ผู้ที่ถูกจับในคดียาเสพติดอาจถูกควบคุมตัวนานขึ้นจากไม่เกิน 3 วันเป็นไม่เกิน 7 วัน ถ้าร่างกฎหมายยาเสพติด 2569 ของพรรคภูมิใจไทยผ่านสภา อนุทิน ชาญวีรกูล (Anutin Charnvirakul) นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำ ส.ส. ของพรรคยื่นร่างกฎหมาย 2 ฉบับต่อโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 21 ต.ค. 2569 โดยขอให้บรรจุเป็นเรื่องด่วน
ร่างทั้งสองฉบับแก้กฎหมายคนละฉบับ ฉบับหนึ่งแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด อีกฉบับแก้ไข พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด ร่างแรกมีเรื่องการสันนิษฐานความผิดและอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เหนือข้อมูลออนไลน์ ส่วนร่างหลังมีเรื่องอำนาจสืบสวนของตำรวจและระยะเวลาควบคุมตัว
ร่างกฎหมายยาเสพติด 2569 เสนอแก้ 5 เรื่องหลัก
ร่างทั้งสองฉบับรวมกันเสนอแก้ 5 เรื่องหลัก ตามรายงานของอินโฟเควสท์ ไทยรัฐ และแนวหน้า เรื่องแรกคือขยายระยะเวลาควบคุมตัวผู้ถูกจับคดียาเสพติดจากไม่เกิน 3 วันเป็นไม่เกิน 7 วัน เรื่องที่สองคือให้สันนิษฐานว่าผู้ที่มียาเสพติดเกินปริมาณที่ถือว่ามีไว้เพื่อเสพ มียาไว้เพื่อจำหน่าย เรื่องที่สามคือเพิ่มโทษผู้ที่ใช้เด็กหรือเยาวชนกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
เรื่องที่สี่เปิดช่องให้ผู้ดูแลแสดงความสมัครใจขอรับการบำบัดแทนผู้ที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าเสพยา เรื่องที่ห้าเกี่ยวกับข้อมูลดิจิทัล คือให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เรียกข้อมูลจากตัวกลางหรือฐานข้อมูลกลาง และระงับหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ชักชวนให้เสพยา ข้อเสนอเหล่านี้เล่ารวมกันทั้งสองร่างตามที่สื่อรายงาน
อินโฟเควสท์รายงานว่า อนุทินกล่าวว่าสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน "แย่จริงๆ" และรัฐบาลใช้ทุกวิธีทั้งการป้องกันและปราบปรามแล้ว จึงเสนอร่างให้สภาพิจารณาโดยเร็ว ส่วนโสภณกล่าวว่าสถานการณ์ "อยู่ในขั้นวิกฤต" จึงต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น
ไทยรัฐรายงานว่าร่างเริ่มจากเวิร์กช็อปรวบรวมข้อเสนอจากหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และประชาชน จากนั้นทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยนำข้อสรุปไปยกร่าง

ผู้ถูกจับอาจถูกควบคุมตัวนานขึ้นอีก 4 วัน
ร่างแก้ไข พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดเสนอให้ควบคุมตัวผู้ถูกจับคดียาเสพติดได้ไม่เกิน 7 วัน จากเดิมไม่เกิน 3 วัน ผู้ถูกจับจึงอาจถูกควบคุมตัวนานขึ้นอีก 4 วัน อินโฟเควสท์รายงานว่าเหตุผลที่เสนอคือให้การสืบสวนสอบสวนและการขยายผลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนไทยรัฐรายงานว่าเพื่อรวบรวมหลักฐานและขยายผลการจับกุม
ตัวเลข 7 วันเป็นข้อเสนอในร่างที่ยังไม่ผ่านสภา กฎหมายที่ใช้อยู่ยังไม่เปลี่ยน ผู้ที่ถูกจับในคดียาเสพติดตอนนี้จึงยังอยู่ภายใต้กรอบไม่เกิน 3 วันตามเดิม
ข้อเสนอเรื่องควบคุมตัวอยู่ในร่างแก้ไข พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยขั้นตอนการดำเนินคดี ต่างจากเรื่องการสันนิษฐานและข้อมูลออนไลน์ที่อยู่ในร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด ครอบครัวของผู้ถูกจับและผู้ต้องหาจึงเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอนี้โดยตรง
สันนิษฐานว่ามียาไว้จำหน่ายเมื่อมียาเกินปริมาณที่ถือว่ามีไว้เพื่อเสพ
ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติดเสนอให้สันนิษฐานว่ามียาไว้เพื่อจำหน่าย เฉพาะเมื่อมียาเสพติดไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กฎหมายถือว่ามีไว้เพื่อเสพ ไม่ได้สันนิษฐานกับทุกกรณีที่พบว่ามียา
ปริมาณยาที่เป็นเกณฑ์และอัตราโทษในร่าง สื่อยังไม่ระบุ จึงยังไม่มีข้อมูลว่ามียาจำนวนเท่าใดจะเข้าข่าย หรือถ้าถูกสันนิษฐานแล้วผู้ต้องหาต้องพิสูจน์อย่างไร
ตำรวจยื่นขอศาล เจ้าพนักงานระงับข้อมูลออนไลน์ได้
ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติดเสนอให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เรียกข้อมูลจากตัวกลางหรือฐานข้อมูลกลาง อินโฟเควสท์รายงานว่าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยา ร่างเดียวกันให้อำนาจระงับการเผยแพร่หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ชักชวนให้ผู้อื่นเสพยา
ส่วนตำรวจ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดให้เจ้าพนักงานตำรวจของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ยื่นคำขอต่อศาลอาญา เพื่อขอคำสั่งอนุญาตให้ได้ข้อมูลข่าวสารทุกรูปแบบหรือทุกช่องทางสำหรับการสืบสวนสอบสวนคดียาเสพติด
ข้อเสนอทั้งสองเกี่ยวกับข้อมูลดิจิทัลเหมือนกัน แต่เป็นคนละอำนาจ ฝั่งตำรวจเป็นการขอคำสั่งศาลเพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้สืบสวน ส่วนฝั่งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นการเรียกข้อมูลและระงับหรือลบข้อมูลที่ชักชวนให้เสพยา ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และเจ้าของเพจเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอนี้
ขั้นต่อไปของร่างหลังยื่นต่อประธานสภา
อินโฟเควสท์รายงานว่าประธานสภาฯ แจ้งว่าจะรับร่างทั้งสองฉบับไว้ และส่งเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม
ช่องทางและช่วงเวลารับฟังความเห็นที่เฉพาะเจาะจงยังไม่มีข้อมูล ผู้ที่อยากส่งความเห็นควรติดตามประกาศจากรัฐสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
สิ่งที่ควรติดตามต่อมี 3 เรื่อง คือตัวร่างฉบับเต็มบนเว็บรัฐสภา ปริมาณยาที่ใช้เป็นเกณฑ์สันนิษฐาน และกำหนดการบรรจุวาระ
ที่มา: ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานของอินโฟเควสท์ ไทยรัฐ และแนวหน้า


