สุขภาพ

เที่ยวยุโรป โรคติดต่อปี 2569 เวสต์ไนล์ ชิคุนกุนยา ไข้เลือดออก ป้องกันอย่างไร

ECDC รายงานยุโรปปี 2569 พบโรคที่ติดจากยุงในพื้นที่หลายชนิด และ mpox clade I เพิ่มช่วงฤดูร้อน คนไทยที่จะไปยุโรปหรือแอฟริกาควรเตรียมตัวอย่างไร

เที่ยวยุโรป โรคติดต่อปี 2569 เวสต์ไนล์ ชิคุนกุนยา ไข้เลือดออก ป้องกันอย่างไร

เที่ยวยุโรป โรคติดต่อที่ผู้เดินทางควรรู้ในปี 2569 คือโรคที่ติดจากยุงในพื้นที่ ได้แก่ไวรัสเวสต์ไนล์ ชิคุนกุนยา และไข้เลือดออก รวมถึง mpox clade I ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (European Centre for Disease Prevention and Control หรือ ECDC) รายงานสัปดาห์ที่ 42 (10-16 ต.ค. 2569) ว่าถึง 14 ต.ค. 2569 ยุโรปพบไวรัสเวสต์ไนล์ที่ติดในพื้นที่ในคน 1,926 ราย ใน 19 ประเทศ และ ECDC ไม่พบสัญญาณว่าโรคในมนุษย์รุนแรงขึ้น

คำว่า ติดในพื้นที่ หมายถึงคนติดเชื้อจากยุงในประเทศนั้นเอง ไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากที่อื่น บทความนี้แยกเนื้อหาเป็นสองส่วนให้เห็นชัด ส่วนแรกคือตัวเลขและข้อสังเกตที่มาจากรายงาน ECDC ส่วนที่สองคือคำแนะนำทั่วไป เช่น การป้องกันยุงและการปรึกษาแพทย์ ซึ่งไม่ได้เขียนไว้ในรายงานฉบับนี้

เที่ยวยุโรป โรคติดต่ออะไรที่ผู้เดินทางต้องรู้ในปี 2569

ยุโรปพบ 3 โรคที่ติดจากยุงในพื้นที่ ได้แก่ ไวรัสเวสต์ไนล์ ชิคุนกุนยา และไข้เลือดออก ตามรายงาน ECDC สัปดาห์ที่ 42 เวสต์ไนล์พบมากที่สุด คือ 1,926 ราย ใน 19 ประเทศ รวม 222 พื้นที่ ตัวเลขนี้นับเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อในพื้นที่ของประเทศเหล่านั้น

ECDC ระบุว่าฤดูเวสต์ไนล์ปี 2569 ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าทุกฤดูก่อนหน้า ตัวเลขผู้ป่วยและการระบาดในสัตว์สูงกว่าระดับปีก่อนๆ อิตาลียังมีผู้ป่วยมากที่สุด กรีซและฝรั่งเศสรายงานผู้ป่วยมนุษย์สูงสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในแต่ละประเทศ ส่วนเบลเยียมพบผู้ติดเชื้อเวสต์ไนล์รายแรกในประวัติศาสตร์ แต่ ECDC ระบุว่าไม่มีสัญญาณว่าโรคในมนุษย์รุนแรงขึ้น

ชิคุนกุนยาที่ติดในพื้นที่ยุโรปในปี 2569 พบในฝรั่งเศส 163 ราย และอิตาลี 1 ราย ส่วนไข้เลือดออกที่ติดในพื้นที่พบในอิตาลี 70 ราย และฝรั่งเศส 6 ราย ไข้เลือดออกเป็นโรคที่คนไทยรู้จักดี และรายงานฉบับนี้แสดงว่ามีผู้ติดเชื้อในยุโรปเองทั้งสองประเทศ ไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากเขตร้อน

ECDC ระบุว่ากิจกรรมของเวสต์ไนล์ลดลงจากช่วงพีคเดือน ส.ค.-ก.ย. ผู้ที่วางแผนเที่ยวยุโรปหน้าร้อนจึงควรใช้ตัวเลขชุดนี้เป็นภาพรวมว่าโรคเหล่านี้พบได้ในฤดูร้อนของยุโรป และเปิดรายงานฉบับใหม่ของ ECDC ตรวจอีกครั้งก่อนออกเดินทาง

ECDC ประเมินอะไรไว้ และผู้เดินทางควรเตรียมตัวอย่างไร

ข้อมูลที่ ECDC ระบุเรื่องเวสต์ไนล์คือไม่มีสัญญาณว่าโรคในมนุษย์รุนแรงขึ้น รายงานฉบับนี้ไม่ได้ประเมินระดับความเสี่ยงของนักท่องเที่ยวทั่วไปไว้ ผู้อ่านจึงควรดูตัวเลขเป็นข้อมูลประกอบการวางแผน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเสี่ยงมากหรือน้อย

ส่วนต่อไปนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่ใช่ข้อความจากรายงาน ECDC เพราะทั้งสามโรคติดจากยุง วิธีที่ตรงที่สุดคือไม่ให้ยุงกัด ส่วนเรื่องวัคซีน ควรสอบถามแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางก่อนออกเดินทาง เพราะวัคซีนบางชนิดต้องฉีดล่วงหน้า

  • ทายากันยุงที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น
  • ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเมื่ออยู่กลางแจ้งใกล้น้ำหรือสวน
  • เลือกห้องพักที่ปิดมิดชิด มีมุ้งหรือมุ้งลวด
  • เตรียมสมุดวัคซีนหรือประวัติการฉีดวัคซีนของตัวเองไว้คุยกับแพทย์
  • ถามแพทย์ว่าวัคซีนแต่ละชนิดต้องฉีดก่อนเดินทางนานเท่าไร

หากกลับมาไทยแล้วมีไข้ ควรไปพบแพทย์และบอกข้อมูลการเดินทางให้ครบ แพทย์จะได้นึกถึงโรคที่พบในประเทศที่คุณไปมา ข้อมูลที่ควรเตรียมคือชื่อประเทศและเมืองที่ไป วันที่ไปและกลับ ประวัติการถูกยุงกัด ประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย และประวัติวัคซีน

mpox clade I และดิฟทีเรียในแอฟริกา ผู้เดินทางควรรู้อะไร

ในเดือน ก.ย. 2569 ยุโรปพบ mpox สายพันธุ์ clade I 342 ราย ใน 17 ประเทศของสหภาพยุโรปและเขตเศรษฐกิจยุโรป (EU/EEA) จำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อน ECDC ระบุว่าการแพร่กระจายอยู่ในเครือข่ายใกล้ชิดของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเป็นหลัก ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เคยฉีดวัคซีน ความรุนแรงโดยรวมไม่สูง และอัตราการเข้าโรงพยาบาลต่ำ โรคนี้ติดต่อได้ทุกคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ผู้เดินทางที่กังวลควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนและการป้องกันตามประวัติความเสี่ยงของตนเอง

ส่วนดิฟทีเรีย (โรคคอตีบ) ระบาดใน 9 ประเทศแอฟริกาในปี 2569 โดยไนจีเรียมีผู้ป่วยมากที่สุด รองลงมาคือชาด ECDC ระบุว่าโรคแพร่กระจายในมาลี มอริเตเนีย ไนเจอร์ และไนจีเรีย และพบกลุ่มผู้ป่วยในแอฟริกาใต้ กับเซเนกัลและโมร็อกโก ECDC ระบุว่าประเทศใน EU/EEA ส่วนใหญ่มีวัคซีนครอบคลุมสูง ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปต่ำมาก และผู้เดินทางไปพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อควรตรวจสอบว่าฉีดวัคซีนครบ

สำหรับคนไทยที่จะไปทำงานหรือท่องเที่ยวในประเทศเหล่านี้ ขั้นแรกคือเปิดสมุดวัคซีนดูว่าเคยฉีดวัคซีนที่มีส่วนป้องกันคอตีบครบหรือไม่ และฉีดครั้งสุดท้ายเมื่อใด แล้วนำข้อมูลไปถามแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้มีเวลาฉีดเพิ่มหากจำเป็น

ECDC ยังประเมินว่าโอกาสติดเชื้ออีโบลาบุนดิบูเกียของผู้ที่อยู่ในหรือเดินทางไปพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ (ในกลุ่มคนจาก EU/EEA) อยู่ในระดับต่ำ

สถานะล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ต.ค. 2569)

ตัวเลขเวสต์ไนล์ ชิคุนกุนยา และไข้เลือดออกในบทความนี้เป็นข้อมูลถึง 14 ต.ค. 2569 จากรายงานสัปดาห์ที่ 42 ของ ECDC ส่วนตัวเลข mpox clade I เป็นของเดือน ก.ย. 2569 ในสัปดาห์ที่ 42 มี 14 พื้นที่รายงานพบเวสต์ไนล์เป็นครั้งแรกของฤดูเวสต์ไนล์ปี 2569

ECDC อัปเดตรายงานทุกสัปดาห์ ผู้อ่านที่จะเดินทางควรเปิดรายงานฉบับใหม่กว่าสัปดาห์ที่ 42 บนเว็บไซต์ ECDC ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ECDC ประเมินว่าเวสต์ไนล์ในยุโรปรุนแรงขึ้นหรือไม่

ECDC ไม่พบสัญญาณว่าโรคเวสต์ไนล์ในมนุษย์รุนแรงขึ้น แม้ฤดูเวสต์ไนล์ปี 2569 จะครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าทุกฤดูก่อนหน้า

ต้องเช็กวัคซีนอะไรก่อนไปแอฟริกา

ECDC แนะผู้เดินทางไปพื้นที่ที่มีดิฟทีเรียระบาดให้ตรวจว่าฉีดวัคซีนครบ ส่วนวัคซีนอื่นควรถามแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทาง

กลับจากต่างประเทศแล้วมีไข้ควรทำอย่างไร

ไปพบแพทย์และบอกประเทศที่ไป วันที่เดินทาง และประวัติถูกยุงกัดหรือสัมผัสผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์ประเมินโรคได้ตรงขึ้น

ที่มา: ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) รายงาน Communicable disease threats report สัปดาห์ที่ 42 ปี 2569 (10-16 ต.ค. 2569)

บทความที่เกี่ยวข้อง