดยบัญชีที่ตั้งใจรบกวนข้อมูล
ข้อจำกัดที่ยังต้องคิดต่อ
ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
ถึงแม้ระบบจะออกแบบให้ไม่เปิดเผยตัวตนจริง แต่ความกังวลว่าสิ่งยืนยันตัวตนอาจหลุดไปยังผู้เล่นรายใหญ่ก็ยังมีอยู่
ต้นทุนความร่วมมือ
โมเดลนี้ต้องอาศัยการร่วมมือจากแพลตฟอร์ม นักพัฒนา และชุมชนผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายในโลกการแข่งขันสูงของโซเชียล
คำถามปลายเปิดต่ออนาคต
สุดท้ายแล้ว ระบบที่เปิดกว้างขึ้นอาจทำให้เกิด “ความเปราะบางใหม่” เช่น การใช้ข้อมูลแบบผิดเจตนา หรือการสร้างอัลกอริทึมชี้นำในรูปแบบอื่น ๆ ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่การตั้งคำถามเหล่านี้เองคือจุดเริ่มต้นของการออกแบบพื้นที่ดิจิทัลที่ดีขึ้น และนี่อาจเป็นสัญญาณว่าสังคมเริ่มมองหาโครงสร้างโซเชียลรูปแบบใหม่จริง ๆ
แนวคิดที่ Vitalik เสนออาจไม่ได้เป็นคำตอบสำเร็จรูป แต่คือความพยายามสร้างเส้นทางใหม่ให้พื้นที่ออนไลน์ปลอดภัย โปร่งใส และไว้ใจกันได้มากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทคโนโลยีเดินหน้าไปเรื่อย ๆ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเราจะควบคุมมันได้มากแค่ไหน แต่คือเราจะร่วมกันออกแบบสังคมดิจิทัลแบบไหนให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยมีตัวตนและเสียงของตัวเองอย่างแท้จริง บางทีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นที่ออนไลน์ที่มนุษย์รู้สึกว่า “เป็นของเรา” จริง ๆ อีกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
- Vitalik Buterin, Blockchains and Social Platforms (บทความเชิงแนวคิด)
- Ethereum Foundation Research Notes












