คนที่อยากทำบัตรทองลงทะเบียนหรือย้ายโรงพยาบาลประจำ ทำได้ผ่านแอปพลิเคชันของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช. หรือ NHSO) ไลน์ @nhso หรือไปที่ รพ.สต. และโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านในวันเวลาราชการ ผู้มีสิทธิเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้ 4 ครั้งต่อปีงบประมาณ และ สปสช. ระบุว่าสิทธิเกิดทันทีหลังลงทะเบียน
เรื่องนี้ใช้ซ้ำได้ทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน เช่น ย้ายไปอยู่เมืองใหม่ เปลี่ยนงาน หรือบ้านที่พักอยู่จริงไม่ตรงกับที่อยู่ในบัตรประชาชน ลำดับที่คนส่วนใหญ่ต้องทำคือ เช็กสิทธิ เตรียมเอกสาร ลงทะเบียน แล้วค่อยย้ายหน่วยบริการเมื่อจำเป็น
เช็กสิทธิบัตรทองได้ที่ไหนก่อนลงทะเบียน
เช็กสิทธิหลักประกันสุขภาพของตัวเองได้ที่ระบบ eServices ของ สปสช. ที่ https://eservices.nhso.go.th/eServices/mobile/login.xhtml ควรเช็กก่อนไปลงทะเบียน เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีสิทธิอยู่แล้วหรือยัง
วิธีลงทะเบียนขึ้นอยู่กับที่พักอาศัยของผู้ลงทะเบียน คือพักตรงกับที่อยู่ในบัตรประชาชนหรือสูติบัตร หรือพักอยู่ที่อื่น ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน ให้เช็กสิทธิในระบบ eServices ก่อน แล้วค่อยเลือกวิธีลงทะเบียนให้ตรงกับที่พักจริง
หากเช็กแล้วยังสงสัย โทรสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทรศัพท์กลาง 02-141-4000 ในเวลาราชการ
บัตรทองลงทะเบียนต้องใช้เอกสารอะไร
เอกสารปกติคือบัตรประชาชน หรือสูติบัตรสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ใช้ได้เมื่อผู้ลงทะเบียนพักอยู่ตรงตามที่อยู่หน้าบัตรประชาชนหรือสูติบัตร ถ้าพักที่อื่นต้องมีหลักฐานแสดงที่พักเพิ่ม ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป
ผู้ลงทะเบียนต้องกรอกแบบคำร้อง นสส.13 (UC) สำหรับเลือกหรือเปลี่ยนหน่วยบริการ ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ สปสช. ส่วนการเลือกหน่วยบริการ ให้ตรวจรายชื่อหน่วยที่รับลงทะเบียนได้จากระบบ Mastercup Online ของ สปสช. เพื่อให้รู้ก่อนว่าโรงพยาบาลหรือ รพ.สต. ที่อยากใช้เป็นประจำรับลงทะเบียนหรือไม่
ช่องทางลงทะเบียนมี 3 ทาง ใช้ได้ทั้งผู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
- แอปพลิเคชัน สปสช.
- ไลน์ @nhso
- รพ.สต. หรือโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน ในวันและเวลาราชการ
เมนูในแอปและไลน์อาจปรับเปลี่ยนได้ จึงควรเปิดดูเมนูล่าสุดด้วยตัวเอง เมื่อลงทะเบียนเสร็จ สิทธิจะเกิดทันที ตามที่หน้าลงทะเบียนของ สปสช. ระบุ
ถ้าพักไม่ตรงที่อยู่ในบัตรประชาชน ใช้หลักฐานที่พักอะไรได้บ้าง
ต้องมีเอกสารรับรองที่พักอย่างใดอย่างหนึ่งจากรายการของ สปสช. ซึ่งมี 5 แบบ ไม่ต้องมีครบทุกแบบ
- ทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน พร้อมหนังสือรับรองของเจ้าบ้าน
- หนังสือรับรองของผู้นำชุมชน พร้อมบัตรประชาชน
- หนังสือรับรองของนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง พร้อมบัตรประชาชน
- ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค ที่เป็นชื่อผู้ลงทะเบียน
- สัญญาเช่าที่พัก ที่เป็นชื่อผู้ลงทะเบียนหรือชื่อญาติ
สองแบบหลังมีเงื่อนไขเรื่องชื่อ ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคต้องเป็นชื่อของผู้ลงทะเบียนเอง ส่วนสัญญาเช่าใช้ชื่อตัวเองหรือชื่อญาติก็ได้ ใครที่ย้ายมาอยู่ใหม่และยังไม่มีใบเสร็จในชื่อตัวเอง หรือไม่มีสัญญาเช่า ยังมีทางเลือกอื่นในรายการ เช่น หนังสือรับรองจากเจ้าบ้านหรือจากนายจ้าง
สิ่งที่ต้องจำคือ หลักฐานเหล่านี้ใช้กับกรณีพักไม่ตรงที่อยู่ในบัตรเท่านั้น ถ้าพักตรงตามที่อยู่ในบัตรอยู่แล้ว ใช้บัตรประชาชนหรือสูติบัตรก็พอ
ย้ายหน่วยบริการประจำได้กี่ครั้งต่อปีงบประมาณ
ผู้มีสิทธิบัตรทองเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้ 4 ครั้งต่อปีงบประมาณ คนที่ย้ายบ้านหรือย้ายที่ทำงานควรเลือกหน่วยบริการที่อยู่ใกล้ที่พักใหม่
การเปลี่ยนหน่วยบริการใช้แบบคำร้องเดียวกับการลงทะเบียน คือแบบคำร้อง นสส.13 (UC) และใช้ช่องทางเดียวกัน ได้แก่ แอป สปสช. ไลน์ @nhso หรือ รพ.สต. และโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านในเวลาราชการ เพราะมีโควตา 4 ครั้ง ควรเช็กรายชื่อหน่วยบริการใน Mastercup Online ก่อนกดเปลี่ยน จะได้ไม่เสียสิทธิเปลี่ยนไปเปล่าๆ
ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ที่ต่างจังหวัดแต่ย้ายมาพักในกรุงเทพมหานคร เปลี่ยนหน่วยบริการได้โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมา ถ้าติดขัดตรงไหน โทร 1330 หรือ 02-141-4000 ได้
คำถามที่พบบ่อย
ลงทะเบียนบัตรทองแล้ว สิทธิเริ่มเมื่อไร
หน้าลงทะเบียนของ สปสช. ระบุว่าเมื่อลงทะเบียนแล้ว สิทธิจะเกิดทันที
อยู่กรุงเทพมหานคร แต่ลงทะเบียนไว้ต่างจังหวัด ต้องย้ายทะเบียนบ้านไหม
ไม่ต้อง ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ต่างจังหวัดแต่พักอยู่ในกรุงเทพมหานคร เปลี่ยนหน่วยบริการได้โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้าน
ติดขัดหรือสงสัยเรื่องสิทธิ โทรหาใคร
โทรสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทร 02-141-4000 ในเวลาราชการ
ที่มา: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน้าลงทะเบียนสิทธิหลักประกันสุขภาพ, หน้าการเลือกและเปลี่ยนหน่วยบริการประจำ และระบบ eServices






