คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (Federal Trade Commission หรือ FTC) ส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้องบริษัทนายหน้าตั๋ว REPS & Company Inc. พร้อมผู้บริหารอีก 3 คน ต่อศาลเขตใต้ของแคลิฟอร์เนีย FTC ลงข่าวเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 กล่าวหาว่าบริษัทกว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตและอีเวนต์ด้วยการหลบมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้ออกตั๋ว ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาตามคำฟ้อง ศาลยังไม่ตัดสิน
ข้อกล่าวหาตามคำฟ้อง ตัวเลขใหญ่แค่ไหน
ตามคำฟ้อง ตั้งแต่ปี 2565 REPS ซื้อตั๋วกว่า 18.5 ล้านใบ ใช้เงินกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้กำไรอย่างน้อย 120.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการขายต่อในตลาดทุติยภูมิ (ตลาดขายต่อ) ตั๋วเหล่านี้ครอบคลุมอย่างน้อย 83,500 อีเวนต์
จำเลยในคดีมี REPS & Company Inc. และผู้บริหาร 3 คน ได้แก่ ไรอัน แพนเชอรี (Ryan Pancheri) ซีอีโอ ไบรอัน อาร์ชิบอลด์ (Brian Archibald) ประธานบริษัท และนิโคลัส โทตากรันเด (Nicholas Totagrande) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) คณะกรรมาธิการ FTC ลงมติ 2-0 ให้ส่งคำฟ้องให้ DOJ ยื่นต่อศาล ส่วนคดีนี้ศาลเป็นผู้ตัดสิน
คริสโตเฟอร์ มูฟริจ (Christopher Mufarrige) ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคของ FTC กล่าวว่า 'REPS' entire business model is focused on trying to game the ticket-purchasing system' หรือโมเดลธุรกิจทั้งหมดของ REPS มุ่งหาทางเอาเปรียบระบบซื้อตั๋ว และกล่าวว่า FTC กำลังจับตาและจะดำเนินการเพื่อหยุดพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย FTC ขอค่าปรับทางแพ่ง ส่วนฝ่ายจำเลยยังไม่มีคำตอบในข่าวแจก

วิธีกว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตตามข้อกล่าวหา และตัวอย่าง Beyoncé
FTC อธิบายว่าผู้ออกตั๋วอย่าง Ticketmaster ตั้งมาตรการป้องกันไว้หลายชั้น ช่องเลือกจำนวนตั๋วถูกจำกัดตามเพดานการซื้อต่อรอบที่ผู้ออกตั๋วประกาศไว้ และระบบยังตรวจบัญชีผู้ใช้ บัตรเครดิต อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ไอพี (IP address) ว่ายืนยันได้ว่าเป็นของผู้ซื้อจริง
คำฟ้องระบุว่าทีมที่ส่วนใหญ่อยู่ในฟิลิปปินส์ใช้บัญชีซื้อตั๋วหลายพันบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยชื่อ ที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ของคนอื่น ใช้บัญชีบัตรเครดิตเสมือนและเบอร์โทรศัพท์ที่ REPS ควบคุม ใช้บริการพร็อกซีไอพีและเบราว์เซอร์หลายเซสชันที่ซ่อนตัวตนและตำแหน่งของผู้ใช้ นอกจากนี้ REPS ถูกกล่าวหาว่ามีข้อตกลงกับพนักงานและพันธมิตรให้ใช้ชื่อและที่อยู่ของพวกเขาเปิดบัญชี
เมื่อการซื้อถูกบล็อก พนักงานของ REPS ถูกกล่าวหาว่าแก้ชื่อหรือที่อยู่ของเจ้าของบัญชีเล็กน้อยเพื่อให้ซื้อต่อได้ และเอกสารภายในบริษัทที่คำฟ้องอ้างระบุว่าเจ้าหน้าที่ของ REPS หารือวิธีไม่ให้บัญชีถูกบล็อก
ตัวอย่างที่ FTC ยกขึ้นมา คือคอนเสิร์ต Renaissance tour ของ Beyoncé ที่เมืองแคนซัสซิตี เมื่อปี 2566 REPS ถูกกล่าวหาว่าใช้ 1,300 บัญชีซื้อตั๋ว 7,624 ใบ และได้กำไร 833,000 ดอลลาร์สหรัฐ FTC ยกตัวอย่างนี้เพื่อแสดงการใช้บัญชีจำนวนมากในการซื้อตั๋ว
BOTS Act กับสถานะคดี
คำฟ้องอ้างกฎหมาย BOTS Act (Better Online Ticket Sales Act) ซึ่งห้ามหลบเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมการเข้าถึง หรือมาตรการทางเทคโนโลยีอื่นของเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ ที่ผู้ออกตั๋วใช้บังคับเพดานจำนวนตั๋วที่ประกาศไว้ หรือรักษากฎการสั่งซื้อออนไลน์ที่ประกาศไว้ FTC กล่าวหาว่า REPS ฝ่าฝืนกฎหมายนี้ด้วยการหลบมาตรการของผู้ออกตั๋วตามที่เล่าข้างต้น
คดีอยู่ในขั้นที่ยื่นฟ้องแล้ว ศาลยังไม่ตัดสิน จึงยังสรุปไม่ได้ว่า REPS หรือผู้บริหารผิดตามข้อกล่าวหา ศาลเป็นผู้ตัดสินคดีนี้
ราคาบัตรคอนเสิร์ตแพงมีหลายปัจจัย คดีนี้อธิบายได้เฉพาะส่วนที่ FTC กล่าวหา คือการที่ตั๋วจำนวนมากถูกซื้อไปขายต่อด้วยวิธีที่อาจหลบเพดานการซื้อ ไม่ได้บอกว่าราคาบัตรทุกใบที่แพงมาจากสาเหตุนี้
สิ่งที่ผู้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตเช็กได้ด้วยตัวเอง
ก่อนกดซื้อบัตร ให้ดูว่าช่องทางที่ซื้อเป็นช่องทางที่ผู้จัดงานประกาศไว้หรือไม่ และอ่านเงื่อนไขของงานนั้นให้ครบ เพราะเงื่อนไขการโอนสิทธิ์และการขายต่ออาจต่างกันไปตามงาน คดีนี้เกิดในสหรัฐฯ และยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อมกับตลาดบัตรไทย ข้อแนะนำต่อไปนี้จึงเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป
- ซื้อจากช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ผู้จัดงานประกาศ
- อ่านเงื่อนไขการโอนสิทธิ์และการขายต่อของงานนั้นก่อนซื้อ
- ระวังบัตรขายต่อที่ไม่มีหลักฐานว่ามาจากช่องทางจริง
- เก็บหลักฐานการสั่งซื้อ หน้าจอยืนยัน สลิปโอนเงิน และข้อความกับผู้ขายไว้ทั้งหมด
ถ้าซื้อบัตรแล้วมีปัญหา ให้ตรวจช่องทางร้องเรียนของผู้จัดงานหรือผู้จำหน่ายบัตร และของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่ารับเรื่องแบบไหน การตรวจเงื่อนไขของงานล่วงหน้าช่วยให้รู้ก่อนว่าบัตรโอนสิทธิ์ได้หรือไม่
ที่มา: คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FTC) ข่าวแจก 15 ต.ค. 2569 เรื่องการฟ้อง REPS & Company Inc.







