
เมื่อเส้นแบ่งเริ่มเลือนในโลกสื่อปัจจุบัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์กรข่าวจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญแรงกดดันด้านรายได้อย่างหนัก โฆษณาลดลง แพลตฟอร์มเปลี่ยนกติกา ความเร็วของข่าวกลายเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้บริบทนี้ การนำโมเดลเอเจนซีเข้ามาอยู่ร่วมกับองค์กรข่าว จึงถูกมองว่าเป็น “ทางออกเชิงธุรกิจ” ที่จับต้องได้ แต่คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า โมเดลนี้ช่วยให้รายได้ดีขึ้นหรือไม่ หากคือ มันกำลังเปลี่ยนสมดุลของอำนาจในการทำข่าวไปอย่างไร
ตรรกะของงานข่าว กับตรรกะของเอเจนซี ไม่ได้ออกแบบมาให้เหมือนกัน
งานข่าวถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ต่อสาธารณะ ตั้งคำถาม ตรวจสอบ และนำเสนอข้อมูลที่อาจไม่สบายใจต่อผู้มีอำนาจ คุณค่าของมันจึงผูกอยู่กับความน่าเชื่อถือในระยะยาว ขณะที่เอเจนซีทำงานภายใต้ตรรกะอีกแบบหนึ่ง คือการสื่อสารเพื่อเป้าหมายของลูกค้า วัดผลได้ ชัดเจน และต้องแสดงผลลัพธ์ในเชิงประสิทธิภาพ ทั้งสองบทบาทไม่ได้ผิด แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ สองตรรกะนี้ต้องอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน
ความเสียเปรียบของข่าว ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากโครงสร้าง
ในโครงสร้างที่ข่าวและเอเจนซีใช้ทรัพยากรร่วมกัน ฝ่ายที่มีรายได้วัดผลได้ชัด มักมีอำนาจต่อรองสูงกว่าโดยธรรมชาติ ผลที่เกิดขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องมาจากคำสั่งโดยตรง แต่เป็นแรงกดดันที่ค่อย ๆ ซึมเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจของห้องข่าว
แรงกดดันที่ไม่มีใครสั่ง
-
บางประเด็นอาจถูกเลี่ยงโดยไม่ต้องมีคำห้าม
-
บางเรื่องอาจถูกลดน้ำหนักเพราะ “ไม่จำเป็นต้องรีบ”
-
บางคำถามอาจไม่ถูกตั้ง เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มกับต้นทุนที่ต้องจ่าย
นี่ไม่ใช่การแทรกแซงอย่างโจ่งแจ้ง แต่คือ self-censorship ที่เกิดจากการรู้ว่าใครถืออำนาจเชิงโครงสร้าง
เมื่อ KPI ทางธุรกิจ เริ่มกลายเป็นตัวกำหนดการมองเห็นของข่าว
อีกความเสี่ยงหนึ่งคือ การนำตัวชี้วัดแบบเอเจนซีเข้ามาใช้กับงานข่าว ไม่ว่าจะเป็นยอดคลิก การมีส่วนร่วม หรือการตอบโจทย์อัลกอริทึม เมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็นภาษาหลักในการประเมินผลงาน ข่าวอาจไม่หายไป แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นสิ่งที่ “ทำงานได้ดีในระบบ” มากกว่าสิ่งที่ “จำเป็นต่อสาธารณะ”
ทำไมข่าวจึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอในโครงสร้างร่วม
เอเจนซีสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีข่าว แต่ข่าวไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ หากสูญเสียอิสระในการตั้งคำถาม ในโครงสร้างที่อำนาจต่อรองไม่เท่ากัน ฝ่ายที่ต้องรักษาความสัมพันธ์ ย่อมเป็นฝ่ายถอยก่อนเสมอ และในกรณีนี้ ฝ่ายนั้นมักไม่ใช่ธุรกิจ
การแยกกัน ไม่ใช่การปฏิเสธธุรกิจ แต่คือการปกป้องบทบาท
การเสนอให้แยกงานข่าวออกจากเอเจนซี ไม่ใช่การมองว่าเอเจนซีเป็นปัญหา แต่เป็นการยอมรับความจริงว่า ทั้งสองบทบาทถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่คนละแบบ การแยกโครงสร้างอย่างชัดเจน ช่วยให้ข่าวไม่ต้องต่อรองกับสิ่งที่ไม่ควรต้องต่อรอง และช่วยให้เอเจนซีทำงานของตัวเองได้เต็มที่ โดยไม่ต้องแบกรับภาระทางจริยธรรมของข่าว
ในวันที่องค์กรข่าวต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน คำถามอาจไม่ใช่ว่าเราจะอยู่รอดอย่างไรให้เร็วที่สุด แต่คือเราจะออกแบบระบบอย่างไร ให้ข่าวยังทำหน้าที่ของมันได้โดยไม่ต้องเสียเปรียบตั้งแต่ต้น บางที การแยกกันอย่างชัดเจน อาจเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายยังทำงานของตัวเองได้อย่างซื่อสัตย์ต่อบทบาทนั้น
อ้างอิง
- McChesney, R. (2015). Rich Media, Poor Democracy
- Kovach & Rosenstiel (2021). The Elements of Journalism
- OECD Reports on Media Sustainability












