แชร์ต่อระวังบาป! สูตรยาลัดรักษาโรคร้ายในเน็ต สรุปช่วยชีวิตหรือเร่งวันตายกันแน่?
เคยเห็นโพสต์ประเภทนี้ผ่านตาไหม? "กินสมุนไพรตัวนี้มะเร็งหายขาดใน 3 วัน" หรือ "อย่าไปฉีดวัคซีนเลย มันฝังชิปควบคุมสมอง" เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเห็น และเผลอกดแชร์ส่งต่อให้พ่อแม่พี่น้องในกรุ๊ปไลน์เพราะหวังดี อยากให้คนที่เรารักสุขภาพดีและปลอดภัย จนตอนนี้กลายเป็นเรื่องเถียงกันไม่จบไม่สิ้นในโลกโซเชียลว่า ตกลงแล้วสูตรลับหรือคำเตือนพวกนี้มันเชื่อได้จริง ๆ หรือเป็นแค่เรื่องหลอกลวงที่คนเอามาปั่นยอดไลก์ยอดแชร์กันแน่
แต่ถ้ากางข้อมูลดิบจริงๆ จะพบว่า...
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่จะปล่อยผ่านได้อีกต่อไป เพราะทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศยกระดับเตือนภัยอย่างเป็นทางการในที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งล่าสุด โดยชี้ให้เห็นตัวเลขและความจริงที่น่าตกใจดังนี้
- ยกระดับเป็นภัยพิบัติข้อมูล: WHO จัดให้การแพร่กระจายข้อมูลเท็จด้านสุขภาพเป็นวิกฤตร้ายแรงระดับโลก เพราะคำโกหกมันกระจายตัวเร็วและทำลายชีวิตคนได้เหมือนไวรัส
- คนตายจริงเพราะทิ้งหมอ: มีรายงานว่าผู้ป่วยโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หรือเบาหวาน เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย เนื่องจากหลงเชื่อสูตรยาผีบอกในอินเทอร์เน็ต แล้วเลือกที่จะปฏิเสธการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน
- นโยบายสาธารณสุขปั่นป่วน: ข่าวลือผิด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนและยารักษาโรค ทำให้ประชาชนเกิดความกลัว จนอัตราการเข้ารับภูมิคุ้มกันทั่วโลกดิ่งลง ส่งผลให้โรคระบาดเก่า ๆ ที่เคยควบคุมได้ กลับมาแพร่ระบาดซ้ำอีกครั้ง
- เรียกร้องมาตรการเร่งด่วน: WHO เรียกร้องให้ทุกรัฐบาลทั่วโลกหยุดประกาศแค่คำเตือน แต่ต้องสร้างระบบตรวจจับข่าวปลอมเชิงรุก และบรรจุวิชา "การรู้เท่าทันสื่อวิทยาศาสตร์" เข้าไปในระบบการศึกษาอย่างจริงจัง
เชกลิสต์ 3 ข้อ รู้ทันคำลวงสไตล์ "ยาผีบอก" ก่อนสุขภาพพังและกระเป๋าฉีก
เพื่อไม่ให้ตัวคุณและคนที่คุณรักต้องตกเป็นเหยื่อของการตลาดสายมืดที่หากินกับความกลัว นี่คือสิ่งที่ต้องเชกให้ชัวร์ทุกครั้งก่อนจะกดเซฟหรือส่งต่อ
- เชกคำโฆษณาเกินจริง: ถ้าเจอคำว่า "หายขาดทันที" "รักษาได้สารพัดโรคในขวดเดียว" หรือ "หมอทั้งโลกต้องตกตะลึง" ให้ปัดตกทันที เพราะในความเป็นจริง ยารักษาโรคทุกชนิดถูกออกแบบมาเฉพาะทาง ไม่มียาครอบจักรวาลที่รักษาได้ทุกอย่าง
- เชกตัวตนและแหล่งอ้างอิง: ข้อความนั้นมีชื่อแพทย์ที่ระบุตัวตนได้จริง มีโรงพยาบาล หรือมีงานวิจัยรองรับไหม ถ้าอ้างลอย ๆ แค่ว่า "มีผลวิจัยชี้ว่า" หรือ "แชร์มาจากคุณหมอท่านหนึ่ง" โดยไม่มีชื่อชัดเจน ให้ตีความไว้ก่อนเลยว่าเป็นข่าวปลอม
- เชกเจตนาแฝง (ขายของ): ข่าวปลอมมากกว่าร้อยละ 90 มักจะเล่าเรื่องให้น่ากลัวตอนต้น แล้วตบท้ายด้วยการแปะลิงก์ขายสินค้า หรือชวนซื้อสมุนไพรและอาหารเสริมราคาแพง ถ้าหลงเชื่อ นอกจากโรคจะไม่หายแล้ว ยังต้องเสียเงินก้อนโตและอาจได้ของแถมเป็นอาการไตพังจากการกินสารเคมีเกินขนาด
ตรรกะชวนคิดก่อนกดแชร์ครั้งต่อไป
ลองคิดดูเล่น ๆ นะครับว่า ถ้าสูตรน้ำต้มสมุนไพรรอบบ้าน หรือเคล็ดลับการกินอาหารแปลก ๆ มันสามารถรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือเบาหวานให้หายขาดได้ง่าย ๆ ใน 3 วันจริง ๆ ป่านนี้โรงพยาบาลทั่วโลกคงเจ๊งและปิดตัวลงไปหมดแล้ว และทำไมมหาเศรษฐีหรือผู้นำระดับโลกเวลาเขาเจ็บป่วยหนัก เขาก็ยังเลือกเข้าโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เพื่อให้หมอรักษาด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อยู่ดี? คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ คอมเมนต์คุยกันได้ครับ



